ภาพรวม
Catherine คือเกมแนว Puzzle-platformer ผสม Social simulation ที่พัฒนาและจัดจำหน่ายโดย Atlus วางจำหน่ายครั้งแรกในปี 2011 และสามารถเล่นได้บน PlayStation, Xbox, Nintendo Switch และ Steam ตัวเกมเล่าเรื่องราวของ Vincent Brooks ชายหนุ่มที่ติดอยู่ในวังวนความสัมพันธ์ระหว่าง Katherine แฟนสาวที่คบกันมานาน กับสาวปริศนาผมบลอนด์ชื่อ Catherine ซึ่งความลังเลใจในเรื่องความรักของเขาได้กลายร่างเป็นฝันร้ายที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่ทำให้เกมนี้ไม่เหมือนใครคือการเชื่อมโยงสองส่วนนี้เข้าด้วยกันอย่างตั้งใจ: น้ำหนักทางอารมณ์ในช่วงกลางวันส่งผลโดยตรงต่อความกดดันในหอคอยยามค่ำคืน
โครงสร้างของเกมนั้นเรียบง่ายแต่โหดหิน ในช่วงกลางวัน Vincent จะนั่งอยู่ที่บาร์ Stray Sheep คอยตอบข้อความ ดื่มเหล้า และพูดคุยกับลูกค้าประจำที่มีความกังวลใจไม่ต่างจากเขา ส่วนในตอนกลางคืน เขาจะตื่นขึ้นมาในแดนชำระที่เต็มไปด้วยเหล่ามนุษย์แกะ ซึ่งทุกคนต้องปีนหอคอยบล็อกเพื่อเอาชีวิตรอด การสลับอารมณ์ระหว่างสองช่วงเวลานี้ทำออกมาได้น่าตื่นเต้นและลงตัวสุดๆ

Catherine content image
เกมเพลย์และระบบการเล่น
ลูปหลักของเกมแนว Puzzle-platforming คือการขยับบล็อกเพื่อสร้างทางขึ้นไปด้านบนก่อนที่พื้นจะถล่มลงมา Vincent สามารถดึง ผลัก และปีนบล็อกได้ แต่หอคอยจะซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละด่าน โดยเพิ่มกลไกอย่างพื้นที่จะพังทลาย บล็อกน้ำแข็ง และกับดักต่างๆ ที่บีบให้ผู้เล่นต้องใช้ไหวพริบและการคิดเชิงพื้นที่อย่างรวดเร็ว

Catherine content image
สรุปกลไกสำคัญ:
- การขยับและเรียงบล็อก
- การปีนแข่งกับเวลาบนพื้นที่จะถล่ม
- การสู้กับบอสระหว่างด่านหอคอย
- การเก็บตะเกียงเพื่อเพิ่มชีวิต
- บล็อกสปริง บล็อกที่ขยับไม่ได้ และกับดักรูปแบบต่างๆ
กราฟความยากของเกมนี้ถือว่าสูงมาก โหมด Normal นั้นท้าทายสุดๆ สำหรับผู้เล่นที่ไม่คุ้นเคยกับเกมแนว Puzzle-platformer และตัวเกมก็ไม่มีการปรานีใดๆ ทั้งสิ้น ฝันร้ายทั้งเก้าด่านมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และการสู้กับบอสที่คั่นระหว่างด่านก็ถือเป็นการใช้กลไกบล็อกที่สร้างสรรค์มากที่สุดอย่างหนึ่งเลยทีเดียว
โลกและบรรยากาศในเกม
Atlus สร้าง Catherine ขึ้นมาโดยเน้นความธรรมดาในเมืองใหญ่ Stray Sheep เป็นบาร์เล็กๆ ในเมืองที่ไม่มีชื่อซึ่งมีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น โดย Vincent ใช้เวลาช่วงกลางวันไปกับการดื่มเบียร์และหลีกเลี่ยงบทสนทนาที่เขารู้ดีว่าต้องเกิดขึ้น ฉากหลังของเกมถูกจำกัดไว้อย่างตั้งใจ ซึ่งทำให้ช่วงฝันร้ายดูเหนือจริงยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกัน

Catherine content image
เนื้อเรื่องใช้กรอบของเรื่องเหนือธรรมชาติมาตั้งคำถามเกี่ยวกับความผูกพัน อิสรภาพ และสิ่งที่ผู้คนต้องการจริงๆ จากความสัมพันธ์ โดยมี Morality meter (เกจศีลธรรม) คอยติดตามการตอบสนองของ Vincent ตลอดทั้งเกม และทางเลือกเหล่านั้นจะผลักดันเนื้อเรื่องไปสู่ฉากจบที่หลากหลาย ซึ่งไม่มีฉากจบไหนที่เรียบง่าย และเกมนี้ก็ถ่ายทอดความคลุมเครือเหล่านั้นออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม
งานภาพและเสียง
งานอาร์ตไดเรกชันยังคงดูดีจนถึงปัจจุบัน Atlus เลือกใช้สไตล์อนิเมะที่มีคอนทราสต์สูงสำหรับฉากคัตซีน กำกับโดย Kazuhisa Wada ซึ่งฉากคัตซีนแบบ Full HD นั้นถือว่าล้ำสมัยมากในตอนที่เปิดตัวและยังคงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนถึงทุกวันนี้ ส่วนช่วงฝันร้ายจะมีภาพที่ดูเย็นชาและเป็นเรขาคณิตมากกว่า ซึ่งตัดกับแสงไฟที่อบอุ่นภายในบาร์
ดนตรีประกอบมีการนำเพลงคลาสสิกมาใช้ในด่านหอคอย ซึ่งเป็นทางเลือกที่แปลกแต่กลับเข้ากันได้อย่างน่าประหลาด ผลงานของนักประพันธ์อย่าง Dvorak และ Mussorgsky ถูกนำมาใช้ระหว่างการปีน ช่วยเพิ่มความตึงเครียดที่ดูเป็นทางการและเหมือนละครเวที ส่วนการพากย์เสียงภาษาอังกฤษได้ Troy Baker มาให้เสียง Vincent ซึ่งถ่ายทอดความสับสนของตัวละครออกมาได้อย่างสมจริงและชัดเจน
อิทธิพลและตำนานของเกม
Catherine เปิดตัวในช่วงเวลาที่แทบไม่มีเกมไหนพยายามทำอะไรแบบนี้มาก่อน การผสมผสานระหว่างดราม่าความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่ ความสยองขวัญเชิงจิตวิทยา และความยากของปริศนาที่แท้จริง ทำให้มันกลายเป็นเกมระดับ Cult classic ได้ในทันที เวอร์ชัน Full Body ที่วางจำหน่ายในภายหลังบน Switch และแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้เพิ่มตัวละครใหม่อย่าง Rin และขยายจำนวนฉากจบ ทำให้ผู้เล่นเก่าได้สัมผัสเส้นทางเนื้อเรื่องใหม่โดยไม่ทำลายโครงสร้างเดิมของเกม

Catherine content image
สำหรับเกม Puzzle-platformer ที่สร้างขึ้นจากความกังวลในความสัมพันธ์ Catherine ถือว่าผ่านกาลเวลามาได้อย่างสง่างาม กลไกการเล่นบล็อกยังคงสนุก เนื้อเรื่องยังคงตั้งคำถามที่ชวนอึดอัดได้ดี และใช้เวลาเล่นจบในการเล่นรอบแรกไม่ถึงสิบชั่วโมง ทำให้มันเป็นหนึ่งในเกมที่เน้นประสบการณ์การเล่นที่เข้มข้นที่สุดที่ Atlus เคยปล่อยออกมานอกเหนือจากซีรีส์ Persona


