ภาพรวม
Battlefield 2042 คือการกลับมาของ DICE ในธีมสงครามเต็มรูปแบบยุคอนาคตอันใกล้ เปิดตัวเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2021 และได้รับการขยายคอนเทนต์อย่างมหาศาลผ่าน 4 ซีซันหลังเปิดตัว สำหรับ Elite Edition ในปัจจุบันนั้นรวมทุกอย่างไว้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นแผนที่กว่า 17+ แห่ง, อาวุธกว่า 35+ ชนิด, Specialists 14 คน และคอนเทนต์จาก Battle Pass ทั้ง 4 ซีซันที่ปลดล็อกให้ทันที ถือว่าคุ้มค่าสุดๆ สำหรับการซื้อเพียงครั้งเดียว และยังช่วยตัดปัญหาเรื่องการต้องมานั่งฟาร์ม (Grind) เหมือนช่วงแรกๆ ของเกมไปได้เลย
เนื้อเรื่องของเกมอยู่ในโลกอนาคตอันใกล้ที่รัฐชาติแตกสลาย และเหล่าทหารไร้สังกัดที่เรียกว่า No-Pats ต้องมาทำสงครามตัวแทน (Proxy wars) กันทั่วโลก แผนที่ในเกมมีตั้งแต่ฐานปล่อยดาวเทียมท่ามกลางทุ่งน้ำแข็งใน Breakaway ไปจนถึงที่ราบที่ถูกพายุทอร์นาโดถล่มใน Hourglass ที่กาตาร์ อีเวนต์สภาพอากาศแบบไดนามิก ไม่ว่าจะเป็นพายุทอร์นาโดที่เป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์หรือการปล่อยจรวด จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมสนามรบกลางคัน ไม่ใช่แค่ฉากหลังประดับให้สวยงามเฉยๆ

เกมเพลย์และระบบต่างๆ
โครงสร้างหลักของโหมด Multiplayer จะเน้นไปที่ 2 โหมดหลักคือ Conquest และ Breakthrough โดยโหมด Conquest จะให้ทีมต่างๆ แย่งชิงจุดยึดครอง (Capture points) หลายจุดพร้อมกันบนแผนที่ขนาดใหญ่ ส่วน Breakthrough จะบีบให้ทั้งสองฝั่งต้องมาปะทะกันในรูปแบบการบุกและตั้งรับที่เป็นเส้นตรง ซึ่งสร้างจังหวะการยิงที่ดุเดือดที่สุดในเกมเลยทีเดียว การรองรับผู้เล่นสูงสุด 128 คนบน PC, Xbox Series X/S และ PlayStation 5 ทำให้โหมดเหล่านี้ดูโกลาหลสมจริงในแบบที่การจำกัดผู้เล่น 64 คนในภาคก่อนๆ ทำไม่ได้

Specialists เข้ามาแทนที่ระบบคลาสแบบเดิมด้วยแนวทางการเล่นที่อิงตามตัวละคร:
- Assault Specialists อย่าง Mackay มาพร้อมความคล่องตัวจาก Grappling Hook
- Support Specialists อย่าง Angel สามารถจัดการเรื่องเกราะและ Loadout drops
- Recon อย่าง Casper สามารถส่ง OV-P Recon Drones ออกไปสอดแนม
- Engineer Specialists อย่าง Boris สามารถวางป้อมปืนอัตโนมัติ
- Medic Specialists อย่าง Falck ใช้เข็มฉีดยารักษาตัวเอง
Specialists แต่ละคนจะมี Gadget เฉพาะตัวและ Passive trait หนึ่งอย่าง แต่ Loadout ยังคงปรับแต่งได้อิสระเต็มที่ ระบบ Plus System ช่วยให้คุณสลับอุปกรณ์เสริม (Attachments) ได้กลางแมตช์ ดังนั้นการปรับสโคปหรือลำกล้องปืนแบบเรียลไทม์ระหว่างปะทะจึงเป็นทางเลือกเชิงกลยุทธ์ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ลูกเล่นในเมนู
Battlefield Portal คืออะไร?
Battlefield Portal อาจเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุดในแพ็กเกจนี้ เป็นโหมดแยกที่ให้ผู้เล่นสร้างและเข้าร่วมเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว (Custom servers) โดยดึงแผนที่ อาวุธ และกฎการเล่นมาจาก Battlefield 1942, Battlefield Bad Company 2 และ Battlefield 3 มาผสมผสานกับคอนเทนต์ของ 2042 เอง อยากได้เซิร์ฟเวอร์ที่ให้ Specialists จาก 2042 มาถือปืน Bolt-action จากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 สู้กันในแผนที่ของ Bad Company 2 ใช่ไหม? Portal จัดให้ได้หมด

เครื่องมือสร้างโหมดมีความลึกพอที่จะสร้างกฎการเล่นที่แปลกใหม่ได้มากมาย และคอมมูนิตี้ก็ได้สร้างประสบการณ์การเล่นที่หลากหลาย ตั้งแต่การจำลองโหมดคลาสสิกไปจนถึงการทดลองอะไรใหม่ๆ สำหรับแฟนพันธุ์แท้ แค่โหมด Portal อย่างเดียวก็คุ้มค่าที่จะกลับมาเล่นเกมนี้แล้ว
สเกลของ Multiplayer และฟีเจอร์สังคม
ระบบ Cross-play เชื่อมต่อผู้เล่นจาก PC, Xbox และ PlayStation เข้าด้วยกัน ทำให้หาห้อง (Queue times) ได้รวดเร็วในทุกแพลตฟอร์ม ระบบ Squad รองรับผู้เล่นสูงสุด 4 คนพร้อมจุดเกิดร่วมกัน การชุบชีวิต และการเรียก Supply drops ที่ทำให้การเล่นเป็นทีมมีความหมายและแตกต่างจากการโซโล่เดี่ยว การขับยานพาหนะยังคงเป็นเอกลักษณ์ของ Battlefield ไม่ว่าจะเป็นรถถัง, เฮลิคอปเตอร์, เครื่องบินเจ็ต และเรือโฮเวอร์คราฟต์ ซึ่งมีให้เลือกใช้มากมายและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่เปิดตัว

ชุด "Lost World" ใน Elite Edition มาพร้อมกับสกินระดับ Epic อย่าง "Forsaken" Rao Specialist Set, สกินยานพาหนะ "Starved Vulture" และสกินอาวุธ "Banisher" ของตกแต่งเหล่านี้เป็นเพียงความสวยงามและไม่มีผลต่อเกมเพลย์ แม้ว่าในร้านค้าจะมีเงินเสมือนจริงให้ซื้อของตกแต่งเพิ่มเติม แต่คอนเทนต์พื้นฐานที่มีให้ใน Elite Edition ก็เพียงพอที่จะมอบประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่มแล้ว











