• หน้าหลัก
  • เกม
  • คู่มือ
  • ข่าวสาร
  • รีวิว
  • ภารกิจ
  • กล่องปริศนา
  • ซื้อเกม
  • รายการ
  • GAMES+
  • ข้อเสนอและส่วนลด
  • ปฏิทินเกม (ปลดล็อกด้วย GAMES+)
Counter-Strike: Condition Zero Banner
  1. เกม
  2. Counter-Strike: Condition Zero
  3. navigation.overview

Counter-Strike: Condition Zero

aboutGame

studio

Valve

website

store.steampowered.com/app/80

releaseDate

March 1st 2004

Counter-Strike: Condition Zero Logo
Counter-Strike: Condition Zero
การกระทำเกมยิง

สัมผัสความมันส์ของ Counter-Strike: Condition Zero ทั้งโหมดมัลติเพลเยอร์สุดคลาสสิก และแคมเปญ Tour of Duty พร้อมภารกิจเดี่ยวสุดท้าทายกว่า 12 ด่าน!

developer

Valve

releaseDate

March 1st 2004

sidebar.platform

บทนำ

Counter-Strike: Condition Zero ยกระดับความมันส์จากเกมยิงในตำนานสู่ประสบการณ์เล่นเดี่ยวเต็มรูปแบบ! ด้วยแคมเปญ Tour of Duty และภารกิจเสริมมากมาย ทำให้เกมนี้เป็นหนึ่งในผลงานระดับขึ้นหิ้งจาก Valve ที่แฟนเกมยิงไม่ควรพลาด

Counter-Strike: Condition Zero Gallery 1
Counter-Strike: Condition Zero Gallery 2
Counter-Strike: Condition Zero Gallery 3
Counter-Strike: Condition Zero Gallery 4
Counter-Strike: Condition Zero Gallery 5
Counter-Strike: Condition Zero Gallery 6
Counter-Strike: Condition Zero Gallery 7
Counter-Strike: Condition Zero Gallery 8
Counter-Strike: Condition Zero Gallery 9
Counter-Strike: Condition Zero Gallery 10

ภาพรวม

Counter-Strike: Condition Zero เปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคม 2004 ในฐานะความพยายามของ Valve ที่จะต่อยอดความสำเร็จของ Counter-Strike ให้ไปไกลกว่าแค่โหมด Multiplayer โดยตัวเกมยังคงพื้นฐานเดิมไว้อย่างครบถ้วน ทั้งระบบการยิงที่แม่นยำ (Tight gunplay) รวมถึงภารกิจวางระเบิด (Bomb-defusal) และช่วยตัวประกัน (Hostage-rescue) แต่ได้เพิ่มโหมดแคมเปญอย่าง Tour of Duty เข้ามาเพื่อให้ผู้เล่นสาย Solo มีเป้าหมายในการเล่นที่ชัดเจน ผลลัพธ์ที่ได้คือ Counter-Strike เวอร์ชันที่ตอบโจทย์ทั้งในฐานะเกมยิงแบบ Multiplayer และประสบการณ์การเล่นคนเดียวที่สนุกได้ด้วยตัวเอง

ตัวเกมรองรับทั้ง Windows, macOS และ Xbox ซึ่งถือว่าครอบคลุมแพลตฟอร์มได้กว้างมากสำหรับเกมที่ออกในปี 2004 ผู้เล่นบน Xbox ได้สัมผัสประสบการณ์ Counter-Strike ที่ปรับแต่งมาเพื่อคอนโซลโดยเฉพาะ ในยุคที่เกมยิงแนวแทคติคัล (Tactical shooters) บนคอนโซลยังหาเล่นได้ยาก โดยระบบหลักยังคงเหมือนกันทุกแพลตฟอร์ม คือการซื้ออาวุธก่อนเริ่มแต่ละรอบ ทำภารกิจให้สำเร็จ และเอาชีวิตรอดให้ได้

เกมเพลย์และระบบการเล่น

Condition Zero มีระบบการเล่นที่เป็นหัวใจหลักเหมือนกับ Counter-Strike เป๊ะๆ ซึ่งจุดนี้จะเป็นทั้งจุดขายหรือข้อจำกัดก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณมองหาอะไร แต่ละรอบจะจบไว ตายแล้วตายเลยจนกว่าจะเริ่มรอบใหม่ และการบริหารเศรษฐกิจ (Economy management) ในทีมจะเป็นตัวตัดสินว่ารอบนั้นคุณจะมีปืนไรเฟิลหรือแค่ปืนพกไว้สู้กับศัตรู เพดานฝีมือ (Skill ceiling) ของเกมนี้ค่อนข้างสูงและมีความยากในการฝึกฝน (Learning curve) ที่ท้าทายสุดๆ

Counter-Strike: Condition Zero content image

Counter-Strike: Condition Zero content image

ฟีเจอร์เด่นในโหมดเล่นคนเดียวและ Multiplayer ประกอบด้วย:

  • แคมเปญ Tour of Duty ที่มาพร้อมแมตช์การแข่งขันกับ Bot
  • ภารกิจโบนัสสำหรับเล่นคนเดียวมากกว่า 12 ภารกิจ
  • โหมดคลาสสิกอย่างการวางระเบิดและช่วยตัวประกัน
  • โหมด Skirmish สำหรับดวลกับ AI
  • โหมด Multiplayer ที่อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ๆ
Counter-Strike: Condition Zero content image

Counter-Strike: Condition Zero content image

ระบบ AI ของ Bot ใน Condition Zero ถือเป็นก้าวสำคัญของซีรีส์นี้ เพราะใน Counter-Strike ภาคก่อนๆ ไม่มีระบบ Bot อย่างเป็นทางการ การที่ Condition Zero ใส่ AI ที่เก่งกาจเข้ามาจึงกลายเป็นตัวเลือกหลักสำหรับผู้เล่นที่ต้องการฝึกฝีมือหรือในเวลาที่หาห้องเล่นไม่ได้

โหมดแคมเปญ Tour of Duty มีอะไรให้เล่นบ้าง?

โหมด Tour of Duty คือไฮไลต์ของการเล่นคนเดียว ผู้เล่นจะต้องตะลุยผ่านแมตช์ต่างๆ ในแผนที่ที่หลากหลายไปพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมที่เป็น Bot โดยต้องทำภารกิจเฉพาะให้สำเร็จเพื่อผ่านด่าน แต่ละภารกิจจะมีเงื่อนไขมากกว่าแค่การชนะ เช่น ต้องสังหารศัตรูด้วยอาวุธที่กำหนด หรือต้องจบภารกิจภายใต้เวลาที่จำกัด เงื่อนไขเสริมเหล่านี้บีบให้ผู้เล่นต้องปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นให้ต่างไปจากแมตช์ Multiplayer ทั่วไป

Counter-Strike: Condition Zero content image

Counter-Strike: Condition Zero content image

ภารกิจโบนัสสำหรับเล่นคนเดียวยังจัดเต็มยิ่งกว่า โดยจะส่งผู้เล่นเข้าสู่สถานการณ์ที่ถูกเขียนบทมาให้เหมือนกับเกมแอ็กชันทั่วไป ภารกิจเหล่านี้มีเป้าหมายที่ชัดเจน ตำแหน่งศัตรูที่แน่นอน และมีโครงสร้างที่เน้นทิศทางการเล่นมากกว่าโหมด Tour of Duty ที่เปิดกว้าง ซึ่งมีให้เล่นมากกว่า 12 ภารกิจ ถือว่าให้คอนเทนต์มาเยอะมากสำหรับเกมที่วางจำหน่ายก่อนยุคที่เกมยิงเล่นคนเดียวจะเน้นยืดเวลาเล่นด้วยโลกกว้าง (Open worlds)

คอนเทนต์และความคุ้มค่าในการเล่นซ้ำ

โหมด Skirmish เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างแคมเปญที่มีโครงสร้างชัดเจนกับโหมด Multiplayer เต็มรูปแบบ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เล่นตั้งค่าแมตช์เองได้ตามใจชอบ ทั้งระดับความยากและกฎกติกา สำหรับเกมที่ออกในปี 2004 จำนวนตัวเลือกในการปรับแต่งถือว่าน่าประทับใจมาก ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายของแผนที่, จำนวน Bot, ระดับความยาก และการเลือกโหมดเกม ทั้งหมดนี้รวมกันเป็นระบบที่สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ได้ทุกครั้งที่เล่น

Counter-Strike: Condition Zero content image

Counter-Strike: Condition Zero content image

นอกจากนี้ Condition Zero ยังมาพร้อมกับการอัปเดตคอนเทนต์ Multiplayer ของ Counter-Strike ทำให้ผู้ที่ซื้อเกมนี้ไปไม่ได้แค่ภาคเสริมสำหรับเล่นคนเดียว แต่ยังได้เวอร์ชันที่สดใหม่ของเกมแนวแข่งขันอีกด้วย การผสมผสานระหว่าง Tour of Duty, ภารกิจโบนัส, โหมด Skirmish และ Multiplayer ที่ได้รับการปรับปรุง ทำให้มันเป็นหนึ่งในเกมยิงที่อัดแน่นไปด้วยคอนเทนต์มากที่สุดในปีที่วางจำหน่าย และความหลากหลายเหล่านี้นี่เองที่ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของเกมมาจนถึงทุกวันนี้