ภาพรวม
Beyond: Two Souls จะพาคุณไปสวมบทบาทเป็น Jodie Holmes หญิงสาวผู้มีสายใยทางจิตเชื่อมต่อกับตัวตนปริศนาที่ชื่อว่า Aiden เกมนี้พัฒนาโดย Quantic Dream และวางจำหน่ายครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2013 โดยเนื้อเรื่องจะครอบคลุมช่วงชีวิต 15 ปีของ Jodie ตั้งแต่เด็กน้อยที่สับสนภายใต้การดูแลของรัฐบาล ไปจนถึงการเป็นสายลับ CIA ที่ต้องเผชิญกับภัยคุกคามทั้งจากมนุษย์และสิ่งเหนือธรรมชาติ ตัวเกมดำเนินเรื่องแบบไม่เรียงลำดับเวลา (Non-linear) โดยแต่ละบทจะนำเสนอช่วงชีวิตของเธอในลำดับที่แตกต่างกันไปตามโหมดที่คุณเลือกเล่น
เวอร์ชัน PS4 ได้เพิ่มตัวเลือกให้ผู้เล่นสามารถเลือกสัมผัสเนื้อเรื่องแบบ Cinematic (ตามลำดับภาพยนตร์) หรือแบบ Chronological (ตามลำดับเวลา) ซึ่งส่งผลต่ออารมณ์ร่วมของเกมอย่างเห็นได้ชัด การเล่นแบบ Chronological จะเหมาะมากสำหรับผู้เล่นมือใหม่ที่ต้องการให้เนื้อเรื่องค่อยๆ ไต่ระดับไปอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนแบบ Cinematic ซึ่งเป็นรูปแบบดั้งเดิมของเวอร์ชัน PS3 จะมีการตัดสลับช่วงเวลาที่ช่วยให้จุดหักมุมบางอย่างกระแทกใจผู้เล่นได้แรงกว่า ไม่มีทางเลือกไหนที่ผิด แต่การที่มีทั้งสองโหมดให้เลือกถือเป็นการปรับปรุงที่ยอดเยี่ยมเมื่อเทียบกับเวอร์ชันต้นฉบับ

เกมเพลย์และระบบการเล่น
Beyond: Two Souls เป็นเกมแนวเน้นเนื้อเรื่อง (Choice-driven narrative) ที่เน้นการตัดสินใจเป็นหลัก โดยการโต้ตอบกับสิ่งของต่างๆ จะใช้ระบบ Contextual button prompts (การกดปุ่มตามสถานการณ์) และการเคลื่อนไหวผ่าน Motion-guided actions ทั้งฉากต่อสู้ ฉากไล่ล่า และฉากลอบเร้นล้วนใช้ระบบเดียวกัน เพื่อให้ผู้เล่นโฟกัสไปที่อรรถรสของเนื้อเรื่องมากกว่าความยากของระบบเกม แต่สำหรับใครที่อยากได้ความท้าทายมากขึ้น ก็ยังมีโหมด Skilled Gamer ที่จะเพิ่มความเข้มงวดหากคุณกดปุ่มพลาด

องค์ประกอบหลักของเกมเพลย์ประกอบด้วย:
- สลับตัวละครระหว่าง Jodie และ Aiden ได้ตามต้องการ
- ใช้ Aiden ในการเข้าสิง (Possess), บีบคอ หรือสร้างเกราะป้องกันให้ตัวละครอื่น
- เลือกบทสนทนาและการกระทำที่ส่งผลต่อจุดจบของเนื้อเรื่อง
- ทำภารกิจใน DLC อย่าง Advanced Experiments เพื่อความท้าทายที่มากขึ้น
- เล่นโหมด Co-op โดยให้ผู้เล่นคนที่สองควบคุม Aiden
ระบบตัวละครคู่คือจุดเด่นที่ทำให้เกมนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว Aiden สามารถทะลุกำแพง โต้ตอบกับวัตถุที่ Jodie เข้าไม่ถึง และในบางฉากยังใช้เป็นอาวุธได้อีกด้วย ความตึงเครียดระหว่างการควบคุมร่างกายมนุษย์กับการควบคุมวิญญาณที่ไร้ขีดจำกัด ทำให้เกมเพลย์มีความลึกซึ้งในแบบที่เกมแนวเลือกตอบบทสนทนาทั่วไปทำไม่ได้
การแสดงและเนื้อเรื่อง
Elliot Page คือหัวใจสำคัญของเกมนี้ ไม่ใช่ว่า Willem Dafoe ที่รับบทเป็นนักวิทยาศาสตร์รัฐบาลอย่าง Nathan Dawkins จะแสดงไม่ดี เพราะเขาก็ถ่ายทอดบทบาทออกมาได้อย่างมีมิติและน่าประทับใจมาก แต่เนื่องจาก Jodie ปรากฏตัวบนหน้าจอแทบจะทุกนาที Page จึงทำให้ตัวละครนี้ดูสมจริงในทุกช่วงวัยและทุกอารมณ์ งาน Motion-capture ของเกมนี้ทำออกมาได้ดีเยี่ยมแม้จะเป็นช่วงก่อนที่เทคโนโลยีนี้จะกลายเป็นมาตรฐานในเกมระดับ AAA ซึ่งยิ่งทำให้คุณภาพการแสดงของนักแสดงโดดเด่นยิ่งขึ้นไปอีก

บทของเกมหยิบยกประเด็นหนักๆ อย่างบาดแผลทางใจ (Trauma), การสูญเสีย, จริยธรรมทางทหาร และความโศกเศร้ามาเล่าได้อย่างละเอียดอ่อนกว่าเกมส่วนใหญ่ บางบทอาจจะดูเงียบเหงากว่าบทอื่น ซึ่งเป็นการตั้งใจออกแบบมาโดยเฉพาะ อย่างบทที่ Jodie ต้องใช้ชีวิตคนไร้บ้านท่ามกลางฤดูหนาวในนิวยอร์ก ถือเป็นหนึ่งในฉากที่บีบคั้นหัวใจที่สุดในบรรดาเกมของ Quantic Dream ทั้งที่แทบไม่มีฉากแอ็กชันเลยก็ตาม
เนื้อหาและการเล่นซ้ำ
Beyond: Two Souls ได้รับคะแนน 4.6 เต็ม 5 จากรีวิวของผู้เล่นจริงกว่า 65,000 คนบน PlayStation โดยมี 78% ที่ให้คะแนน 5 ดาว ความสม่ำเสมอนี้พิสูจน์ได้ว่าเกมสามารถครองใจผู้เล่นส่วนใหญ่ที่ยอมสละเวลาให้มัน ตัวเกมมีความยาวประมาณ 10 ถึง 12 ชั่วโมงสำหรับการเล่นรอบเดียว แต่การกลับมาเล่นซ้ำในแต่ละบทเพื่อดูผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไปจะช่วยเพิ่มเวลาการเล่นได้อย่างคุ้มค่า
DLC อย่าง Advanced Experiments จะเพิ่มภารกิจแนวไขปริศนาที่ทดสอบความสามารถของ Aiden ในห้องแล็บ ซึ่งให้จังหวะการเล่นที่แตกต่างจากเนื้อเรื่องหลัก นอกจากนี้ยังมีระบบ Touch mode สำหรับอุปกรณ์ iOS ที่เป็นทางเลือกการควบคุมสำหรับผู้เล่นที่ชอบความสะดวก เกมนี้วางจำหน่ายแล้วบน PlayStation 4, PC ผ่าน Steam และ Epic Games Store ทำให้เข้าถึงได้ง่ายบนหลายแพลตฟอร์มโดยไม่จำเป็นต้องมีเครื่อง PlayStation 3 อีกต่อไป







