ออกเดินทางข้ามทุ่งหญ้าสเตปป์ของมองโกเลียเพื่อส่งของและเลี้ยงม้าใน Windstorm: The Legend of Khiimori เกมแนว Open-world Exploration ที่พัฒนาโดยสตูดิโอจากเยอรมนีอย่าง Aesir Interactive ปัจจุบันตัวเกมอยู่ในสถานะ Early Access บน PC และคอนโซล โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็นคนส่งของที่ต้องควบม้าไปทั่วดินแดนอันกว้างใหญ่ในศตวรรษที่ 13 ของมองโกเลีย พร้อมเรียนรู้วิธีการดูแลและเพาะพันธุ์ม้า
ทำความรู้จักกับ The Legend of Khiimori
The Legend of Khiimori มีลูปเกมเพลย์หลักอยู่ 2 อย่าง คือการส่งสินค้าให้กับผู้คนที่กระจายอยู่ทั่วแผนที่ และการเลี้ยงดูรวมถึงเพาะพันธุ์ม้า ผู้เล่นจะต้องรับเควสต์เพื่อออกสำรวจพื้นที่ใกล้เคียงหรือขนส่งสินค้า จากนั้นจึงวางแผนเส้นทางเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ หลังจากจบช่วงสอนเล่น (Tutorial) เควสต์ต่างๆ จะกลายเป็นทางเลือก ผู้เล่นสามารถออกเดินทางได้อย่างอิสระเพื่อค้นหาหมู่บ้านใหม่ๆ ลูกค้า และภูมิภาคต่างๆ ได้ตามต้องการ โดยสามารถหาม้าตัวใหม่ได้จากการซื้อขายกับพ่อค้า การจับม้าป่า หรือใช้ระบบ Breeding (การเพาะพันธุ์) ที่ละเอียดของเกม
เกมเพลย์
ระบบ Survival

สัมผัสแรกกับ The Legend of Khiimori
The Legend of Khiimori มีระบบ Survival พื้นฐานที่ผูกติดกับทั้งตัวเอกอย่าง Naraa และม้าของเธอ โดย Naraa จะมีเกจ (Meter) สองอย่างที่ต้องคอยดูแลคือ อาหารและน้ำ ซึ่งสามารถเติมได้จากไอเทมในช่องเก็บของ ส่วนม้าจะมีเกจสองอย่างนี้เหมือนกันและเพิ่มเกจที่สามเข้ามาคือ อารมณ์ (Mood) ม้าสามารถเล็มหญ้าและดื่มน้ำจากแหล่งน้ำได้เองเมื่อ Naraa ไม่ได้ขี่ แต่ค่าอารมณ์จะลดลงหากเจอสภาพอากาศเลวร้าย ตัวสกปรกเกินไป หรือน้ำหนักบรรทุกทำให้ม้าเสียสมดุล ผู้เล่นสามารถฟื้นฟูอารมณ์ของม้าได้ด้วยการลูบ แปรงขน ดูแลกีบเท้า หรือใช้ไอเทมป้องกันสภาพแวดล้อมต่างๆ
การวางเส้นทางและการนำทาง

สัมผัสแรกกับ The Legend of Khiimori
ใน The Legend of Khiimori ไม่มีระบบ Fast Travel ม้าคือพาหนะเดียวที่จะใช้ข้ามทุ่งหญ้าสเตปป์ได้ เพื่อช่วยจัดการกับระยะทางอันกว้างใหญ่ เกมจึงมีฟีเจอร์ Routing (การวางเส้นทาง) บนแผนที่ ผู้เล่นสามารถปัก Waypoint ตามเส้นทางที่ต้องการ โดยเลือกได้ว่าจะใช้ถนนสายหลักหรือทางลัดผ่านภูมิประเทศที่ขรุขระ แต่ละ Waypoint จะหายไปเมื่อ Naraa ไปถึงจุดนั้น เพื่อเผยจุดถัดไป ระบบนี้ช่วยกระตุ้นให้ผู้เล่นได้ทดลองเส้นทางใหม่ๆ เพื่อค้นหาเส้นทางที่เร็วที่สุดหรือเส้นทางที่ถนอมม้าได้ดีที่สุด
ค่าสถานะและสกิลของม้า

สัมผัสแรกกับ The Legend of Khiimori
ม้ามีค่าสถานะที่ฝึกฝนได้ 5 อย่าง ซึ่งจะช่วยขยายขีดความสามารถและปลดล็อกสกิลเฉพาะตัว ได้แก่ Strength (ความแข็งแกร่ง), Agility (ความคล่องตัว), Endurance (ความอึด), Balance (การทรงตัว) และ Spirit (จิตวิญญาณ) ค่าสถานะจะเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติจากการขี่ โดยแต่ละกิจกรรมจะส่งผลต่อค่าสถานะที่ต่างกัน เช่น Strength จะเพิ่มขึ้นเมื่อม้าวิ่งด้วยพลังเต็มที่ ว่ายน้ำ หรือปีนทางลาด เมื่อค่าสถานะเพิ่มขึ้น ม้าจะปลดล็อกสกิลที่สืบทอดมาจากพ่อแม่ เช่น สกิล Balance อย่าง Surefooted ที่ช่วยลดการเสีย Stamina ขณะปีนทางลาด หรือสกิล Endurance อย่าง Constitution ที่ช่วยเพิ่มค่า HP สูงสุด
ระบบเพาะพันธุ์

สัมผัสแรกกับ The Legend of Khiimori
The Legend of Khiimori ใช้ระบบ Breeding ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพันธุกรรมในโลกจริง ผู้เล่นต้องใช้ทรัพยากรเพื่อเพิ่มหรือลดโอกาสในการปรากฏของยีนเฉพาะในลูกม้า ทำให้สามารถควบคุมรูปลักษณ์ของลูกม้าได้ นอกจากนี้การเพาะพันธุ์ยังช่วยให้ผู้เล่นรวมสกิลจากม้าสองตัว เพื่อให้ได้ลูกม้าที่เหมาะกับสไตล์การเล่นของตนเอง ลูกม้าจะได้รับ Traits (ลักษณะเด่น) จากพ่อแม่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นบัฟและดีบัฟเฉพาะตัว เช่น การเก็บ Stamina ได้มากขึ้นเมื่อวิ่งตามลม หรืออารมณ์เสียเมื่อต้องว่ายน้ำ การเชี่ยวชาญระบบเพาะพันธุ์จะช่วยให้ผู้เล่นเลี้ยงม้าที่ตรงกับทั้งสไตล์การขี่และความชอบส่วนตัวได้
การจับม้าป่า

สัมผัสแรกกับ The Legend of Khiimori
ผู้เล่นสามารถหาม้าได้จากการจับม้าป่า การขว้าง Animal Lure (เหยื่อล่อสัตว์) จะเริ่มมินิเกมการจับม้า ซึ่งผู้เล่นต้องคอยให้ Naraa อยู่หน้าม้าและรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย หลังจากจับสำเร็จ ผู้เล่นสามารถตรวจสอบค่าสถานะ Traits และความสามารถของม้าก่อนตัดสินใจว่าจะขี่หรือส่งกลับไปที่แคมป์ เหยื่อล่อสัตว์ไม่ได้การันตีความสำเร็จเสมอไป เพราะม้าต้องเดินเข้ามาหาเหยื่อเพื่อเริ่มลำดับการจับ ดังนั้นแนะนำให้พกเหยื่อติดตัวไว้หลายๆ อันเสมอ
จุดที่ทำได้ดี

สัมผัสแรกกับ The Legend of Khiimori
The Legend of Khiimori จะสนุกที่สุดเมื่อเล่นแบบผ่อนคลายและเน้นประสบการณ์ที่ผู้เล่นกำหนดเอง การขี่ม้าออกนอกเส้นทางหลักจะทำให้โลกของเกมเผยเสน่ห์ออกมา ทั้งสมบัติที่ซ่อนอยู่ ผู้คนใหม่ๆ และหมู่บ้านที่สาบสูญ การโฟกัสที่การส่งของนั้นน่าพอใจ แต่การละทิ้งเควสต์มาร์กเกอร์แล้วออกสำรวจไปเรื่อยๆ จะทำให้เห็นทุ่งหญ้าสเตปป์ได้กว้างไกลกว่ามาก
เกมทำหน้าที่จำลองประสบการณ์คนส่งของได้ดี การส่งของซ้ำๆ ให้ตัวละครเดิมอาจจะดูน่าเบื่อในช่วงแรก แต่เส้นทางจะค่อยๆ ถูกจดจำไปเอง ผู้เล่นจะเริ่มนำทางได้โดยไม่ต้องดูแผนที่ ค้นพบทางลัดและเส้นทางสำรอง และหาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งของ กระบวนการนี้ช่วยให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนเป็นคนส่งของที่กำลังสร้างเส้นทางการค้าในโลกที่มีชีวิตจริงๆ

สัมผัสแรกกับ The Legend of Khiimori
ระบบ Survival, ระบบการจับม้า และการเพาะพันธุ์ ผสมผสานกันเพื่อให้ผู้เล่นมีวิธีสร้างความผูกพันกับม้าได้หลายรูปแบบ ม้าต้องพึ่งพา Naraa พอๆ กับที่เธอต้องพึ่งพามัน และ Traits กับความสามารถเฉพาะตัวทำให้ม้าแต่ละตัวรู้สึกแตกต่างกัน ระบบการจับม้าสร้างจุดเริ่มต้นที่เป็นธรรมชาติสำหรับความสัมพันธ์นั้น ในขณะที่ลูกม้าที่สืบทอด Traits จากพ่อแม่ทำให้สายเลือดของม้ามีความหมาย เกมนี้โดดเด่นในการกระตุ้นให้ผู้เล่นเติบโตไปพร้อมกับม้าผ่านความรับผิดชอบในการดูแลพวกมันอย่างต่อเนื่อง
จุดที่ยังต้องปรับปรุง
ในฐานะเกม Early Access ตัวเกม The Legend of Khiimori ยังมีจุดที่ขรุขระอยู่บ้าง ตัวละครและลูปเกมเพลย์หลักยังค่อนข้างตื้น Naraa และตัวละครสมทบยังขาดมิติ และบทสนทนามีน้อยมาก คำพูดแนะนำตัวของ Naraa ตอนเริ่มการค้ากับตัวละครใหม่ถูกใช้ซ้ำกับ NPC เกือบทุกคน นอกเหนือจากช่วงสอนเล่นแล้ว ปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวละครมีจำกัด และไม่มีเควสต์ไหนที่พัฒนาตัวละครเหล่านี้เพิ่มเติม เควสต์ส่วนใหญ่เป็นการส่งของตรงๆ ที่จบลงด้วยบทสนทนาเพียง 2-3 ประโยคก่อนจะส่งผู้เล่นกลับไปที่แคมป์เพื่อรับงานใหม่ คาดว่าจุดนี้จะดีขึ้นเมื่อการพัฒนาคืบหน้า แต่สำหรับผู้เล่นที่มองหาเนื้อเรื่องที่เข้มข้นอาจจะผิดหวังในตอนนี้
บั๊กเป็นอีกหนึ่งอาการของเกม Early Access แม้จะไม่ถึงขั้นทำให้เล่นไม่ได้ แต่ก็โผล่มาให้เห็นเป็นระยะและลดทอนประสบการณ์การเล่นลง เช่น ปุ่มกดสำหรับโต้ตอบกับม้าบางครั้งต้องยืนในจุดที่แม่นยำมากถึงจะทำงานได้ ปัญหาเหล่านี้พอจะจัดการได้ แต่ควรทราบไว้ก่อนตัดสินใจซื้อ
การจัดการ Stamina ก็เป็นจุดที่น่าหงุดหงิด ความอึดในการวิ่งเต็มสปีดของม้าขึ้นอยู่กับ Stamina ซึ่งจะลดลงเมื่อวิ่งเร็ว ปีนทางลาด ข้ามภูมิประเทศที่ขรุขระ หรือลุยน้ำ Stamina จะฟื้นฟูช้าหากไม่อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม และการขี่ม้าต้านลมอาจทำให้การฟื้นฟูหยุดชะงักไปเลย ผู้เล่นที่คาดหวังเกมขี่ม้าที่รวดเร็วอาจรู้สึกว่าการเคลื่อนที่ข้ามแผนที่นั้นช้าและน่าเบื่อ ความสามารถที่เกี่ยวข้องกับ Stamina เพื่อช่วยเรื่องการฟื้นฟูมีอยู่จริง แต่จะยังใช้ไม่ได้จนกว่าจะจบช่วงสอนเล่น แม้จะปลดล็อกแล้ว การจัดการ Stamina ก็ยังรู้สึกขัดแย้งกับความรู้สึกอิสระที่เกมพยายามจะมอบให้
บทสรุป
The Legend of Khiimori ต้องใช้เวลาปรับตัวสักพัก แต่ก็กลายเป็นประสบการณ์ที่สนุกอย่างแท้จริงเมื่อผ่านช่วงสอนเล่นไปแล้ว การสร้างสมดุลระหว่างการส่งของกับการสำรวจโลกกว้างนั้นให้ความรู้สึกผ่อนคลาย และโลกของเกมก็ให้รางวัลแก่ความอดทนและความอยากรู้อยากเห็น ยังมีพื้นที่ให้พัฒนาอีกมาก และในฐานะเกม Early Access จาก Aesir Interactive ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ โดยหัวใจสำคัญของ The Legend of Khiimori คือการเตือนให้ผู้เล่นรู้ว่าชีวิตคือการเดินทาง และการเลือกใช้เส้นทางที่คนไม่ค่อยไปอาจเป็นรางวัลในตัวของมันเอง
The Legend of Khiimori วางจำหน่ายแล้วบน Steam, Epic Games, PlayStation 5 และ Xbox Series X and S ผู้เล่นที่สนใจสามารถซื้อและเล่นในสถานะ Early Access ได้ตั้งแต่วันนี้


