ภาพรวม
Assassin's Creed 2 ซึ่งพัฒนาโดย Ubisoft Montreal และวางจำหน่ายในเดือนมีนาคม 2010 ได้นำเอาทุกอย่างที่ภาคแรกสร้างรากฐานไว้มาต่อยอดใหม่จนกลายเป็นเกมที่สมบูรณ์แบบและมั่นใจกว่าเดิม ฉากของเกมเปลี่ยนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์มาเป็นอิตาลีในยุคเรอเนซองส์ (Renaissance) ซึ่งบรรยากาศที่เปลี่ยนไปนั้นสัมผัสได้ทันที เมืองฟลอเรนซ์ (Florence), เวนิส (Venice) และทัสคานี (Tuscany) ให้ความรู้สึกที่มีชีวิตชีวาในแบบที่ภาคแรกทำไม่ได้ ทั้งสถาปัตยกรรมให้ปีนป่าย ผู้คนที่เดินขวักไขว่ให้เรากลมกลืนไปกับฝูงชน และการสมคบคิดที่แทรกซึมอยู่ทุกเขตของเมือง
เนื้อเรื่องติดตามชีวิตของ Ezio Auditore da Firenze ชายหนุ่มชนชั้นสูงชาวฟลอเรนซ์ที่ครอบครัวถูกหักหลังและประหารชีวิตโดยกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้าม สิ่งที่เริ่มต้นจากการล้างแค้นส่วนตัวได้ขยายตัวกลายเป็นความขัดแย้งที่สั่นคลอนไปถึงระดับสูงสุดของศาสนจักรคาทอลิกและเหล่าขุนนางอิตาลี พัฒนาการของ Ezio ตลอดทั้งเกมถือเป็นหนึ่งในเส้นเรื่องตัวละครที่น่าประทับใจที่สุดในซีรีส์ จากวัยรุ่นเลือดร้อนกลายเป็นนักฆ่า (Assassin) ที่สุขุมรอบคอบโดยยังคงเสน่ห์ที่ทำให้ผู้เล่นละสายตาไม่ได้เอาไว้

Assassin's Creed 2 content image
เกมเพลย์และระบบต่างๆ
หัวใจหลักของเกมยังคงเป็นการวิ่งฟรีรันนิ่ง (Free-running), การลอบเร้น (Stealth) และการลอบสังหาร (Assassination) แต่ Assassin's Creed 2 ก็เพิ่มระบบใหม่ๆ เข้ามาจนรู้สึกเหมือนเป็นการวิวัฒนาการอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสกิน โดยมีจุดเด่นที่เพิ่มเข้ามาดังนี้:

Assassin's Creed 2 content image
- ระบบว่ายน้ำที่ช่วยให้ผู้เล่นหนีข้ามคลองได้ แทนที่จะตายเมื่อตกน้ำ
- ภารกิจเครื่องร่อนที่ออกแบบตามภาพสเก็ตช์จริงของ Leonardo da Vinci
- ระบบปลดอาวุธศัตรูและแย่งอาวุธมาใช้จัดการพวกมันเอง
- การใช้ Hidden Blade คู่เพื่อสังหารศัตรูพร้อมกัน
- ระบบอัปเกรดวิลล่า (Villa) เพื่อหาเงินทุนสำหรับซื้ออุปกรณ์ต่างๆ
โครงสร้างภารกิจแบบ Open-ended เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ใช้ความยืดหยุ่นอย่างเต็มที่ เป้าหมายส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้หลายทิศทาง ซึ่งให้รางวัลแก่ความอดทนและความคิดสร้างสรรค์มากกว่าการใช้กำลังเข้าแลก ระบบการต่อสู้มีความลื่นไหลกว่าภาคแรก ด้วยจังหวะการสวนกลับ (Counter) และสังหารที่ตอบสนองได้ดีเยี่ยมโดยไม่รู้สึกง่ายจนเกินไป

Assassin's Creed 2 content image
โลกและฉากหลัง
อิตาลีในยุคเรอเนซองส์เป็นฉากหลังที่ทรงพลังมาก ศตวรรษที่ 15 เป็นช่วงเวลาที่ศิลปะและวัฒนธรรมอันวิจิตรดำรงอยู่ควบคู่ไปกับการฆาตกรรมทางการเมืองและการคอร์รัปชันของเหล่าราชวงศ์ ซึ่งเกมก็นำเสนอความตึงเครียดนี้ออกมาได้อย่างชัดเจน Ezio เดินทางผ่านเมืองต่างๆ ที่ถอดแบบมาจากสถานที่จริง โดยมีมหาวิหาร Duomo ในฟลอเรนซ์ และพระราชวัง Doge's Palace ในเวนิส เป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นปริศนาการปีนป่ายไปในตัว
บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ปรากฏตัวในฐานะตัวละครที่มีบทบาทจริง ไม่ใช่แค่ตัวประกอบฉาก Leonardo da Vinci รับบทเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ให้ Ezio โดยช่วยแปลหน้า Codex ของเหล่า Assassin ให้กลายเป็นอาวุธที่ใช้งานได้จริง ส่วน Niccolò Machiavelli ก็ปรากฏตัวในฐานะพันธมิตร แม้เกมจะมีการดัดแปลงประวัติศาสตร์ไปบ้าง แต่รายละเอียดของยุคสมัยก็ช่วยให้เนื้อเรื่องดูสมจริงและมีน้ำหนักมากกว่าเกม Open-world ทั่วไป
อิทธิพลและตำนาน
Assassin's Creed 2 ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นจุดที่ซีรีส์ค้นพบตัวตนของตัวเอง ภาคแรกนั้นน่าประทับใจแต่ก็มีความซ้ำซาก แต่ภาคนี้ได้แก้ไขปัญหาเรื่องจังหวะของเกม (Pacing) และเพิ่มความหลากหลายจนทำให้ประสบการณ์การเล่นสดใหม่อยู่เสมอจนจบเกม Ezio ยังได้ไปปรากฏตัวในฐานะตัวเอกของภาคหลักอีกสองภาค ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดีว่าตัวละครนี้ประสบความสำเร็จมากแค่ไหน
เกมนี้รองรับการเล่นบน PC, PlayStation, macOS, Xbox, Steam และ Epic Games Store สำหรับฟีเจอร์ Online Multiplayer และ Co-op ได้ยุติการให้บริการไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2018 ดังนั้นประสบการณ์ในปัจจุบันจึงเป็นแบบ Single-player เต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่แท้จริงของเกมนี้มาโดยตลอด ระบบลอบเร้นและ Parkour ในโลกกว้างยังคงเล่นได้สนุกจนถึงทุกวันนี้ และฉากหลังยุคเรอเนซองส์ก็ยังคงเป็นหนึ่งในบรรยากาศที่โดดเด่นที่สุดในเกมแนว Action-adventure

Assassin's Creed 2 content image







