คลาสที่คุณเลือกใน The Division Resurgence จะกำหนดรูปแบบการต่อสู้ของคุณตั้งแต่ภารกิจแรกใน Manhattan ไปจนถึงการลุย Dark Zone ที่ลึกที่สุด เกมนี้มี Specializations ทั้งหมด 5 สาย โดยเริ่มแรกจะมีให้เลือก 4 สาย และอีก 1 สายจะปลดล็อกผ่านการดำเนินเนื้อเรื่อง ซึ่งแต่ละสายมีสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันมาก หากเลือกไม่เหมาะกับสไตล์ของคุณอาจทำให้ช่วงต้นเกมกลายเป็นเรื่องยากลำบาก นี่คือรายละเอียดว่าแต่ละคลาสทำอะไรได้บ้าง เหมาะกับใคร และคุณควรเริ่มต้นด้วยสายไหน
Specializations ใน The Division Resurgence คืออะไร?
Specializations คือระบบคลาสของเกมที่สืบทอดมาจาก The Division 2 แต่ถูกปรับปรุงใหม่สำหรับมือถือ แต่ละสายจะมาพร้อมกับสกิล Gadget 2 อย่าง, อาวุธหรือความสามารถพิเศษ (Signature Ability) และผังสกิล (Skill Tree) ที่แยกออกเป็น 2 สายย่อย คุณจะได้รับแต้มสำหรับอัปเกรดผ่าน Specialization XP (สูงสุด 30 แต้มจากการเล่นปกติ) และ SHADE Tech Caches ที่พบได้ใน Open World หรือได้รับจาก World Events และ SHADE Commendations ซึ่งจะให้แต้มอีก 19 แต้มที่เหลือเพื่ออัปเกรดจนเต็มที่ 49 แต้ม
คุณไม่ได้ถูกล็อกไว้กับตัวเลือกเดียว การสลับ Specialization สามารถทำได้ฟรีผ่านเมนู Character โดยแตะที่ไอคอน SHADE Phoenix แต่ละสายจะเก็บเลเวลแยกกัน ดังนั้นการกระจายแต้มไปหลายสายในช่วงต้นเกมจะทำให้เสียเวลา แนะนำให้เลือกหนึ่งสาย อัปให้เต็ม แล้วค่อยขยายไปสายอื่น
Demolitionist: ตัวเลือกเริ่มต้นที่ดีที่สุดรอบด้าน
Demolitionist เป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับผู้เล่นใหม่ส่วนใหญ่ เพราะผสมผสานการคุมพื้นที่และการกดดันศัตรูเข้าด้วยกัน สามารถจัดการได้ทั้งการเก็บเลเวลคนเดียวและคอนเทนต์แบบกลุ่มโดยไม่ต้องอาศัยตำแหน่งหรือการเล็งที่แม่นยำเกินไป
Gadget หลัก 2 อย่างคือ Artillery Turret และ Explosive Seeker Mine โดย Artillery Turret จะยิงปืนครกเป็นวิถีโค้ง ซึ่งช่วยจัดการศัตรูที่หลบหลังที่กำบังสูงหรืออยู่ในที่สูงที่การยิงปกติเข้าไม่ถึง ส่วน Seeker Mine จะล็อกเป้าศัตรูที่ใกล้ที่สุดและไล่ตาม ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการไล่สไนเปอร์หรือศัตรูที่หมอบหลบออกมาจากที่กำบัง
อาวุธพิเศษคือ M32A1 Multi-shot Grenade Launcher ซึ่งยิงได้สูงสุด 6 นัดก่อนติดคูลดาวน์ กลไกสำคัญที่ต้องเรียนรู้คือระบบ Charge Recovery: หากคุณจัดการเป้าหมายสำคัญได้ก่อนกระสุนหมด ให้กดปุ่มสกิลอีกครั้งเพื่อเก็บอาวุธและกู้คืนค่าพลังงาน Signature คืนมาบางส่วน นี่คือสิ่งที่แยกผู้เล่นที่ใช้ท่าไม้ตายเปลืองออกจากผู้เล่นที่มีท่าไม้ตายพร้อมใช้เสมอ

มุมมองการวาง Artillery Turret
Demolitionist มี 2 สายย่อย:
- HE Munitions: เพิ่มประสิทธิภาพ M32A1 Grenade Launcher และสร้างดาเมจมหาศาลด้วยกระสุนอัปเกรด เหมาะสำหรับคนที่ต้องการให้อาวุธพิเศษยิงแรงขึ้น
- Field Grenadier: ปรับปรุง Seeker Mine และ Artillery Turret โดยตรง เหมาะสำหรับผู้เล่นที่เน้นใช้ Gadget มากกว่าอาวุธพิเศษ
สำหรับการจัดการคูลดาวน์ กลไก Salvage บน Artillery Turret ทำงานในลักษณะเดียวกัน: หากจบการต่อสู้แล้วป้อมปืนยังอยู่ ให้เดินไปใกล้ๆ แล้วกด Salvage เพื่อเก็บอุปกรณ์และลดคูลดาวน์คืน อย่าทิ้งป้อมปืนไว้ในห้องที่เคลียร์ศัตรูหมดแล้ว
Field Medic: ตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับมือใหม่
หากการวางตำแหน่งที่ผิดพลาดทำให้คุณตายบ่อย Field Medic คือคำตอบ คลาสนี้ถูกสร้างมาเพื่อการเอาตัวรอดและเป็นตาข่ายรองรับความปลอดภัยในขณะที่คุณกำลังจดจำแผนที่
Gadget 2 อย่างคือ Chemical Trap อุปกรณ์ระเบิดกัดกร่อนแบบ AoE และ Oxidizing Hive ที่ส่งไมโครโดรนไปสร้างสถานะ Corrosion (กัดกร่อน) สร้างดาเมจต่อเนื่องทุกครั้งที่คุณยิงโดนศัตรู ส่วนความสามารถพิเศษ Oxidizing Swarm จะปล่อยกลุ่มโดรนขนาดใหญ่ที่สร้างสถานะ Corrosion รุนแรงในพื้นที่กว้าง เหมาะที่สุดสำหรับการเผาเลือดบอสเมื่อทีมของคุณรุมยิง
สายย่อยของคลาสนี้แบ่งชัดเจน:
- Tactical Pharma: เน้นไปที่ Corrosion และการปล่อยโดรนโจมตี เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับการเก็บเลเวล PvE คนเดียว
- Combat Medicine: เปลี่ยนความสามารถให้กลายเป็นโดรนฮีลสำหรับทีม อ่อนแอเมื่ออยู่คนเดียว แต่ยอดเยี่ยมมากในทีม 4 คน
Bulwark: สร้างมาเพื่อ Co-op, เล่นคนเดียวลำบาก
Bulwark คือแทงค์ของเกม Phalanx Shield ช่วยให้คุณใช้ปืนพกได้ในขณะที่ป้องกันตัว และ Shockwave Spike MK3 ช่วยสตันและทำให้ศัตรูรอบๆ ชะงัก ความสามารถพิเศษ Breach Combo จะขยายโล่ให้ครอบคลุมสูงสุดและติดตั้งปืนลูกซองอัตโนมัติดาเมจสูงสำหรับการเคลียร์ศัตรูในระยะประชิด
พูดตามตรง: การเล่น Bulwark คนเดียวค่อนข้างเหนื่อย คลาสนี้จะเปล่งประกายเมื่อคุณเป็นตัวยืนให้ทีม ดึงความสนใจศัตรู (Aggro) แล้วปล่อยให้เพื่อนร่วมทีมสาย Demolitionist ระดมยิงปืนครกใส่กลุ่มศัตรูที่คุณต้อนไว้ในมุม Bulwark เป็นเพื่อนร่วมทีมที่ต้องการตัวมากที่สุดสำหรับคอนเทนต์กลุ่มและ Co-op ระดับยาก หากคุณเล่นคนเดียวเป็นหลัก ให้เลือกสายอื่นก่อน

ท่าตั้งโล่ Breach ของ Bulwark
Vanguard: ตัวคูณพลังของทีม
Vanguard คือผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธที่ออกแบบมาสำหรับผู้เล่นที่คุ้นเคยกับการยิงแบบใช้ที่กำบัง Scan Pulse จะมาร์กศัตรูทั้งหมดในพื้นที่แม้จะอยู่หลังกำแพง และติดดีบัฟเพิ่มดาเมจที่ได้รับ ส่วน Smart Cover จะบัฟพันธมิตรทุกคนที่ใช้ที่กำบังเดียวกัน ความสามารถพิเศษ Tactical Link จะเพิ่มโอกาสคริติคอลและช่วยเล็งอัตโนมัติเป็นเวลา 12 วินาที เปลี่ยนทั้งทีมให้กลายเป็นหน่วยสังหารในเวลาสั้นๆ
สายย่อย 2 สายคือ:
- Commando: เพิ่มดาเมจส่วนตัวและโอกาสคริติคอลสูงสุด เป็นสายที่เหมาะกับการเล่นคนเดียวมากกว่า
- Recon: เน้นดาเมจแม่นยำด้วยสไนเปอร์ไรเฟิลพิเศษ พร้อมบัฟสนับสนุน เช่น ความเร็วเคลื่อนที่, ความเร็วรีโหลด และลดดาเมจให้ทีม
ในโหมด PvP อย่าง Conflict Domination สกิล Scan Pulse ถือเป็นสกิลที่ทรงพลังที่สุดในเกม การเห็นตำแหน่งศัตรูก่อนเริ่มปะทะเป็นข้อได้เปรียบมหาศาลที่ไม่มีคลาสอื่นทำได้
Tech Operator: ปลดล็อกช่วงท้าย
Tech Operator จะยังไม่มีให้เลือกตั้งแต่เริ่ม คุณต้องปลดล็อกโดยการเก็บทรัพยากรเฉพาะระหว่างแคมเปญเนื้อเรื่องหลัก แล้วเปิดใช้งานในเมนู Specialization เมื่อปลดล็อกแล้ว จะเล่นในบทบาทสนับสนุนอัตโนมัติ: Striker Drone จะคอยกวนศัตรูและดึงความสนใจ, Drone Lock จะสั่งให้โดรนทั้งหมดโฟกัสเป้าหมายสำคัญตัวเดียวด้วยความเร็วการยิงที่สูงขึ้น และความสามารถพิเศษ Drone Overload จะเร่งพลังโดรนพันธมิตรทั้งหมดให้ยิงแรงและทนทานขึ้นชั่วขณะ
Tech Operator เพิ่มมิติของการรีคอนและการกดดันแบบอัตโนมัติที่ช่วงต้นเกมทำไม่ได้ แต่ไม่ใช่ตัวเลือกเริ่มต้น ให้เก็บเลเวลคลาสอื่นก่อนแล้วค่อยกลับมาเล่นสายนี้
วิธีเก็บเลเวล Specialization ให้เร็ว?
ลำดับความสำคัญของ XP ที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือ:
- เควสต์รายวัน (Daily Quests) ก่อน เพราะให้ XP เยอะที่สุดเมื่อเทียบกับเวลาที่เสียไป
- ภารกิจเนื้อเรื่องหลัก (Main Story Missions) เพื่อปลดล็อกโซนใหม่และระบบเกมเพลย์
- เส้นทาง Agent Career ในเมนูเพื่อรับรางวัลตามโครงสร้างที่จะช่วยให้การพัฒนาตัวละครเป็นไปตามแผน
สำหรับอุปกรณ์ อย่าเพิ่งไล่หาของหายากก่อนเลเวล 20 ให้เน้นที่ Power Score สูงสุดที่มี เมื่อถึงเลเวล 20 ระบบ Equipment Recalibration และการหาของเฉพาะจุดใน Dark Zone จะเปิดออก ซึ่งตอนนั้นเองที่อุปกรณ์ระดับ High-End (สีทอง) และโบนัส Brand Set ถึงจะเริ่มมีความสำคัญ

ผังสกิลของ Specialization
ควรเลือก Specialization ไหนก่อนดี?
สำหรับผู้เล่นส่วนใหญ่ Demolitionist คือคำตอบที่ถูกต้อง Artillery Turret ทำหน้าที่เหมือนเพื่อนร่วมทีมคนที่สองในการเล่นคนเดียว, Seeker Mine จัดการพวกที่อ้อมมาข้างหลังได้อัตโนมัติ และ M32A1 Grenade Launcher ก็จัดการบอสได้อยู่หมัด คลาสนี้มีความซับซ้อนระดับกลางและให้รางวัลเมื่อคุณเรียนรู้ระบบ Salvage และ Charge Recovery โดยไม่ต้องการการเล็งที่แม่นยำระดับเทพ
หากคุณรู้ตัวว่าจะเล่นเป็นกลุ่มเป็นหลักและอยากเป็นสายฮีล Field Medic สาย Tactical Pharma ก็เก็บเลเวลคนเดียวได้ดีพอสมควรและปูทางไปสู่สาย Combat Medicine ในภายหลัง Vanguard เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ชำนาญเกมยิงแบบใช้ที่กำบังและต้องการเพดานดาเมจที่สูงที่สุด ส่วน Bulwark เป็นคลาสที่เน้นกลุ่มซึ่งจะลำบากมากหากเล่นคนเดียว
สำหรับรายละเอียดเจาะลึกของทุกสายย่อยและคำแนะนำการจัด Build ในแต่ละคลาส สามารถดูได้ที่ คู่มือ Build สำหรับมือใหม่ที่ดีที่สุดที่ dtgre.com ซึ่งจะลงลึกว่าควรเลือกสายไหนตามสไตล์การเล่นของคุณ สำหรับคู่มือเกมอื่นๆ เพิ่มเติม คุณสามารถ ดูบทความล่าสุดได้ที่ GAMES.GG


