ภาพรวม
Battlefield 3 จะพาผู้เล่นไปสวมบทบาทเป็นหน่วยรบพิเศษ U.S. Marines ในภารกิจ Single-player สุดมันส์ที่เซ็ตฉากอยู่ใน Paris, Tehran และ New York แต่ทีเด็ดที่ทำให้เกมนี้ขึ้นหิ้งระดับตำนานจริงๆ คือโหมด Multiplayer ครับ DICE ได้สร้างประสบการณ์นี้ขึ้นบน Frostbite 2 engine ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้สภาพแวดล้อมในเกมทำลายได้ (Destructible environments) ผู้เล่นสามารถถล่มกำแพง ระเบิดที่กำบัง และปรับเปลี่ยนสมรภูมิได้แบบเรียลไทม์
โหมดเนื้อเรื่องจะพาคุณไปสัมผัสกับภารกิจที่ตึงเครียดและอลังการเหมือนดูหนัง โดยสลับฉากไปมาระหว่างการรบภาคพื้นดิน การขับเครื่องบินรบ และการบังคับรถถัง แต่ละสถานการณ์ถูกออกแบบมาให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งแต่การปะทะในเมืองระยะประชิดไปจนถึงการรบด้วยยานพาหนะในพื้นที่กว้าง แต่บอกเลยว่าโหมด Single-player นี้เปรียบเสมือนสนามฝึกซ้อมมากกว่าจะเป็นไฮไลท์หลักของเกมครับ

เกมเพลย์และระบบการเล่น
ระบบ Class คือหัวใจสำคัญของการออกแบบ Multiplayer ใน Battlefield 3 โดยมี 4 บทบาทที่กำหนดทิศทางของแมตช์:

- Assault: สายลุยแนวหน้าพร้อมความสามารถในการฮีล (Medic)
- Engineer: สายซ่อมยานพาหนะและพกอุปกรณ์ทำลายรถถัง (Anti-armor)
- Support: สายสนับสนุนคอยเติมกระสุนและยิงกดดัน (Suppression fire)
- Recon: สายซุ่มยิงระยะไกล (Sniping) และชี้เป้า (Spotting)
ไม่มี Class ไหนที่เก่งได้ด้วยตัวคนเดียว ซึ่งนี่แหละคือจุดที่ทำให้การประสานงาน (Coordination) เป็นอาวุธที่แท้จริง ถ้า Assault วิ่งลุยเดี่ยวโดยไม่มี Engineer คอยซัพพอร์ต รถถังศัตรูก็เก็บคุณได้ง่ายๆ หรือถ้า Recon ไม่มี Support คอยเติมกระสุนให้ ก็ยิงได้ไม่นานครับ การออกแบบนี้บังคับให้ Squad ต้องเล่นเป็นทีมจริงๆ
ระบบ Progression จะให้รางวัลกับคนที่เล่นอย่างต่อเนื่อง ทุกแมตช์ที่คุณเล่นจะได้รับ Ranks, Ribbons และ Medals รวมถึงการปลดล็อกของเฉพาะ Class ที่ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้ปืนหรือยานพาหนะชิ้นนั้นบ่อยแค่ไหน ถ้าคุณขับเฮลิคอปเตอร์จนชำนาญ คุณก็จะปลดล็อก IR flares หรือถ้าคุณเชี่ยวชาญปืนไรเฟิล คุณก็จะเปิดช่องใส่ของแต่ง (Attachments) ที่เปลี่ยนสไตล์การยิงในระยะไกลได้ตามใจชอบ
แผนที่ 29 แบบและยานพาหนะสุดโหด
แผนที่ในเกมมีครบทุกรูปแบบ ตั้งแต่ตรอกซอกซอยในเมืองที่แคบไปจนถึงพื้นที่เปิดกว้างสำหรับสงครามยานพาหนะ บางแผนที่เน้นการรบด้วยทหารราบ (Infantry-focused) ที่มีที่กำบังหนาแน่นและการปะทะระยะใกล้ ส่วนแผนที่อื่นจะเอื้อให้เหล่านักบินและพลรถถังได้โชว์ของด้วยพื้นที่โล่งกว้างและความหลากหลายของจุดเกิดยานพาหนะ ความหลากหลายนี้ทำให้แผนที่ทั้ง 29 แบบไม่รู้สึกซ้ำซากเลยครับ
ยานพาหนะมีให้เลือกทั้งรถถัง, รถบั๊กกี้, เฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบินเจ็ท โดยเฉพาะ F/A-18E Super Hornet ที่เป็นหนึ่งในไฮไลท์ที่น่าจดจำที่สุด การขับเครื่องบินรบต้องใช้ทักษะสูงมากและต้องอาศัยเวลาฝึกฝนอย่างจริงจัง ส่วนยานพาหนะภาคพื้นดินจะให้ความรู้สึกหนักแน่นและทรงพลัง ซึ่งเน้นการวางตำแหน่ง (Positioning) มากกว่าการบุกตะลุยแบบบ้าคลั่ง

Premium Edition มีอะไรเพิ่มมาบ้าง?
Premium Edition จะรวมตัวเกมหลักเข้ากับ Expansion packs ทั้ง 5 ตัว เพิ่มแผนที่ 20 แบบ, ปืน 20 กระบอก, ยานพาหนะ 10 ชนิด และโหมดเกมใหม่ 4 โหมด นอกเหนือจากเนื้อหาเดิม ทำให้จำนวนแผนที่รวมพุ่งทะลุ 29 แบบไปไกล พร้อมทั้งเปิดประสบการณ์ในสมรภูมิใหม่ๆ ที่ไม่มีในเกมตัวหลัก
นอกจากนี้ Premium ยังมาพร้อมกับ Multiplayer Head Start kit ที่ปลดล็อกปืนระดับสูง 15 กระบอกให้ใช้ได้ทันที รวมถึง Gadgets และการอัปเกรดยานพาหนะ ของตกแต่งสุด Exclusive เช่น ลายพราง (Camos) สำหรับทหารและปืน, มีด ACB-90 และชุด Dog tag พิเศษ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีสิทธิ์เข้าคิวเซิร์ฟเวอร์แบบ Priority และความสามารถในการรีเซ็ตสถิติ (Stats) ซึ่งเหมาะมากสำหรับผู้เล่นที่ต้องการเริ่มต้นเส้นทางนักแข่งใหม่แบบสดใสครับ

เนื้อหาและความคุ้มค่าในการเล่นซ้ำ
Battlefield 3 ยังคงเป็นเกมยิง Multiplayer ที่ลึกและมีเนื้อหาแน่นพอที่จะทำให้ผู้เล่นทุ่มเทเวลาได้หลายสิบชั่วโมง การผสมผสานระหว่างการฝึกฝน Class, ความเชี่ยวชาญในยานพาหนะ และความรู้ในแผนที่ ทำให้เกิดเส้นทางการพัฒนาตัวละครที่หลากหลาย ผู้เล่นที่อัปเกรด Class Assault จนตันแล้ว ก็ยังเหลืออีก 3 Class, ยานพาหนะทุกประเภท และแผนที่จาก Premium ให้ไปสำรวจต่อ ระบบ Progression ที่ซ้อนทับกันโดยเน้นการทำงานเป็นทีมและสภาพแวดล้อมที่ทำลายได้ คือสิ่งที่ทำให้ Battlefield 3 ยังคงเป็นเกม FPS ที่น่าเล่นแม้จะผ่านไปหลายปีแล้วก็ตาม












