ภาพรวม
Assassin's Creed Origins พัฒนาโดย Ubisoft Montreal และวางจำหน่ายในเดือนตุลาคม 2017 ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของแฟรนไชส์ระดับตำนานนี้ หลังจากที่ปล่อยภาคต่อออกมาทุกปีจนสูตรสำเร็จเริ่มจืดจาง ทีมงานจึงใช้เวลาถึง 3 ปีในการรื้อระบบซีรีส์นี้ใหม่หมด โดยเลือกอียิปต์โบราณมาเป็นทั้งฉากหลังที่สดใหม่และการรีเซ็ตโครงสร้างเกม ผลลัพธ์ที่ได้คือเกม Assassin's Creed ที่ทะเยอทะยานที่สุดในขณะนั้น ด้วยแผนที่ที่กว้างใหญ่ครอบคลุมตั้งแต่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนล์ คาบสมุทรไซนาย ไปจนถึงเขตทะเลทรายลึกที่ให้ความรู้สึกกว้างใหญ่สมจริง
เนื้อเรื่องโฟกัสไปที่ Bayek of Siwa ซึ่งเป็น Medjay หรือผู้พิทักษ์ประชาชน ผู้ซึ่งสูญเสียลูกชายไปเพราะองค์กรลับที่ชื่อว่า Order of the Ancients สิ่งที่เริ่มต้นจากการล้างแค้นค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นการก่อตั้ง Hidden Ones ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกลุ่ม Assassin Brotherhood นี่คือเกมภาคปฐมบท (Prequel) ที่แท้จริง และตัวเกมก็ปูเรื่องราวออกมาได้อย่างสมเหตุสมผล ไม่ใช่แค่การเอาชื่อแฟรนไชส์มาแปะไว้กับพล็อตเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

เกมเพลย์และระบบต่างๆ
Origins เปลี่ยนระบบการต่อสู้แบบเคาน์เตอร์-คิล (Counter-kill) แบบเดิม มาเป็นระบบ Hitbox ที่คล้ายกับเกม Action RPG อย่าง Dark Souls มากขึ้น การโจมตีมีน้ำหนัก การหลบหลีกมีความหมาย และระบบเลเวลของศัตรูหมายความว่าถ้าเผลอเดินหลงเข้าไปในเขตที่เลเวลสูงเกินไป Bayek ก็อาจตายได้ง่ายๆ ระบบหลักๆ ของเกมประกอบด้วย:

- การต่อสู้ระยะประชิดและระยะไกลพร้อมระบบ Gear Loadout
- การลอบสังหาร (Stealth takedowns) และการใช้สภาพแวดล้อมจัดการศัตรู
- Senu นกอินทรีคู่ใจของ Bayek ที่ใช้สำหรับบินสำรวจจากมุมสูง
- Skill Tree ที่แบ่งสายเป็น Seer, Warrior และ Hunter
- ระดับความหายากของไอเทม (Gear rarity) ตั้งแต่ระดับทั่วไปไปจนถึงระดับตำนาน (Legendary)
ระบบนกอินทรีสำรวจที่ช่วยให้ผู้เล่นมาร์คจุดศัตรูและสำรวจพื้นที่ก่อนบุกเข้าไปนั้น ช่วยเพิ่มมิติเชิงกลยุทธ์ที่รู้สึกลื่นไหลและเข้ากับตัวเกมได้เป็นอย่างดี ส่วนเควสต์รอง (Side quests) ก็เขียนบทออกมาได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยของซีรีส์ โดยมีหลายเควสต์ที่โดดเด่นจนเหมือนเป็นเรื่องสั้นในตัวเองเลยทีเดียว
โลกและฉากหลัง
การจำลองอียิปต์โบราณคือจุดแข็งที่สุดของเกมนี้ เมือง Alexandria เต็มไปด้วยพ่อค้าและทหารโรมัน มหาพีระมิดแห่งกิซ่าตั้งตระหง่านอยู่ในตำแหน่งที่ควรจะเป็น สามารถปีนป่ายได้และรายล้อมไปด้วยสุสานที่คุ้มค่าแก่การสำรวจ แม่น้ำไนล์จะเอ่อล้นตามฤดูกาลในบางพื้นที่ และการเปลี่ยนผ่านจากริมฝั่งแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์ไปสู่ทะเลทรายที่แห้งแล้งนั้นทำออกมาได้ค่อยเป็นค่อยไปจนรู้สึกเหมือนเป็นสถานที่ที่มีอยู่จริง ไม่ใช่แค่ฉากในสวนสนุก

Ubisoft Montreal ได้ร่วมมือกับนักประวัติศาสตร์ในการสร้างฉากหลังนี้ และโหมด Discovery Tour ที่ปล่อยออกมาภายหลังได้ตัดระบบการต่อสู้ออกไปทั้งหมด เปลี่ยนเกมให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์เสมือนจริงที่มีไกด์นำเที่ยวมากกว่า 75 ทัวร์ ครอบคลุมทั้งประวัติศาสตร์ ตำนาน และวิถีชีวิตชาวอียิปต์ ซึ่งถูกนำไปใช้ในการเรียนการสอนในห้องเรียนจริงๆ มาแล้ว
อิทธิพลและมรดกของเกม
Origins วางรากฐานที่ Assassin's Creed Odyssey และ Valhalla นำไปใช้ต่อ ซึ่งจะดีหรือร้ายก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน การเปลี่ยนมาเป็นเกม Action RPG เต็มตัวที่มีระบบเลเวลไอเทม (Leveled loot) ตัวเอกที่มีเสียงพากย์ และโลกเปิด (Open world) ขนาดมหึมา ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของแฟรนไชส์นี้ นักวิจารณ์ให้คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 85-88 บนแพลตฟอร์มหลักๆ และกระแสตอบรับจากผู้เล่นก็อบอุ่นกว่าหลายๆ ภาคที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับผู้เล่นที่จะมาสัมผัสในปี 2026 เกมนี้ยังคงเล่นได้สนุกและทันสมัย ระบบ RPG ไม่ได้ดูยัดเยียดจนเกินไปเหมือนภาคหลังๆ แผนที่ถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจมากกว่าการถมพื้นที่ให้เต็ม และ Bayek ก็ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเอกที่เขียนบทออกมาได้ดีที่สุดในซีรีส์ ส่วน DLC เสริมทั้งสองภาคอย่าง The Hidden Ones และ The Curse of the Pharaohs ก็ช่วยขยายเนื้อเรื่องได้อย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะภาคหลังที่พา Bayek ดำดิ่งสู่โลกหลังความตายของอียิปต์ที่เน้นเรื่องตำนานเทพเจ้าแบบจัดเต็ม Origins คือตัวอย่างที่หายากของการรีบูตแฟรนไชส์ที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมและตอบโจทย์จริงๆ












