Soulmask มีโหมดเกมให้เลือก 3 โหมดตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งการตัดสินใจเลือกนั้นสำคัญกว่าที่เห็นภายนอก ความแตกต่างไม่ได้มีแค่ระดับความยากง่ายเท่านั้น แต่ละโหมดจะปรับเปลี่ยนผังเทคโนโลยี (Tech Tree) ปรับระบบการบุก (Invasions) อัตราการหาทรัพยากร และแม้แต่ความฉลาดของศัตรู หากเลือกโหมดที่ไม่เหมาะกับสไตล์การเล่น คุณอาจต้องมานั่งฟาร์มในสิ่งที่ไม่ชอบ หรือพลาดระบบเกมที่คุณตั้งใจจะมาเล่นตั้งแต่แรก

หน้าจอเลือกโหมด Survival
โหมดเกมทั้ง 3 โหมดใน Soulmask คืออะไร?
Soulmask มีโหมด Survival, Tribe และ Warrior ทั้ง 3 โหมดใช้โลกและกลไกหลักเดียวกัน แต่ละโหมดจะปรับประสบการณ์การเล่นไปคนละทิศทาง โดยปรับความเร็วในการดำเนินเกม ความยากในการต่อสู้ โครงสร้างผังเทคโนโลยี และลดทอนความยุ่งยากในส่วนของระบบ Survival-crafting ลง
แผนที่ทั้ง 2 แบบที่มีให้ใน Soulmask ก็ส่งผลต่อประสบการณ์การเล่นอย่างมาก ดังนั้นการเลือกโหมดและแผนที่ควบคู่กันไปจะเป็นตัวกำหนดว่าคุณกำลังจะเข้าสู่ประสบการณ์การเล่นแบบไหน
โหมด Survival: ประสบการณ์พื้นฐาน
Survival คือประสบการณ์การเล่นแบบดั้งเดิมของ Soulmask และเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมหากคุณเป็นผู้เล่นใหม่ โหมดนี้สร้างสมดุลระหว่างการสำรวจ การสร้างฐาน การบุกโจมตี และการสู้บอสโดยไม่เน้นระบบใดระบบหนึ่งมากเกินไป โหมดนี้แทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเวอร์ชัน Early Access แม้ว่าจะมีการปรับจูนช่วงกลางและท้ายเกมให้ดำเนินไปได้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิมก็ตาม
หากคุณต้องการเรียนรู้ว่าระบบต่างๆ ของ Soulmask ทำงานร่วมกันอย่างไรก่อนจะไปเล่นโหมดเฉพาะทาง ให้เริ่มที่โหมดนี้ เพราะไม่มีการตัดระบบใดออกและไม่มีการปรับแต่งที่มากเกินไป
สำหรับผู้เล่นที่ต้องการ PvP โหมด PvP ของ Survival จะใช้กฎเดียวกันแต่เพิ่มความเร็วในการดำเนินเกม จำกัดจำนวนประชากรในเผ่า (Tribe) ให้ต่ำลง และนำระบบลดดาเมจของอุปกรณ์ระดับสูงเมื่อสู้กับผู้เล่นที่ใช้อุปกรณ์ระดับต่ำออก ซึ่งการเปลี่ยนแปลงหลังสุดนี้มีไว้เพื่อให้การ PvP รู้สึกไม่ลงโทษผู้เล่นที่ของอ่อนกว่าจนเกินไป
โหมด Tribe: เหมาะกับใคร?
Tribe mode ยังคงทุกอย่างที่มีใน Survival แต่เน้นไปที่การสร้างเผ่า การจัดการฐาน และการป้องกันฐานจากการบุกที่เข้มข้นขึ้น หากระบบ Automation และการสร้างถิ่นฐานคือสิ่งที่คุณชอบ โหมดนี้คือคำตอบสำหรับคุณ
สิ่งที่เปลี่ยนไปในโหมด Tribe โดยเฉพาะ:
- มีอีเวนต์พ่อค้าสุ่มและพ่อค้าเร่ปรากฏตัว
- ผังเทคโนโลยีถูกจัดเรียงใหม่เพื่อให้ปลดล็อกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเผ่าได้เร็วขึ้น
- การบุกฐาน (Base invasions) จะรุนแรงและถี่ขึ้น
- มี ระบบ Prestige progression ที่มีเฉพาะในโหมดนี้เท่านั้น
- ประสิทธิภาพในการหาทรัพยากรสูงกว่าโหมด Survival
- การต่อสู้มีความผ่อนปรนมากกว่า เพื่อให้คุณโฟกัสไปที่การบริหารจัดการมากกว่าการต่อสู้
ระบบ Prestige เพียงอย่างเดียวก็คุ้มค่าที่จะลองสำหรับผู้เล่นระยะยาว เพราะไม่มีระบบนี้ในโหมดอื่น ดังนั้นหากคุณต้องการความก้าวหน้าอีกระดับ นี่คือที่เดียวที่จะได้รับมัน
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้างถิ่นฐาน สามารถ อ่านคำแนะนำเพิ่มเติมได้ที่ GAMES.GG ซึ่งครอบคลุมเกมแนว Survival และการสร้างฐาน
โหมด Warrior: ต่างจากการปรับความยากทั่วไปอย่างไร?
Warrior mode ไม่ใช่โหมด Hard ทั่วไป แต่มันตัดความยุ่งยากของระบบ Survival-crafting ออกไปและแทนที่ด้วยระบบการต่อสู้ที่ท้าทายกว่ามาก ทั้งการรับคนเข้าเผ่า การกินอาหารและเชื้อเพลิง ข้อกำหนดในการคราฟต์อุปกรณ์ การเสื่อมสภาพของสิ่งก่อสร้าง ความทนทานของไอเทม และการสูญเสียอุปกรณ์เมื่อตาย ทั้งหมดนี้ถูกปิดใช้งานหรือลดลงอย่างมาก เป้าหมายคือเพื่อให้คุณได้ต่อสู้ให้มากที่สุดและเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
สิ่งที่คุณจะได้รับ:
- ศัตรูเกิดถี่ขึ้นทั่วทั้งโลก
- ศัตรูฉลาดและแข็งแกร่งกว่าโหมดอื่น
- ผังเทคโนโลยีถูกปรับใหม่โดยเน้นการปลดล็อกด้านการต่อสู้ และเพิ่ม ไอเทมเรียกบอส (Boss summoning items) เข้ามา
- พ่อค้าจะประจำการอยู่ในค่ายถาวรแทนที่จะสุ่มปรากฏตัว
- อีเวนต์สุ่มเกิดขึ้นบ่อยขึ้น
- การต่อสู้เน้นไปที่การจัดการ Stamina และ Poise มากขึ้น
การเน้นที่ Stamina และ Poise คือจุดที่แตกต่างอย่างแท้จริง นี่ไม่ใช่แค่การเพิ่มเลือดศัตรูให้เยอะขึ้น แต่โหมด Warrior ต้องการให้คุณเล่นอย่างแม่นยำ การออกท่าทาง (Rotations) ที่สะเพร่าจะถูกลงโทษอย่างหนักในแบบที่โหมด Survival และ Tribe ไม่มี
เปรียบเทียบโหมดใน Soulmask: สรุปข้อมูล
คุณควรเลือกโหมดไหน?
หากคุณเล่น Soulmask เป็นครั้งแรก Survival คือคำตอบที่ตรงไปตรงมาที่สุด มันไม่ได้ตัดอะไรออกไปและให้ประสบการณ์ที่แท้จริงของเกมก่อนที่คุณจะเลือกทางเฉพาะทาง
หากคุณเคยเล่นเวอร์ชัน Early Access มาแล้วและเข้าใจระบบพื้นฐานดี Tribe mode มีเนื้อหาที่โหมดอื่นไม่มีให้ ระบบ Prestige การบุกที่เข้มข้นขึ้น และอีเวนต์พ่อค้า จะเป็นเหตุผลให้คุณเล่นต่อไปได้เรื่อยๆ แม้ว่าโหมด Survival จะเริ่มรู้สึกซ้ำซากไปแล้วก็ตาม
Warrior mode เหมาะสำหรับผู้เล่นที่ไม่สนใจด้าน Survival เลยและต้องการให้ Soulmask เล่นเหมือนเกม Action-RPG ที่มีระบบ Fast Travel ไปยังค่ายได้ ไอเทมเรียกบอสและค่ายพ่อค้าถาวรช่วยลดความยุ่งยากในโลกกว้าง ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่คุณต้องการพอดี หรืออาจเป็นจุดที่ทำให้คุณเลิกเล่น ขึ้นอยู่กับความคาดหวังของคุณ
สำหรับผู้เล่นที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเริ่มตรงไหน GAMES.GG guides hub มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกมแนว Survival ที่น่าสนใจให้คุณได้ศึกษาก่อนตัดสินใจ


