ภาพรวม
Bubsy 4D คือเกมแนว 3D platformer ที่พัฒนาโดย Fabraz และจัดจำหน่ายโดย Atari โดยจะลงให้กับแพลตฟอร์ม PC, PS5, Xbox และ Nintendo Switch เนื้อเรื่องนั้นตรงไปตรงมาและมีความกาวแบบตั้งใจสุดๆ คือเหล่า Woolies ศัตรูตัวฉกาจที่เป็นมนุษย์ต่างดาวของ Bubsy ได้ขโมยแกะของโลกไป Bubsy ก็ไม่ได้สนใจอะไรจนกระทั่งแกะเหล่านั้นกลับมาในร่างของ BaaBots หุ่นยนต์สุดป่วนที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของ Woolie และกำลังจ้องจะขโมย Golden Fleece นั่นแหละที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นปัญหาของเขาขึ้นมา
พล็อตเรื่องยังคงความเพี้ยนสไตล์ Bubsy แบบคลาสสิก แต่การลงมือทำนั้นมาจากสตูดิโอที่มีฝีมือด้านเกมแนว platformer ของจริง Fabraz เคยสร้าง Slime-san เกม 2D platformer ที่แน่นและสร้างสรรค์ ซึ่งได้รับคำชมอย่างมากในเรื่องระบบควบคุมและการออกแบบด่าน การนำความเก๋าเกมนี้มาใส่ในเกม Bubsy 3D อาจจะเป็นการจับคู่ที่ลงตัวสุดๆ หรือไม่ก็เป็นการทดลองที่แปลกประหลาดมาก แต่จากข้อมูลที่ยืนยันมา ดูเหมือนว่า Fabraz จะเอาจริงกับโปรเจกต์นี้มากทีเดียว
Bubsy ทำอะไรได้บ้างใน Bubsy 4D?
Bubsy 4D มอบ moveset (ชุดท่าทาง) ที่ขยายขอบเขตไปไกลกว่าเกม 3D ในยุคปลาย 90s ของเจ้าแมวป่าตัวนี้มาก โดยความสามารถที่ยืนยันแล้วมีดังนี้:

- กระโดดและร่อนกลางอากาศเพื่อข้ามช่องว่างกว้างๆ
- ใช้กรงเล็บไต่กำแพงเพื่อเคลื่อนที่ในแนวตั้ง
- กระโดดเหยียบศัตรูเพื่อทำโมเมนตัม (momentum)
- กลิ้งด้วยความเร็วสูงในร่างก้อนขน (hairball form)
ท่าสุดท้ายอย่างร่างก้อนขนถือเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุด การม้วนตัวเป็นก้อนกลมเพื่อทำ speed run ผ่านด่านต่างๆ เป็นกลไกที่ออกแบบมาเพื่อผู้เล่นสองกลุ่ม: กลุ่มที่อยากเดินเล่นสำรวจดาวเคราะห์ต่างดาวธีมงานคราฟต์ชิลๆ และกลุ่ม speedrunners ที่ต้องการหาเส้นทางที่เร็วที่สุดเพื่อเคลียร์ด่าน Fabraz ได้ออกแบบ moveset มาเพื่อรองรับทั้งสองกลุ่มนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นวิธีที่ฉลาดมากในการเพิ่ม replay value (ความคุ้มค่าในการเล่นซ้ำ) โดยไม่ต้องยัดเนื้อหาเพิ่ม

โลกที่สร้างจากงานคราฟต์
ด่านต่างๆ ใน Bubsy 4D ถูกอธิบายว่าเป็นธีมงานคราฟต์ ซึ่งเข้ากับสไตล์ของพวก Woolies ที่คลั่งไคล้ขนสัตว์ ดาวเคราะห์ต่างดาวที่สร้างจากไหมพรม ผ้า และวัสดุสิ่งทอไม่ใช่ภาพที่คุณจะเห็นได้บ่อยนักในเกม 3D platformer และมันทำให้เกมมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ต่างจากงานภาพที่เนียนกริบหรือเงาวับของเกมแนวนี้ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน การเก็บสะสมไหมพรมเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักในด่าน ซึ่งเชื่อมโยงระบบ collectible (ของสะสม) เข้ากับอัตลักษณ์ทางภาพของโลกในเกมได้อย่างลงตัว

เหล่า BaaBots รับบทเป็นศัตรูหลัก ซึ่งก็คือแกะหุ่นยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีของ Woolie การต่อสู้กับพวกมันไปพร้อมกับการสำรวจสภาพแวดล้อมต่างดาวช่วยให้เกมมีมุกตลกที่สอดแทรกอยู่ตลอด ซึ่งเข้ากับบุคลิกจอมกวนประสาทของ Bubsy ที่แฟนๆ คุ้นเคยกันดี
Bubsy 4D คุ้มค่าสำหรับแฟนเกม platformer ไหม?
เกมนี้ถูกจัดเรต E10+ โดย ESRB ในหัวข้อ Comic Mischief และ Fantasy Violence โดยเป็นเกมเล่นคนเดียว (single-player) ในราคา $19.99 บน PlayStation (มีส่วนลดช่วงเปิดตัวเหลือ $17.99 สำหรับสมาชิก PlayStation Plus) ซึ่งราคาในระดับนี้ถือว่าอยู่ในกลุ่ม indie platformer ที่ความคาดหวังและการคำนวณความคุ้มค่าจะแตกต่างจากเกมราคา $70
สำหรับแฟนเกม platformer โดยเฉพาะ การผสมผสานระหว่างชื่อชั้นของ Fabraz กับ moveset ที่ขยายออกมาอย่างจริงจัง ทำให้ Bubsy 4D น่าสนใจกว่าที่ชื่อเกมจะบอกไว้ กลไกการกลิ้งเป็นก้อนขนและการไต่กำแพงช่วยให้ผู้เล่นสาย speedrun มีอะไรให้เล่นสนุก ในขณะที่ฉากดาวเคราะห์ธีมงานคราฟต์ก็มอบเอกลักษณ์ทางภาพที่ยากจะสับสนกับเกมอื่นในตลาด

บทสรุป
Bubsy 4D เปิดตัวในฐานะเกม 3D platformer ที่มีนักพัฒนาฝีมือดีอยู่เบื้องหลังและมี moveset ที่ออกแบบมาให้เล่นได้มากกว่าแค่ผ่านๆ ฉากดาวเคราะห์ต่างดาว ศัตรูอย่าง BaaBot และระบบเก็บสะสมไหมพรม ทั้งหมดนี้รวมกันเป็นวิสัยทัศน์ที่สร้างสรรค์ซึ่ง Fabraz คิดมาอย่างดีแล้ว สำหรับแฟนเกม indie platformer ที่กำลังมองหาเกมที่มีคาแรคเตอร์และมีความลึกของระบบในราคาที่เข้าถึงได้ Bubsy 4D ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลย


