นี่เป็นแค่เกมแนว "friendslop" อีกเกมหรือเปล่า? คำตอบคือไม่

House House เคยสร้างเกมเกี่ยวกับห่านจอมป่วนที่สร้างความเสียหายไปทั่ว จนกลายเป็นเกมอินดี้ระดับตำนานที่ใครหลายคนหลงรัก และผลงานชิ้นต่อมาของพวกเขาอย่าง Big Walk ก็อาจจะเลือกเดินตามรอยความสำเร็จเดิมด้วยการทำอะไรที่ปลอดภัยก็ได้ แต่พวกเขากลับเลือกสร้างประสบการณ์การเล่นแบบ Co-op ที่ผ่านการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันที่สุดเท่าที่ผมเคยเล่นมาในรอบหลายปี โดยมีฉากหลังเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เวลาเล่นจริง ๆ หลายชั่วโมงกว่าจะเข้าใจระบบทั้งหมด
คำว่า "friendslop" (เกมที่เน้นความสนุกแบบเพื่อนฝูง) มักถูกนำมาใช้เรียกเกมแนวนี้บ่อยครั้งในช่วงหลัง ซึ่งหมายถึงเกม Co-op ที่เน้นการสื่อสาร ระบบ Proximity Chat (แชทเสียงตามระยะใกล้ไกล) และความปั่นป่วนที่ทำร่วมกัน Big Walk อาจดูเป็นแบบนั้นในแวบแรก แต่ถ้าคุณได้ลองเล่นเกินหนึ่งชั่วโมง คุณจะรู้เลยว่าการเปรียบเทียบแบบนั้นดูจะดูถูกเกมนี้เกินไปหน่อย เพราะมันมีความใกล้เคียงกับ The Witness มากกว่า Among Us มันเป็นเกมที่ว่าด้วยการอ่านสภาพแวดล้อมอย่างละเอียดและปะติดปะต่อว่าทุกอย่างทำงานอย่างไร เพียงแต่คุณทำสิ่งเหล่านั้นไปพร้อมกับเพื่อน ๆ ที่อยู่ข้างกาย
Gameplay: เดินเล่นกับเพื่อน (มั้งนะ)

Gameplay loop ของเกมนี้ค่อนข้างเรียบง่าย คุณและเพื่อนอีกสูงสุด 11 คนจะได้สำรวจเกาะขนาดใหญ่ ค้นหาปริศนา แก้ไขมันด้วยความร่วมมือ เก็บไอเทมสำคัญ (MacGuffins) และค่อย ๆ ปลดล็อกพื้นที่ใหม่ ๆ ของโลกใบนี้ ปริศนาช่วงแรกทำหน้าที่เป็นบทสอนเล่น (Tutorial) แบบนุ่มนวล ช่วยให้คุณคุ้นเคยกับตรรกะของเกาะก่อนที่แผนที่จะเปิดกว้างเกือบทั้งหมดในคราวเดียว จากจุดนั้น กลุ่มของคุณจะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะไปที่ไหนและทำอะไรต่อ
ปริศนาในเกมมีความฉลาดและออกแบบมาได้ดีมาก พวกมันไม่ได้อธิบายตัวเองเหมือนมินิเกมแก้ปริศนาส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ไม่มีป๊อปอัปสอนเล่นคอยบอกว่าต้องทำอะไร คุณต้องเรียนรู้ด้วยการสังเกตสภาพแวดล้อม พูดคุยกับเพื่อน และบางครั้งก็ต้องล้มเหลวเพื่อเรียนรู้สิ่งที่สำคัญ ปริศนาบางอย่างยังหยิบยืมองค์ประกอบจากจุดที่คุณเคยแก้ไปแล้วมาใช้ และเกมจะทิ้งคำใบ้ไว้ในสภาพแวดล้อมหากเป็นกรณีดังกล่าว การออกแบบที่มีเลเยอร์เช่นนี้ต้องอาศัยฝีมืออย่างแท้จริง
ตัวเกาะถูกสร้างขึ้นด้วยมือ (Handcrafted) ไม่ใช่การสุ่มสร้าง (Procedurally generated) ซึ่งความแตกต่างนั้นเห็นได้ชัดทันที ทุกทางโค้งบนไหล่เขาล้วนมีเหตุผลของมัน สถานีวิทยุที่กระจายอยู่ทั่วโลกจะเปิดเพลงของตัวเอง และคุณสามารถพกพาเสียงเพลงนั้นติดตัวไปได้หากต้องการเพื่อนแก้เหงาระหว่างการเดินอันยาวนาน โลกของเกมให้ความรู้สึกถึงความตั้งใจในทุกรายละเอียด ซึ่งหาได้ยากมาก
จำนวนผู้เล่นในกลุ่มส่งผลต่อวิธีการแก้ปริศนาบางอย่าง ทำให้การเล่นกับเพื่อน 3 คนให้ความรู้สึกที่ต่างจากการเล่นกับเพื่อน 10 คน โดยโฮสต์จะเป็นคนถือข้อมูลเซฟไว้ ดังนั้นความคืบหน้าของคุณจะคงอยู่ข้ามเซสชัน และจังหวะของเกมจะปรับเปลี่ยนไปตามวิธีการเล่นของกลุ่มคุณเอง หากคุณเป็นประเภทที่ชอบวิ่งเข้าหาเป้าหมาย Big Walk จะทำให้คุณต้องช้าลง แต่ถ้าคุณชอบเดินสำรวจและซึมซับบรรยากาศ เกมนี้จะตอบแทนคุณอย่างเต็มที่
ระบบ Proximity Chat เป็นหัวใจสำคัญ ไม่ใช่แค่ลูกเล่นเสริม คุณจะได้ยินเสียงผู้เล่นที่อยู่ใกล้ตัวชัดเจน และเสียงจะค่อย ๆ เบาลงเมื่อพวกเขาเดินห่างออกไป สิ่งนี้สร้างช่วงเวลาแห่งการประสานงานที่เป็นธรรมชาติ และช่วงเวลาแห่งความโกลาหลเมื่อกลุ่มของคุณแยกตัวกัน แล้วคุณก็พบว่าตัวเองเป็นคนเดียวที่รู้วิธีแก้ปริศนาที่อยู่ตรงหน้า ผมเคยเล่นเกมที่มี Proximity Chat มาเยอะ แต่ครั้งนี้อาจเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่ผมรู้สึกว่าฟีเจอร์นี้เป็นกลไกที่จำเป็นจริง ๆ ไม่ใช่แค่ "ส่วนเสริมเพื่อความสนุก" เท่านั้น
Graphics and audio: สะอาดตาและเรียบง่าย

ในด้านภาพ Big Walk เลือกใช้สไตล์ที่สะอาดตาและสื่ออารมณ์ได้ดี ซึ่งเข้ากับโทนของเกมได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตัวละครของผู้เล่นมีลักษณะคล้ายมนุษย์กึ่ง ๆ ระหว่างมนุษย์หิมะสีสันสดใสกับมนุษย์ต่างดาวในการ์ตูน มีจมูกยาวและแขนที่ดูยืดหยุ่นเหมือนเส้นก๋วยเตี๋ยว ฟังดูแปลกแต่กลับดูมีเสน่ห์เมื่อเคลื่อนไหว ตัวเกาะเองก็น่าดึงดูดใจมาก (โดยอ้างอิงจากอุทยานแห่งชาติจริงในประเทศออสเตรเลีย) พร้อมด้วยระบบนิเวศที่แตกต่างกันซึ่งทำให้แต่ละพื้นที่ให้ความรู้สึกเฉพาะตัวโดยไม่ดูรกจนเกินไป
งานด้านเสียงทำหน้าที่ของมันได้อย่างเงียบเชียบแต่ทรงพลัง เสียงบรรยากาศจะเปลี่ยนไปตามพื้นที่ที่คุณเคลื่อนที่ผ่าน สถานีวิทยุที่คุณพบแต่ละแห่งมีเอกลักษณ์ทางดนตรีของตัวเอง และการพกพาเครื่องหนึ่งติดตัวไปในการเดินทางไกลข้ามแผนที่ก็กลายเป็นพิธีกรรมเล็ก ๆ ของคุณเอง เพลงประกอบรู้จังหวะที่จะผ่อนลงเพื่อให้สภาพแวดล้อมได้หายใจ
ไม่มีเนื้อเรื่อง ซึ่งนั่นก็ดีแล้ว

Big Walk ไม่มีเนื้อเรื่องในความหมายดั้งเดิม ไม่มีตัวละครที่มีชื่อ ไม่มีคัตซีน ไม่มีบทสนทนาให้เลือกตอบ เกาะนี้มีประวัติศาสตร์ที่คุณสามารถอ่านได้ผ่านการออกแบบ แต่เกมไม่เคยหยุดเพื่อมาอธิบายให้คุณฟัง เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงคือเรื่องราวที่คุณสร้างขึ้นกับกลุ่มเพื่อนในทุกครั้งที่หยิบเกมนี้ขึ้นมาเล่น ช่วงเวลาที่ใครสักคนไขปริศนาที่ทุกคนติดอยู่ได้ การถกเถียงกันว่าจะไปทางไหนต่อ หรือการบังเอิญไปเจอพื้นที่ลับที่ไม่มีใครมองหา
สำหรับผู้เล่นที่ต้องการเนื้อเรื่องเพื่อความอินแม้ในโหมด Co-op เกมนี้อาจให้ความรู้สึกว่างเปล่า แต่สำหรับคนอื่น ๆ การขาดเนื้อเรื่องหลักที่ตายตัวจะให้ความรู้สึกที่สดใหม่
บทสรุป
Big Walk คือหนึ่งใน เกม Co-op ที่ดีที่สุดที่วางจำหน่ายในปีนี้ (และอาจรวมถึงช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา) การออกแบบปริศนาฉลาดอย่างแท้จริง โลกของเกมตอบแทนความอยากรู้อยากเห็นในทุกย่างก้าว และระบบ Proximity Chat เปลี่ยนทุกเซสชันให้กลายเป็นสิ่งที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการเขียนบทมา เกมนี้ให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าคุณเล่นกับใคร และแต่ละรอบก็นำมาซึ่งความประหลาดใจและความท้าทายมากมาย ข้อจำกัดเดียวคือโครงสร้างของเกม: คุณไม่สามารถเล่นคนเดียวได้ ซึ่งหมายความว่าคุณต้องมีเพื่อนเล่น - ขั้นตอนที่ 1: หาเพื่อนก่อน
นั่นไม่ใช่ข้อเสียซะทีเดียว แต่มันเป็นข้อกำหนดที่อาจทำให้ผู้เล่นบางคนไม่ได้สัมผัสประสบการณ์นี้ โดยเฉพาะถ้าคุณมีเพื่อนหัวรั้นที่ไม่ยอมเล่นเกมอะไรก็ตามที่ไม่มีลูกบอลหรือปืน แต่สำหรับคนอื่น ๆ ราคาที่จ่ายไปนั้นคุ้มค่าแน่นอน และเกมนี้เป็นประสบการณ์กลุ่มที่สนุกจริง ๆ หากคุณอยากรู้ราคาและว่าสมาชิก PS Plus จะได้รับส่วนลดในช่วงเปิดตัวหรือไม่ คู่มือ ราคาของ Big Walk ของเรามีรายละเอียดทั้งหมด สรุปสั้น ๆ คือ ถ้าคุณมีเพื่อนที่เล่นเกมและอยากลองสัมผัสเกมที่จะทิ้งความทรงจำไว้ให้คุณมากกว่าแค่การฆ่าเวลา Big Walk คือคำตอบครับ


