ภาพรวม
Beholder 2 เป็นเกมแนว Simulation และ Strategy ที่เน้นการเล่าเรื่อง พัฒนาโดย Warm Lamp Games และจัดจำหน่ายโดย Alawar Entertainment วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2018 ตัวเกมพาคุณไปอยู่ในรัฐเผด็จการที่สิ้นหวัง โดยคุณจะได้รับบทเป็นเด็กฝึกงานคนใหม่ที่ Prime Ministry ซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจของรัฐบาลเผด็จการ เส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพการงานรอคุณอยู่ข้างหน้า และการที่คุณจะไต่เต้าขึ้นไปได้หรือจะเอาตัวรอดได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณล้วนๆ
ต่างจาก Beholder ภาคแรกที่เน้นการสอดแนมในอาคารที่พักอาศัย Beholder 2 ย้ายสมรภูมิมาสู่ทางเดินแห่งอำนาจ กระทรวงแห่งนี้เต็มไปด้วยการซุบซิบ การปลอมแปลงเอกสาร และการหักหลังกันอย่างเลือดเย็น บรรยากาศของเกมมีความดาร์ก มุกตลกร้ายที่เจ็บแสบ และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ตัวเกมมีฉากจบที่หลากหลายซึ่งแตกแขนงออกไปตามการตัดสินใจของคุณตลอดทั้งเกม ทำให้ทุกการเล่น (Playthrough) เหมือนกับการทดลองทางศีลธรรมที่แตกต่างกันออกไป

Beholder 2 content image
เกมนี้พร้อมให้เล่นแล้วบนหลากหลายแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Windows, macOS, iOS, Android, PlayStation, Xbox, Nintendo Switch, Steam และ Epic Games Store ทำให้เป็นหนึ่งในเกมอินดี้ที่เข้าถึงง่ายที่สุดในแนว Dystopian Simulation
ระบบเกมและกลไก (Gameplay and mechanics)
หัวใจสำคัญของ Beholder 2 คือเกมแนวบริหารจัดการทรัพยากรและการตัดสินใจที่มาในคราบของเกมแนวการเมืองระทึกขวัญ ผู้เล่นจะต้องจัดการภารกิจประจำวันที่กระทรวง ซึ่งแต่ละงานล้วนมีน้ำหนักทางจริยธรรมที่ต้องแบกรับ กลไกหลักของเกมประกอบด้วย:

Beholder 2 content image
- ทำภารกิจให้สำเร็จเพื่อเลื่อนตำแหน่ง
- รวบรวมข้อมูลลับเพื่อแฉเพื่อนร่วมงาน
- บริหารความสัมพันธ์กับหัวหน้าและคู่แข่ง
- เลือกระหว่างความจงรักภักดี การคอร์รัปชัน หรือการต่อต้าน
- สร้างสมดุลระหว่างการเอาตัวรอดส่วนตัวกับความถูกต้องทางศีลธรรม
ตัวเกมใช้ระบบกดดันด้วยเวลา (Time-pressure system) ซึ่งภารกิจต่างๆ จะมีวันหมดอายุและผลลัพธ์ที่ตามมาจะทับถมกันไปเรื่อยๆ การเพิกเฉยต่อคำสั่งของหัวหน้าอาจทำให้คุณเสียตำแหน่ง การช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานอาจทำให้ได้ความไว้ใจหรืออาจกลายเป็นภาระได้ ทุกการปฏิสัมพันธ์คือการเดิมพันเล็กๆ น้อยๆ

Beholder 2 content image
Beholder 2 เล่าเรื่องราวแบบไหน?
Beholder 2 เล่าเรื่องราวของการสมรู้ร่วมคิด ตัวเอกไม่ใช่ฮีโร่ที่หลุดเข้ามาในสถานการณ์เลวร้าย แต่เขาคือคนที่เลือกจะก้าวเข้าสู่เครื่องจักรนี้ด้วยตัวเอง กระทรวงแห่งนี้เต็มไปด้วยเพื่อนร่วมงานที่มีวาระซ่อนเร้น ความลับ และกลยุทธ์การเอาตัวรอดของตัวเอง บางคนเป็นผู้ศรัทธาในระบอบอย่างแท้จริง บางคนกำลังสิ้นหวังอย่างเงียบๆ และบางคนอาจเป็นพันธมิตรได้หากจ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสม
บทของเกมเน้นไปที่ความไร้เหตุผลของระบบราชการเผด็จการโดยไม่ทิ้งความเฉียบคม ต้องยื่นเอกสาร ต้องประทับตรา และในกองเอกสารเหล่านั้นเองที่ชะตากรรมของคนคนหนึ่งถูกตัดสิน เกมนี้ได้รับแรงบันดาลใจอย่างชัดเจนจากสุนทรียศาสตร์การปกครองยุคโซเวียต โดยกรองผ่านเลนส์ตลกร้ายที่ช่วยไม่ให้ประสบการณ์การเล่นดูหดหู่จนเกินไป
งานภาพและเสียง
Warm Lamp Games ยังคงสไตล์งานภาพแบบวาดมือจาก Beholder ภาคแรก ทำให้ Beholder 2 มีเอกลักษณ์ทางภาพที่โดดเด่นด้วยการใช้เงา ตัวละครถูกนำเสนอเป็นร่างเงาตัดกับฉากหลังที่ดูหม่นหมอง ซึ่งช่วยตอกย้ำความรู้สึกของการไร้ตัวตนและการถูกสอดแนมที่ดำเนินไปตลอดทั้งเกม ตัวกระทรวงเองก็ให้ความรู้สึกกดดันด้วยการออกแบบ ทั้งกำแพงสีเทาและแสงไฟฟลูออเรสเซนต์
งานเสียงของเกมเข้ากับอารมณ์ของภาพได้เป็นอย่างดี เสียงบรรยากาศอย่างเสียงกระดาษเสียดสีกันและเสียงฝีเท้าที่แว่วมาจากระยะไกลช่วยเติมเต็มพื้นที่ในออฟฟิศ ในขณะที่ดนตรีประกอบยังคงความเรียบง่าย เน้นย้ำช่วงเวลาที่ตึงเครียดโดยไม่โดดเด่นจนเกินไป
เนื้อหาและการเล่นซ้ำ (Replayability)
โครงสร้างการเล่าเรื่องแบบแตกแขนงของ Beholder 2 คือจุดแข็งที่สุดที่ทำให้คุณต้องกลับมาเล่นซ้ำ เส้นทางตัวละครหลัก 3 สาย ได้แก่ เจ้าหน้าที่ผู้จงรักภักดี, นักไต่เต้าที่ไร้ความปรานี และผู้เปิดโปงความลับ จะนำไปสู่ประสบการณ์และฉากจบที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การตัดสินใจในบทแรกๆ จะเปลี่ยนตัวเลือกที่มีในภายหลัง ดังนั้นการเล่นรอบที่สองด้วยเข็มทิศทางศีลธรรมที่ต่างออกไปจะเปลี่ยนเนื้อเรื่องไปจริงๆ ไม่ใช่แค่รายละเอียดผิวเผิน สำหรับแฟนเกมแนว Simulation ที่เน้นการตัดสินใจและมีธีมการเมือง เกมนี้มีเนื้อหาที่หลากหลายพอที่จะทำให้คุณกลับมาที่กระทรวงแห่งนี้มากกว่าหนึ่งครั้ง

Beholder 2 content image






