• หน้าหลัก
  • เกม
  • คู่มือ
  • ข่าวสาร
  • รีวิว
  • ภารกิจ
  • กล่องปริศนา
  • รายการ
Call of Duty® 2 Banner
  1. เกม
  2. Call of Duty® 2
  3. ภาพรวม

Call of Duty® 2

เกี่ยวกับ Call of Duty® 2

สตูดิโอ

Infinity Ward

เว็บไซต์

www.callofduty.com

วันวางจำหน่าย

October 13th 2006

Call of Duty® 2 Logo
Call of Duty® 2
การกระทำเกมยิง

สัมผัสประสบการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ใน Call of Duty® 2 เกม FPS สุดมันส์ที่คุณจะได้ร่วมรบในสมรภูมิโซเวียต อังกฤษ และอเมริกา พร้อมระบบ AI อัจฉริยะและฟื้นฟูพลังชีวิต!

ผู้พัฒนา

Infinity Ward

วันวางจำหน่าย

October 13th 2006

แพลตฟอร์ม

บทนำ

Call of Duty® 2 เปิดตัวในปี 2005 และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเกมยิงธีมสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยระบบฟื้นฟูพลังชีวิตสุดล้ำ AI ที่ฉลาดขึ้น และแคมเปญสุดเข้มข้นจากมุมมองทหาร 3 ชาติในสมรภูมิประวัติศาสตร์ นี่คือภาคระดับตำนานที่ยังคงความสนุกและเป็นหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดของซีรีส์นี้จนถึงปัจจุบัน

Call of Duty® 2 Gallery 1
Call of Duty® 2 Gallery 2
Call of Duty® 2 Gallery 3
Call of Duty® 2 Gallery 4
Call of Duty® 2 Gallery 5
Call of Duty® 2 Gallery 6
Call of Duty® 2 Gallery 7
Call of Duty® 2 Gallery 8
Call of Duty® 2 Gallery 9
Call of Duty® 2 Gallery 10

ภาพรวม

Call of Duty 2 คือเกมแนว FPS (First-Person Shooter) ที่พัฒนาโดย Infinity Ward และจัดจำหน่ายโดย Activision โดยพาผู้เล่นไปสัมผัสสมรภูมิรบครั้งสำคัญในสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้เล่นจะได้ลุยแคมเปญทั้งหมด 4 แคมเปญที่แบ่งออกเป็น 3 เนื้อเรื่องหลัก โดยสวมบทบาทเป็นทหารฝ่ายสัมพันธมิตรที่ต้องฝ่าฟันภารกิจสุดเดือด ตั้งแต่สมรภูมิแนวรบด้านตะวันออกที่หนาวเหน็บไปจนถึงทะเลทรายอันร้อนระอุในแอฟริกาเหนือ ด้วยสเกลของเกมที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ทำให้ Call of Duty 2 กลายเป็นเกมระดับขึ้นหิ้งที่หาตัวจับยากในช่วงที่วางจำหน่าย

แคมเปญโซเวียตจะพาคุณดิ่งเข้าสู่ความโกลาหลใน Stalingrad ด้วยทรัพยากรที่จำกัดและแรงกดดันจากศัตรูที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด ส่วนแคมเปญอังกฤษจะย้ายสมรภูมิไปที่แอฟริกาเหนือ เปลี่ยนจากซากปรักหักพังในเมืองมาเป็นทะเลทรายกว้างใหญ่และการรบด้วยรถถังสุดมันส์ ปิดท้ายด้วยแคมเปญอเมริกาที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่การบุกฝรั่งเศสจนถึงเยอรมนี รวมถึงภารกิจระดับตำนานอย่าง Hill 400 ที่ทำออกมาได้ตื่นเต้นเร้าใจจนคุณจะรู้สึกว่าทุกชัยชนะนั้นได้มาด้วยความพยายามอย่างแท้จริง

เกมเพลย์และระบบการเล่น

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของ Call of Duty 2 คือระบบฟื้นฟูเลือดอัตโนมัติ (Regenerating health) ซึ่งเข้ามาแทนที่ระบบเก็บ Medkit แบบเดิมในภาคแรก เพียงแค่หาที่กำบัง รอให้หน้าจอหายแดงแล้วลุยต่อได้ทันที ฟังดูเหมือนง่าย แต่ระบบนี้เปลี่ยนสไตล์การเล่นไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้เกมมีความดุดันและรวดเร็วขึ้น ไม่ต้องคอยวิ่งย้อนกลับไปหาไอเทมฟื้นเลือดอีกต่อไป

ระบบหลักที่ทำให้เกมนี้โดดเด่น:

  • ระบบฟื้นฟูเลือดอัตโนมัติพร้อมเอฟเฟกต์ภาพเมื่อใกล้ตาย
  • ตัวบ่งชี้ระเบิด (Grenade indicator) ที่บอกทิศทางของระเบิด
  • AI อัจฉริยะที่รู้จักการอ้อมหลัง (Flank) และใช้ที่กำบังอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ระบบเล็งผ่านศูนย์เล็ง (Iron-sights) ในอาวุธทุกชนิด
  • ฉากเหตุการณ์ที่ถูกเขียนบทมาอย่างดี (Scripted set-pieces) ช่วยคุมจังหวะของภารกิจ

ระบบตัวบ่งชี้ระเบิดถือว่าทำออกมาได้ดีมาก การรู้ว่าระเบิดตกตรงไหนและมีจังหวะให้ตัดสินใจว่าจะหนีหรือขว้างกลับ ช่วยให้การต่อสู้ไม่รู้สึกว่าโดนสุ่มฆ่าตายแบบไร้เหตุผล ทั้งสองระบบนี้—การฟื้นฟูเลือดและตัวบ่งชี้ระเบิด—ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่เกมแนว FPS แทบทุกเกมในทศวรรษต่อมาต้องนำไปใช้

โลกและบรรยากาศในเกม

ทั้ง 3 แคมเปญครอบคลุมพื้นที่การรบข้ามทวีป ภารกิจโซเวียตจะพาผู้เล่นไปสัมผัสการรบในเมืองที่โหดร้ายที่สุดที่ Stalingrad และ Voronezh ส่วนภารกิจอังกฤษจะลุยผ่าน El Alamein และ Toujane ในตูนิเซีย และภารกิจอเมริกาจะเริ่มตั้งแต่การบุก Normandy ไปจนถึงแนวป้องกัน Siegfried Line แต่ละสมรภูมิมีโทนสีและบรรยากาศที่ชัดเจน ทั้งซากปรักหักพังสีเทาและควันไฟในแนวรบด้านตะวันออก ฝุ่นสีน้ำตาลและพื้นที่โล่งในแอฟริกาเหนือ ไปจนถึงแนวพุ่มไม้หนาทึบในยุโรปตะวันตก

ตัวเกมไม่ได้เน้นไปที่ตัวละครหลักหรือบทสนทนาที่ยืดยาว แต่ละแคมเปญจะให้เราสวมบทเป็นทหารนิรนาม เพื่อให้สภาพแวดล้อมและเป้าหมายของภารกิจเป็นตัวเล่าเรื่องแทน ซึ่งเป็นความตั้งใจที่ทำให้ผู้เล่นโฟกัสไปที่ความมันส์ของการรบมากกว่าดราม่าของตัวละคร

โหมดมัลติเพลเยอร์และสังคมเกม

Call of Duty 2 มาพร้อมกับโหมดมัลติเพลเยอร์มาตรฐานครบครัน ทั้ง Deathmatch, Team Deathmatch และโหมดชิงเป้าหมาย โดยใช้อาวุธและระบบการเล่นเดียวกับโหมดเนื้อเรื่อง ทำให้ผู้เล่นปรับตัวได้ง่าย แผนที่ต่างๆ ก็ดึงมาจากโหมดเนื้อเรื่องโดยตรง ทำให้คนที่เล่นจบแล้วสามารถจำทางและวางแผนได้ทันที

แม้ว่าสังคมผู้เล่นมัลติเพลเยอร์จะเบาบางลงไปบ้างตั้งแต่ปี 2005 แต่เซิร์ฟเวอร์เฉพาะกิจและระบบ Mod บน PC ก็ยังทำให้มีกลุ่มผู้เล่นเหนียวแน่นคอยดูแลอยู่ การที่เกมวางจำหน่ายบน Steam ทำให้เข้าถึงได้ง่ายโดยไม่ต้องไปหาแผ่นเกมเก่าๆ มาเล่น และเครื่องมือ Mod ที่ Infinity Ward ปล่อยออกมาก็ทำให้มีคอนเทนต์เสริมจากแฟนเกมมากมายที่ช่วยต่ออายุให้เกมนี้มีชีวิตอยู่ได้ยาวนานกว่าที่ใครหลายคนคาดคิด

อิทธิพลและตำนาน

Call of Duty 2 คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้แฟรนไชส์นี้ก้าวจากการเป็นเกม PC ที่ได้รับการยอมรับ กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกบนคอนโซล โดยเปิดตัวพร้อมกับเครื่อง Xbox 360 ในฐานะเกม Day-one ที่ทำให้ผู้เล่นหน้าใหม่จำนวนมหาศาลได้สัมผัสซีรีส์นี้เป็นครั้งแรก ระบบฟื้นฟูเลือดอัตโนมัติที่เกมนี้บุกเบิกได้กลายเป็นมาตรฐานจนการเก็บ Medkit กลายเป็นเรื่องล้าสมัยไปแล้วในเกมยิงยุคปัจจุบัน สำหรับใครที่อยากย้อนรอยประวัติศาสตร์ของเกม FPS ยุคใหม่ นี่คือหนึ่งในเกมที่คุณต้องกลับมาลองให้ได้