ภาพรวม
Brütal Legend จะพาผู้เล่นดิ่งเข้าสู่โลกที่เหมือนหลุดออกมาจากภาพวาดของ Frank Frazetta หลังจากจบคอนเสิร์ตของวง Judas Priest โลก Open-world ที่เต็มไปด้วยภูเขาที่สร้างจากตู้แอมป์กีตาร์ นักรบชุดเกราะโครเมียม และอสูรกายพ่นไฟ ซึ่งหยิบยืมงานภาพมาจากหน้าปกอัลบั้มเพลงเฮฟวี่เมทัลสุดคลาสสิกโดยตรง โดยมี Eddie Riggs ซึ่งให้เสียงพากย์ด้วยความอินแบบสุดๆ โดย Jack Black มารับบทเป็นฮีโร่สุดเพี้ยนของจักรวาลนี้ พร้อมด้วยขวานสองคมและกีตาร์คู่ใจที่ใช้เป็นอาวุธทำลายล้างสูงได้อีกด้วย
เกมจากค่าย Double Fine นี้เปิดตัวครั้งแรกในปี 2009 บนคอนโซล ก่อนจะมาลง PC ในเดือนกุมภาพันธ์ 2013 โดยแถมแพ็กแผนที่มัลติเพลเยอร์อย่าง Hammer of Infinite Fate และ Tears of the Hextadon มาให้ฟรีๆ ซึ่งเวอร์ชัน PC ถือเป็นตัวเกมที่สมบูรณ์ที่สุด และยังคงเป็นหนึ่งในเกมแนวแอ็กชันที่แปลกแหวกแนวที่สุดในคลังเกมของ Double Fine อีกด้วย
เกมเพลย์และระบบการเล่น: Brütal Legend เล่นยังไง?
Core combat loop หรือระบบการต่อสู้หลักของ Brütal Legend เป็นการผสมผสานสองแนวเกมที่ดูไม่น่าจะเข้ากันได้เลยให้ออกมาลงตัวอย่างเหลือเชื่อ บนภาคพื้นดิน Eddie จะใช้ขวานฟาดฟันศัตรูในระยะประชิด และโซโล่กีตาร์ที่ชื่อว่า Separator เพื่อทำดาเมจระยะไกลด้วยเอฟเฟกต์สุดอลังการ นอกจากนี้ยังมีระบบ Guitar solo ที่เพิ่มมิติการเล่นขึ้นไปอีกขั้น ให้ผู้เล่นกดปุ่มตามจังหวะเพื่อเรียกไอเทม บัฟเพื่อนร่วมทีม หรือดีบัฟศัตรูระหว่างการต่อสู้ได้

Brutal Legend content image
ฟีเจอร์เด่นของเกมประกอบด้วย:
- การต่อสู้ระยะประชิดด้วยขวานและการโจมตีระยะไกลด้วยกีตาร์
- ระบบ Guitar solo ที่ต้องกดปุ่มตามจังหวะ
- การขับรถ Open-world ด้วยรถคู่ใจของ Eddie อย่าง Deuce
- การสั่งการยูนิตแบบ RTS ในช่วง Stage Battles
- โหมดมัลติเพลเยอร์แบบ 4v4
ช่วง Stage Battles จะเปลี่ยนเกมให้กลายเป็นแนววางแผนการรบแบบ Real-time Strategy (RTS) โดย Eddie จะต้องสั่งการกองทัพยูนิตชาวเมทัลเฮดเข้าห้ำหั่นกันในสเกลใหญ่ ซึ่งดีไซน์แบบลูกผสมนี้แหละที่ทำให้ผู้เล่นเสียงแตก บางคนมองว่าช่วง RTS เป็นการยกระดับความมันส์ที่ลงตัว แต่บางคนก็รู้สึกว่าการเปลี่ยนโหมดแบบนี้มันดูขัดๆ ไปหน่อย แต่บอกเลยว่าระบบต่อสู้จะสนุกที่สุดเมื่อทั้งสองระบบทำงานไปพร้อมๆ กัน

Brutal Legend content image
โลกและบรรยากาศในเกม
โลก Open-world ของ Brütal Legend นั้นไม่เหมือนเกมแนวแอ็กชันผจญภัยเกมไหนจริงๆ ทุกสภาพแวดล้อมเปรียบเสมือนจดหมายรักที่ส่งถึงวัฒนธรรมเฮฟวี่เมทัล ตั้งแต่ป่าที่สว่างไสวด้วยแสงนีออนไปจนถึงดินแดนรกร้างที่เต็มไปด้วยซากกระดูก ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนหลุดออกมาจากหน้าปกอัลบั้มเพลงยุค 1970 การได้ขับรถ Deuce ตะลุยไปในโลกนี้พร้อมกับฟังเพลงประกอบไปด้วย ถือเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ฟินที่สุดของเกมนี้เลย
เนื้อเรื่องจะพา Eddie ไปปะทะกับ Doviculus จักรพรรดิแห่งกองทัพปีศาจ Tainted Coil โดยแคมเปญจะพาเราไปพบกับกลุ่มต่างๆ ที่ทำสงครามกัน ซึ่งแต่ละกลุ่มก็เปรียบเสมือนแนวเพลงย่อยของเมทัล บทพูดในเกมมีความคมคาย การสร้างโลกทำออกมาได้ถึงใจ และโทนของเกมก็วางตัวอยู่ระหว่างความรักในวัฒนธรรมเมทัลอย่างแท้จริงกับความกาวแบบรู้ตัว
งานภาพและเสียง
เพลงประกอบกว่า 108 แทร็กจาก 75 วง ครอบคลุมทุกแนวเพลงย่อยของเมทัล ตั้งแต่คลาสสิกร็อกยุค 1970 ไปจนถึงแบล็กเมทัลยุค 1990 ถือเป็นหนึ่งในลิขสิทธิ์เพลงที่อลังการที่สุดในประวัติศาสตร์เกม โดยมีทั้ง Lemmy Kilmister, Rob Halford และ Lita Ford มาร่วมให้เสียงพากย์เคียงข้าง Jack Black ทำให้เกมนี้มีความเป็นเมทัลขนานแท้ที่เกมดนตรีส่วนใหญ่ทำไม่ได้

Brutal Legend content image
งานอาร์ตไดเรกชันของเกมนี้ยังคงดูดีแม้เวลาจะผ่านไป เพราะมันไม่ได้พยายามจะสมจริงตั้งแต่แรก ดีไซน์ตัวละครมีความโอเวอร์ สภาพแวดล้อมดูมีความเป็นละคร และทุกอย่างมีความสอดคล้องกันทางภาพ ทำให้โลกในเกมดูมีชีวิตชีวามากกว่าจะเป็นแค่ฉากที่ถูกวางไว้มั่วๆ
มัลติเพลเยอร์และการเล่นซ้ำ
โหมดมัลติเพลเยอร์แบบ 4v4 จะให้ผู้เล่นแต่ละคนรับบทเป็นผู้นำกองทัพในรูปแบบ Battle of the Bands ซึ่งเป็นการผสมผสานการต่อสู้แบบแอ็กชันเข้ากับการวางแผนสั่งการยูนิต การเล่นออนไลน์จำเป็นต้องใช้การเชื่อมต่อบรอดแบนด์ และโหมดนี้จะให้รางวัลกับผู้เล่นที่ใช้เวลาทำความเข้าใจยูนิตและสายการอัปเกรดของแต่ละกลุ่ม

Brutal Legend content image
สำหรับผู้เล่นที่ต้องการเก็บรายละเอียดในโหมด Single-player ให้ครบ โลก Open-world นี้มีกิจกรรมเสริม ของสะสม และเหตุการณ์ต่างๆ ให้ทำเพียบ ซึ่งช่วยเติมเต็มจักรวาลเมทัลนอกเหนือจากเนื้อเรื่องหลัก Brütal Legend ให้รางวัลแก่ผู้เล่นที่ชอบสำรวจ และการอัปเกรดรถ Deuce ก็เป็นแรงจูงใจชั้นดีให้เราขับรถไปทั่วทุกมุมของแผนที่เลยทีเดียว







