ภาพรวม
Chrono Trigger คือเกม JRPG ระบบ Turn-based ที่พัฒนาโดย Square และวางจำหน่ายครั้งแรกในเดือนมีนาคม 1995 ซึ่งปัจจุบันสามารถหาเล่นได้แล้วบน Windows ผ่าน Steam, iOS และ Android ตัวเกมจะพาเราไปติดตามเรื่องราวของ Crono เด็กหนุ่มจากอาณาจักร Guardia ที่ต้องหลุดเข้าไปในการผจญภัยข้ามเวลาโดยไม่ได้ตั้งใจ หลังจากเครื่องเทเลพอร์ตของเพื่อนสาว Lucca เกิดทำงานผิดพลาดจนส่ง Princess Marle ย้อนเวลากลับไปเมื่อ 400 ปีก่อน จากภารกิจช่วยเหลือธรรมดาๆ กลับกลายเป็นการผจญภัยที่กินเวลายาวนานนับล้านปี ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ที่มนุษย์ต้องสู้กับไดโนเสาร์ ไปจนถึงอนาคตอันมืดมิดหลังวันสิ้นโลก
สเกลเนื้อเรื่องของเกมนี้ถือว่าอลังการมากสำหรับเกมที่ออกมาในปี 1995 การที่ได้รู้ว่า Lavos สิ่งมีชีวิตจากต่างดาวที่คอยสูบกลืนวิวัฒนาการของโลกมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์นั้น ทำให้ทุกสิ่งที่ปาร์ตี้ของเราได้พบเจอมาตลอดการเดินทางเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แต่ละช่วงเวลาไม่ใช่แค่ฉากหลังธรรมดา แต่มันคือบทหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่ใหญ่กว่า ซึ่งการกระทำของ Crono สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ และตัวเกมก็มีระบบ Cause-and-effect (เหตุและผล) ที่ยังคงทำออกมาได้ยอดเยี่ยมจนถึงทุกวันนี้
ระบบเกมเพลย์และกลไกต่างๆ
Chrono Trigger ใช้ระบบ Active Time Battle (ATB) ซึ่งเป็นระบบต่อสู้แบบ Turn-based ที่การกระทำของตัวละครจะขึ้นอยู่กับเกจ ATB ของแต่ละคน ทีเด็ดจริงๆ คือระบบ Dual Tech และ Triple Tech ที่ให้ตัวละครในปาร์ตี้ 2 หรือ 3 คนสามารถผสานสกิลเพื่อใช้ท่าโจมตีร่วมกันได้ การจับคู่เวทสายฟ้าของ Crono กับเวทน้ำแข็งของ Marle หรือเวทไฟของ Lucca จะช่วยเปิดคอมโบใหม่ๆ ให้เราได้สนุกกับการจัดทีมแบบไม่รู้จบ

กลไกสำคัญของเกมประกอบด้วย:
- ระบบท่าคอมโบ Dual Tech และ Triple Tech
- ไม่มีระบบ Random Encounters (ศัตรูจะปรากฏตัวให้เห็นบนแผนที่)
- Sidequests เฉพาะตามช่วงเวลาต่างๆ
- ระบบ New Game Plus หลังจากเล่นจบครั้งแรก
- ฉากจบที่แตกต่างกันถึง 13 แบบ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้เล่น
การที่ไม่มีระบบ Random Encounters ถือว่าแปลกใหม่มากสำหรับเกมแนวนี้ในปี 1995 ซึ่งช่วยให้จังหวะการเล่นกระชับและลื่นไหล ศัตรูจะโผล่มาให้เห็นบนแผนที่ชัดเจน และผู้เล่นสามารถเลือกที่จะหลบเลี่ยงการต่อสู้ได้

โลกและบรรยากาศภายในเกม
ช่วงเวลาต่างๆ ใน Chrono Trigger ไม่ได้มีไว้แค่ความสวยงามเท่านั้น แต่ละยุคสมัยมีทั้งความขัดแย้งทางการเมือง กลุ่มก้อนอำนาจ และตัวละครที่มีชะตากรรมเชื่อมโยงกันข้ามศตวรรษ ยุคดึกดำบรรพ์ 65,000,000 B.C. จะพาเราไปพบกับ Ayla และสงครามระหว่างมนุษย์กับ Reptites ส่วนยุคกลาง 600 A.D. ก็เต็มไปด้วยความขัดแย้งกับเหล่า Mystics ภายใต้การนำของจอมเวท Magus และอาณาจักรโบราณ Zeal ในยุค 12,000 B.C. ที่ลอยอยู่เหนือโลกที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง ซึ่งเป็นจุดที่เนื้อเรื่องเข้มข้นที่สุด รวมถึงเหตุการณ์การตายของ Crono ด้วยน้ำมือของ Lavos กลางเรื่องอีกด้วย
ปาร์ตี้ของเราจะมีตัวละครที่เล่นได้ทั้งหมด 7 คนตลอดการเดินทาง: Crono, Marle, Lucca, Frog, Robo, Ayla และ Magus แต่ละคนจะมีปูมหลังที่ผูกติดกับยุคสมัยที่พวกเขาอยู่ และการได้ Magus ซึ่งเป็นบอสใหญ่ของเกมมาเข้าพวก ก็ถือเป็นจุดหักมุมที่น่าประทับใจที่สุดอย่างหนึ่งของเกมเลยทีเดียว

อิทธิพลและตำนานที่ฝากไว้
Chrono Trigger ถูกพัฒนาโดยทีมงานที่ Square เรียกว่า Dream Team: ผู้กำกับ Yoshinori Kitase, โปรดิวเซอร์ Hironobu Sakaguchi, นักออกแบบตัวละคร Akira Toriyama และนักแต่งเพลง Yasunori Mitsuda ร่วมกับ Nobuo Uematsu เพลงประกอบของ Mitsuda ยังคงเป็นหนึ่งในผลงานระดับตำนานที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการเกม โดยมีเพลงอย่าง Corridors of Time และ Frog's Theme ที่ยังคงถูกนำมาเล่นในคอนเสิร์ตอยู่จนถึงปัจจุบัน
โครงสร้างฉากจบที่หลากหลายซึ่งเข้าถึงได้ผ่านระบบ New Game Plus ถือว่าล้ำยุคมากในสมัยนั้น และส่งอิทธิพลโดยตรงต่อการสร้าง Replay Value (ความคุ้มค่าในการเล่นซ้ำ) ให้กับเกม RPG ในยุคต่อมา สำหรับเวอร์ชัน Steam นั้นได้รวมคอนเทนต์ที่เคยเพิ่มเข้ามาในเวอร์ชัน Nintendo DS ไว้ด้วย ทั้งดันเจี้ยนพิเศษและฉากจบเพิ่มเติม สำหรับเกม JRPG ระบบ Turn-based ที่เน้นกลไกการข้ามเวลาและเนื้อเรื่องที่ลุ่มลึกจนต้องตั้งใจเล่นตาม Chrono Trigger ยังคงเป็นมาตรฐานทองคำที่เกมรุ่นหลังต้องนำมาเปรียบเทียบเสมอ












