ภาพรวม
Bright Memory: Infinite จะพาผู้เล่นเข้าสู่ปี 2036 เมื่อ Shelia เจ้าหน้าที่จาก SRO ได้รับมอบหมายให้ไปสืบสวนปรากฏการณ์ทางสภาพอากาศทั่วโลกที่นักวิทยาศาสตร์ยังหาคำอธิบายไม่ได้ สิ่งที่เริ่มต้นจากการสำรวจภาคสนามกลับบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์โบราณอันลึกลับที่เชื่อมต่อสองโลกเข้าด้วยกัน แม้เนื้อเรื่องจะกระชับแต่ก็มีความแปลกประหลาดอย่างแท้จริง และฉากหลังของเกมก็ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม โดยผสมผสานทิวทัศน์เมืองแห่งอนาคตที่ดูโฉบเฉี่ยวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดออกมาจากยุคสมัยที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เกมนี้เปิดตัวเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2021 บน PC, Xbox Series X/S, PS5, Nintendo Switch, Android และ iOS ทำให้เป็นหนึ่งในเกมแอ็กชันอินดี้ที่หาเล่นได้ง่ายที่สุดในยุคนี้ ด้วยราคา $19.99 บน PS5 ซึ่งสะท้อนถึงความยาวของเกมที่ค่อนข้างสั้น แต่ความทะเยอทะยานของ FYQD-Studio นั้นฉายชัดออกมาในทุกเฟรมของเกม

Bright Memory: Infinite content image
เกมเพลย์และระบบการเล่น: ระบบต่อสู้ทำงานอย่างไร?
หัวใจหลักของระบบการต่อสู้ใน Bright Memory: Infinite คือสิ่งที่ทำให้เกมนี้ได้รับคำชม Shelia สามารถสลับไปมาระหว่างการใช้ปืนและการใช้ดาบได้อย่างลื่นไหล และตัวเกมยังให้รางวัลแก่ผู้เล่นที่ทำคอมโบต่อเนื่องจากการใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน การยิงศัตรูให้ร่วง ดึงศัตรูเข้ามาหาตัวด้วยสกิล แล้วปิดฉากด้วยคอมโบดาบ ไม่ใช่แค่ทำได้จริง แต่เป็นจังหวะการเล่นที่เกมตั้งใจออกแบบมาให้เราทำ

Bright Memory: Infinite content image
ระบบหลักที่สำคัญประกอบด้วย:
- การใช้สกิลเพื่อซัดศัตรูให้ลอยและดึงเข้ามาหาตัว
- คอมโบดาบที่สามารถยกเลิกท่า (Cancel) เพื่อเปลี่ยนไปยิงปืนได้ทันที
- ระบบปัดป้อง (Parry) และสวนกลับ
- ความสามารถที่อัปเกรดได้ผ่าน Skill Tree
- การเคลื่อนที่ผ่านสภาพแวดล้อมที่เน้นความเร็วและแรงส่ง
การควบคุมให้ความรู้สึกที่แม่นยำทั้งบนเมาส์และคีย์บอร์ดรวมถึงจอยคอนโทรลเลอร์ โดยระบบ DualSense haptics และ adaptive triggers บน PS5 ช่วยเพิ่มสัมผัสที่สมจริงในทุกการยิงและการฟัน เกมดำเนินไปในจังหวะที่ลงโทษผู้เล่นที่เล่นแบบตั้งรับมากเกินไป ซึ่งช่วยให้การเล่นในแต่ละช่วงสั้นๆ ยังคงความเข้มข้นเอาไว้ได้

Bright Memory: Infinite content image
งานภาพและการออกแบบเสียง
สำหรับสตูดิโอที่มีทีมงานเพียงคนเดียว คุณภาพงานภาพใน Bright Memory: Infinite นั้นอธิบายได้ยากจริงๆ เวอร์ชัน PC รองรับ Ray Tracing และ DLSS ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าทึ่งมาก ด้วยระบบแสงแบบ Dynamic ที่ทำให้สภาพแวดล้อมแห่งอนาคตดูมีชีวิตชีวา โมเดลตัวละครมีความละเอียดสูง และฉากแอ็กชันแทบไม่สูญเสียความชัดเจนแม้ในช่วงที่ตะลุมบอนกันอย่างหนักหน่วง
การออกแบบเสียงก็เข้ากับจังหวะของเกมได้เป็นอย่างดี เสียงปืนมีน้ำหนัก เสียงดาบปะทะให้ความรู้สึกสะใจ และเพลงประกอบที่สลับไปมาระหว่างความตึงเครียดแบบออร์เคสตราและดนตรีอิเล็กทรอนิกส์จังหวะเร้าใจตามสถานการณ์ นี่คือแพ็กเกจงานภาพและเสียงที่ขัดเกลามาอย่างดี ซึ่งทำผลงานได้เหนือกว่างบประมาณที่คาดไว้มาก
นวัตกรรมและฟีเจอร์ที่เป็นเอกลักษณ์
สิ่งที่ทำให้ Bright Memory: Infinite โดดเด่นไม่ใช่แค่ระบบใดระบบหนึ่ง แต่คือการผสมผสานเข้าด้วยกัน เกม FPS ส่วนใหญ่มักมองว่าการโจมตีระยะประชิดเป็นทางเลือกสุดท้าย ส่วนเกมแนว Hack-and-slash ส่วนใหญ่มักมองว่าปืนเป็นเพียงเครื่องมือเสริม แต่เกมนี้มองว่าทั้งสองอย่างเป็นส่วนประกอบที่เท่าเทียมกันในภาษาของการต่อสู้ และระบบสกิลก็ถูกสร้างขึ้นเพื่อมอบรางวัลให้กับผู้เล่นที่เรียนรู้ที่จะใช้มันอย่างคล่องแคล่ว

Bright Memory: Infinite content image
จุดเริ่มต้นของเกมในฐานะโปรเจกต์อินดี้ที่ทำโดยคนเดียว (FYQD-Studio แทบจะเป็นนักพัฒนาคนเดียว) ทำให้เกมมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาได้ยาก ไม่มีระบบการออกแบบที่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการที่ไหน ทั้งจังหวะการเล่น โทนของเกม และการตัดสินใจผสมผสานแนวเกมที่ปกติไม่ค่อยนำมาเจอกัน ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์สร้างสรรค์เพียงหนึ่งเดียวที่ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยทักษะทางเทคนิคที่ยอดเยี่ยม ผลลัพธ์ที่ได้คือเกมสั้นๆ ที่ให้ความรู้สึกโดดเด่นกว่าเกมฟอร์มยักษ์ที่มีงบพัฒนามากกว่าหลายเท่า







