WAGMI Defense เป็นเกมกลยุทธ์บนมือถือที่ผสมผสานกลไกของเกมแนว ออโต้-แบทเทิลเลอร์ (auto-battler), การสะสมการ์ด และทาวเวอร์ดีเฟนส์ (tower defense) เข้าไว้ด้วยกัน เป็นเกมแรกในแฟรนไชส์ WAGMI Games และเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2024 บน Google Play และ App Store เกมนี้ใช้รูปแบบกลยุทธ์เรียลไทม์ (real-time strategy) ที่คุ้นเคยและเพิ่มความแปลกใหม่ด้วยธีมไซไฟ (sci-fi) พร้อมการแข่งขันที่รวดเร็วที่ผู้เล่นสร้างเด็ค (deck) วางกำลังยูนิต (unit) และพยายามเอาชนะคู่ต่อสู้ภายในเวลาไม่ถึงสามนาที
รูปแบบการเล่นมีความคล้ายคลึงกับ Clash Royale แต่เพิ่มระบบการ์ดที่ซับซ้อนซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเกมอย่าง Marvel Snap และ Genshin Impact ผู้เล่นเลือกระหว่างสองฝ่าย ได้แก่ มนุษย์ (Humans) หรือเอเลี่ยน (Aliens) เพื่อประกอบเด็ค (deck) ของตน และวางกลยุทธ์เพื่อทำลายหอคอยของศัตรูในขณะที่ปกป้องหอคอยของตนเอง การชนะการแข่งขันจะช่วยเพิ่มอันดับ ในขณะที่การแพ้สามารถทำให้ผู้เล่นอันดับลดลงได้ WAGMI Defense ยังรวมองค์ประกอบของ Web3 ผ่านบล็อกเชน (blockchain) Immutable ซึ่งช่วยให้ผู้เล่นสามารถแลกเปลี่ยนการ์ดในตลาดรองได้ อย่างไรก็ตาม รูปแบบการเล่นหลักได้รับการออกแบบมาให้เข้าถึงได้สำหรับนักเล่นเกมทั่วไป โดยเน้นที่กลยุทธ์และการสร้างเด็ค (deck-building)

เนื้อเรื่องของเกมถูกกำหนดให้อยู่ในปี 3022 ซึ่งเป็นอนาคตที่มนุษย์ได้วิวัฒนาการเป็นเผ่าพันธุ์ที่เต็มไปด้วยไซบอร์ก (cyborg) การเดินทางในอวกาศได้เปิดรูหนอน (wormhole) ทำให้เอเลี่ยน (aliens) สามารถเข้าสู่กาแล็กซีได้ การค้นพบนี้ในที่สุดก็นำไปสู่การค้นพบโลหะหายากบนโลกที่เรียกว่า 'NiFe' จากแกนกลางของดาวเคราะห์
รูปแบบการเล่น (Gameplay)
เมื่อเริ่มเล่น WAGMI Defense ผู้เล่นจะเลือกระหว่างฝ่ายมนุษย์ (Human) หรือเอเลี่ยน (Alien) (ปัจจุบันเด็ค (deck) การต่อสู้ของคุณประกอบด้วยการ์ดมนุษย์ล้วนหรือการ์ดเอเลี่ยนล้วนเท่านั้น) หลังจากเลือกฝ่ายแล้ว พวกเขาจะได้รับการ์ดชุดพื้นฐานเพื่อเริ่มเล่น เกมจะแนะนำกลไกผ่านบทช่วยสอนที่อธิบายวิธีการวางกำลังยูนิต (unit) โดยการลากการ์ดลงบนสนามรบ วิธีการทำงานของเวทมนตร์ (spell) และวิธีการจัดการแถบพลังงาน โครงสร้างการเล่นเกมชวนให้นึกถึง Clash Royale แต่มีกลิ่นอายของไซไฟ (sci-fi)
เป้าหมายคือการทำลายหอคอยของคู่ต่อสู้ก่อนที่พวกเขาจะทำลายหอคอยของคุณ ผู้เล่นแต่ละคนมีหอคอยสามแห่ง—สองแห่งอยู่ด้านหน้าและหอคอยหลักอยู่ด้านหลัง การสูญเสียหอคอยหลักส่งผลให้พ่ายแพ้ ก่อนการแข่งขันแต่ละครั้ง ผู้เล่นจะสร้างเด็ค (deck) การ์ดหกใบ โดยเลือกยูนิต (unit) และเวทมนตร์ (spell) ตามกลยุทธ์ของตน การ์ดสามารถอัปเกรดได้โดยใช้ NiFe ซึ่งเป็นสกุลเงินอ่อนของเกม เพื่อปรับปรุงค่าสถานะ เช่น พลังชีวิตและความเสียหาย นอกจากนี้ ผู้เล่นสามารถรวมการ์ดที่เหมือนกันห้าใบเพื่อเพิ่มความหายาก

การชนะการแข่งขันจะให้รางวัลแก่ผู้เล่นด้วยหีบสมบัติที่มีการ์ด, NiFe หรือทั้งสองอย่าง หีบสมบัติเหล่านี้ต้องใช้เวลารอเพื่อเปิด แม้ว่ารางวัลการเข้าสู่ระบบรายวันจะให้สิ่งจูงใจเพิ่มเติมในการเล่น เกมยังมีสกุลเงินพรีเมียม (premium currency) ที่เรียกว่า Adallium ซึ่งส่วนใหญ่ใช้สำหรับซื้อแพ็คการ์ดในร้านค้า ซึ่งบางแพ็คเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับการซื้อด้วย Adallium นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อเร่งการเปิดหีบสมบัติได้อีกด้วย
WAGMI Defense มีระบบความก้าวหน้า (progression system) ที่ให้รางวัลสำหรับการเล่นอย่างต่อเนื่อง ระบบ "Galactic Odyssey" จะมอบหีบสมบัติเมื่อผู้เล่นเลเวลอัพ (level up) บัญชี ซึ่งเกิดขึ้นจากการเล่นแมตช์และอัปเกรดการ์ด ระบบ "Emperor’s Conquest" จะมอบแพ็คการ์ดเมื่อผู้เล่นไปถึงระดับขั้น (rank milestone)

ในอนาคต ทีมงานวางแผนที่จะอัปเดตส่วนต่อประสานผู้ใช้ (user interface) และประสบการณ์ผู้ใช้ (user experience) ซึ่งจะช่วยให้ผู้เล่นสามารถรวม DNA จากตัวละครมนุษย์ (Human) และเอเลี่ยน (Alien) เพื่อสร้างตัวละคร Nephilim ตัวละครเหล่านี้จะไม่ถูกขายโดยทีมงานและสามารถสร้างได้โดยผู้เล่นเท่านั้น
รีวิว (Review)
WAGMI Defense นำการต่อสู้ที่รวดเร็วและใช้เด็ค (deck) เป็นหลักแบบ Clash Royale เข้าสู่พื้นที่ Web3 และทำได้ค่อนข้างดี ระบบการสร้างเด็ค (deckbuilding) และความก้าวหน้า (progression system) ทำงานได้ดี ให้รางวัลแก่ผู้เล่นสำหรับการปรับปรุงกลยุทธ์และอัปเกรดการ์ด บทช่วยสอนทำหน้าที่ได้ดีในการช่วยให้ผู้เล่นใหม่เข้าใจ และรูปแบบการเล่นหลักก็สนุกและมีการแข่งขัน เมื่อผู้เล่นทั้งสองมีทรัพยากรเด็ค (deck) ที่คล้ายกัน ทักษะมักจะเป็นตัวตัดสินผลลัพธ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณต้องการในเกมกลยุทธ์ อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับเกมส่วนใหญ่ในประเภทนี้ มีองค์ประกอบแบบเพย์-ทู-วิน (pay-to-win) ผู้เล่นฟรี-ทู-เพลย์ (free-to-play) สามารถสนุกกับการเก็บเลเวล (grind) ที่ดีพร้อมรางวัลการเลื่อนอันดับและหีบสมบัติรายวัน แต่ในระดับที่สูงขึ้น ผู้เล่นที่จ่ายเงินจะได้เปรียบ
ในด้านภาพ WAGMI Defense มีจุดแข็งบางประการ แต่ก็มีส่วนที่ต้องปรับปรุงเช่นกัน ตัวอย่างภาพยนตร์สไตล์อนิเมะ (anime-style trailer) ทำออกมาได้ดี แต่กราฟิกในเกมรู้สึกหยาบไปเล็กน้อย แอนิเมชันการโจมตีอาจดูไม่ลื่นไหล แถบพลังชีวิตและค่ามานา (mana cost) ไม่ได้โดดเด่นชัดเจนเสมอไป และบางครั้งก็มีเฟรมเรตตก (frame drop) นอกจากนี้ ผมยังพบว่าเกมค้าง (game crash) สองสามครั้ง ซึ่งส่งผลเสียต่อประสบการณ์โดยรวม การออกแบบเสียงก็โอเค แต่ก็ไม่ได้ขัดเกลามากที่สุด เอฟเฟกต์เสียงทำหน้าที่ได้ดี แต่บางครั้งคลิปเสียงก็ทับซ้อนกันในลักษณะที่รู้สึกแปลกๆ ในด้านบวก การควบคุมราบรื่น และส่วนต่อประสานผู้ใช้ (interface) ใช้งานง่าย โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับเกมที่คล้ายกัน
สิ่งที่ทำให้ WAGMI Defense แตกต่างออกไปมากที่สุดคือการรวม Web3 เข้ามา แม้ว่ารูปแบบการเล่นหลักจะไม่ได้สร้างสรรค์ประเภทเกมใหม่ แต่ความสามารถในการแลกเปลี่ยนการ์ดที่พัฒนาแล้วและหายากก็ทำให้เกมมีความแปลกใหม่ที่น่าสนใจ เมื่อตลาดเติบโตขึ้น มันอาจสร้างพลวัตที่ไม่เหมือนใครสำหรับนักสะสมและผู้เล่นที่แข่งขันกัน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังเป็นช่วงเริ่มต้น และเราจะต้องรอดูกันต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร
โดยรวมแล้ว WAGMI Defense มีทั้งข้อดีและข้อเสีย รูปแบบการเล่นหลักนั้นแข็งแกร่งและสนุก แต่ต้องการการขัดเกลาเพิ่มเติม โดยเฉพาะในด้านภาพ แอนิเมชัน และความเสถียร แง่มุมแบบเพย์-ทู-วิน (pay-to-win) อาจทำให้ผู้เล่นฟรี-ทู-เพลย์ (free-to-play) ที่แข่งขันกันรู้สึกหงุดหงิด แต่เกมก็มีรางวัลมากมายเพื่อรักษาสมดุลในช่วงแรก


