ภาพรวม
Call of Duty®: WWII พาซีรีส์นี้กลับสู่รากเหง้าที่สร้างชื่อให้โด่งดังอีกครั้ง ไม่มีระบบวิ่งไต่กำแพง ไม่มีชุด exo-suits และไม่มีการกระโดดบูสต์ (boost jumps) ให้กวนใจ Sledgehammer Games ตั้งใจสร้างภาคนี้ขึ้นมาโดยเน้นการเคลื่อนไหวที่สมจริงและอาวุธที่ตรงตามยุคสมัย นำเสนอเกมยิงธีมสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ครอบคลุมสมรภูมิยุโรปตั้งแต่เดือนมิถุนายน 1944 ไปจนถึงช่วงเดือนสุดท้ายของสงคราม โหมดแคมเปญจะติดตามเรื่องราวของพลทหาร Ronald "Red" Daniels จากกองพลทหารราบที่ 1 (1st Infantry Division) ตั้งแต่การยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดีไปจนถึงค่ายแรงงานในเยอรมนี
เนื้อเรื่องของภาคนี้กินใจกว่าแคมเปญส่วนใหญ่ของ Call of Duty โดย Daniels และเพื่อนร่วมทีม รวมถึงเพื่อนสนิทอย่าง Robert Zussman ไม่ได้เผชิญหน้าแค่กับกองทัพเยอรมันเท่านั้น แต่ยังต้องแบกรับภาระทางศีลธรรมของสงครามอีกด้วย เนื้อเรื่องจะดำเนินผ่านเหตุการณ์สำคัญอย่าง D-Day, Operation Cobra, การปลดปล่อยปารีส, ยุทธการที่ป่า Hürtgen และยุทธการตอกลิ่ม (Battle of the Bulge) ไปจนถึงภารกิจตามหา Zussman หลังจากที่เขาถูกจับตัวไปยัง Stalag IX-B นี่คือเรื่องราวสงครามที่เน้นตัวละครเป็นหลัก ซึ่งความเฉพาะตัวนี้เองที่ทำให้มันเข้าถึงอารมณ์ผู้เล่นได้เป็นอย่างดี
เกมเพลย์และระบบการเล่น
รูปแบบการเล่นหลักกลับสู่สไตล์คลาสสิกแบบวิ่งยิง (run-and-gun) พร้อมอาวุธที่สมจริงตามยุคสมัย ไม่มีระบบฟื้นฟูเลือดอัตโนมัติ (regenerating health) ผู้เล่นต้องพึ่งพาเพื่อนร่วมทีมในการเติมเสบียง ซึ่งเพิ่มมิติการบริหารจัดการทรัพยากรเข้ามาในแคมเปญ ระบบ Divisions ในโหมดมัลติเพลเยอร์จะมาแทนที่การสร้างคลาสแบบเดิมๆ โดยให้ผู้เล่นเลือกเชี่ยวชาญหนึ่งในห้าบทบาท ซึ่งแต่ละบทบาทจะมีสกิลฝึกฝน (training perks) และอาวุธเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป

Call of Duty®: WWII content image
ฟีเจอร์เด่นในทุกโหมด:
- แคมเปญที่ครอบคลุมตั้งแต่ D-Day จนถึงดินแดนเยอรมนี
- มัลติเพลเยอร์แบบ Boots-on-ground พร้อมระบบเลเวล Divisions
- โหมด co-op Nazi Zombies พร้อมเนื้อเรื่องออริจินัลแยกต่างหาก
- แถมแผนที่ Carentan เป็นโบนัส
- DLC 4 แพ็กผ่าน Season Pass

Call of Duty®: WWII content image
Headquarters พื้นที่สังคมออนไลน์แบบใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในซีรีส์นี้ จะพาผู้เล่นไปอยู่ในฮับส่วนกลางที่หาดนอร์มังดีระหว่างรอจับคู่เล่นเกม มันทำหน้าที่แทนหน้าล็อบบี้แบบเดิม ซึ่งผู้เล่นสามารถเปิด supply drops, ดวลปืน 1v1 ในสนามยิงปืน และรับ daily orders ได้ ทำให้โหมดมัลติเพลเยอร์มีความรู้สึกเหมือนเป็นคอมมูนิตี้ที่คึกคักตลอดเวลา
โลกและบรรยากาศ
สมรภูมิยุโรปคือฉากหลังของเหตุการณ์ที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ และ WWII ก็ถ่ายทอดสิ่งนั้นออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม แผนที่ครอบคลุมตั้งแต่เมืองในฝรั่งเศส ป่าในเยอรมนี ไปจนถึงทะเลทรายในแอฟริกาเหนือ แต่ละจุดถูกออกแบบมาให้เน้นการปะทะระยะประชิด (close-quarters) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์นี้ สภาพแวดล้อมในแคมเปญเปลี่ยนจากความโกลาหลกว้างขวางของหาดนอร์มังดีไปสู่ซากปรักหักพังที่อึดอัดในเมือง Aachen ทำให้จังหวะของเกมมีความหลากหลาย

Call of Duty®: WWII content image
โหมด co-op Nazi Zombies มาพร้อมประสบการณ์เฉพาะตัวด้วยเนื้อเรื่องแยกต่างหาก โดยมีฉากหลังเป็นหมู่บ้านในบาวาเรียและตัวละครชุดใหม่ โหมดนี้ยังคงรูปแบบการเอาตัวรอดจากฝูงซอมบี้ (wave-survival) ที่คุ้นเคย แต่เพิ่มเนื้อเรื่องและปริศนาในฉากที่ให้รางวัลแก่ผู้เล่นที่สามารถผ่านด่านแรกๆ ไปได้
เนื้อหาและความคุ้มค่าในการเล่นซ้ำ
Season Pass จะขยายคอนเทนต์ของเกมผ่าน DLC 4 แพ็ก ได้แก่ The Resistance, The War Machine, United Front และ Shadow War แต่ละแพ็กจะเพิ่มแผนที่มัลติเพลเยอร์, บทใหม่ของ Nazi Zombies และภารกิจในโหมด War ซึ่งเป็นโหมดแบบอสมมาตรที่เน้นภารกิจโดยให้ทีมหนึ่งบุกและอีกทีมตั้งรับในสถานที่ที่อิงจากประวัติศาสตร์จริง โหมด War ถือเป็นหนึ่งในส่วนเสริมที่โดดเด่นที่สุดของสูตรสำเร็จ Call of Duty โดยเปลี่ยนจากการเน้นแค่การฆ่า (deathmatch) ไปสู่ภารกิจหลายขั้นตอนที่มีโครงสร้างชัดเจน

Call of Duty®: WWII content image
Digital Deluxe Edition จะรวม DLC ทั้ง 4 แพ็ก พร้อม 1,100 COD Points, อัปเกรดปลดล็อกอาวุธในมัลติเพลเยอร์, ลายพราง Zombies และ Divisions Pack มาให้พร้อมกับตัวเกมหลัก สำหรับผู้เล่นที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์มัลติเพลเยอร์แบบ Boots-on-ground เต็มรูปแบบ แคมเปญสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่สมจริง และคอนเทนต์ co-op นี่คือชุดที่รวมทุกอย่างไว้ครบจบในครั้งเดียว








