• หน้าหลัก
  • เกม
  • คู่มือ
  • ข่าวสาร
  • รีวิว
  • ภารกิจ
  • กล่องปริศนา
  • รายการ
Crash Bandicoot 2: Cortex Strikes Back Banner
  1. เกม
  2. Crash Bandicoot 2: Cortex Strikes Back
  3. ภาพรวม

Crash Bandicoot 2: Cortex Strikes Back

Crash Bandicoot 2: Cortex Strikes Back
การผจญภัย

ผจญภัยใน Crash Bandicoot 2: Cortex Strikes Back! รวบรวมคริสตัลให้ครบ 25 ด่านเพื่อหยุดแผนร้ายของ Dr. Neo Cortex ในเกมแพลตฟอร์ม 3D สุดมันส์ที่คุณห้ามพลาด

ผู้พัฒนา

Naughty Dog

วันวางจำหน่าย

November 6th 1997

แพลตฟอร์ม

บทนำ

Crash Bandicoot 2: Cortex Strikes Back คือภาคต่อที่ยกระดับความสนุกจากต้นฉบับสู่หนึ่งในเกมแพลตฟอร์มที่ดีที่สุดบน PlayStation! ครั้งนี้ Crash ต้องถูกหลอกให้ไปรวบรวมคริสตัล 25 เม็ดในด่านที่ท้าทายและตื่นเต้นกว่าเดิม ด้วยดีไซน์ด่านที่เป๊ะขึ้น ท่าใหม่ๆ ที่หลากหลาย และความยากที่ลงตัวสุดๆ

Crash Bandicoot 2: Cortex Strikes Back Gallery 1
Crash Bandicoot 2: Cortex Strikes Back Gallery 2
Crash Bandicoot 2: Cortex Strikes Back Gallery 3
Crash Bandicoot 2: Cortex Strikes Back Gallery 4
Crash Bandicoot 2: Cortex Strikes Back Gallery 5
Crash Bandicoot 2: Cortex Strikes Back Gallery 6
Crash Bandicoot 2: Cortex Strikes Back Gallery 7
Crash Bandicoot 2: Cortex Strikes Back Gallery 8

ภาพรวม

Crash Bandicoot 2: Cortex Strikes Back เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 1997 ในฐานะภาคต่อของเกมแนว Platformer ระดับตำนานบน PlayStation จากค่าย Naughty Dog ซึ่งถือเป็นการยกระดับขึ้นไปอีกขั้นในทุกๆ ด้าน ตัวเกมยังคง Core Loop (ระบบเกมหลัก) ที่คุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง หมุนตัว กระโดด และทำลายลังไม้ผ่านด่านที่เป็นเส้นตรงเพื่อตามหา Crystal ในตอนจบของแต่ละเลเวล สิ่งที่เปลี่ยนไปคือสเกลของเกมและความคมชัดในการนำเสนอที่ทำออกมาได้เป๊ะกว่าเดิม

เนื้อเรื่องมีการหักมุมที่น่าสนใจ เมื่อ Dr. Neo Cortex ที่เพิ่งพ่ายแพ้และติดอยู่ใต้ดิน ดันไปเจอแหล่ง Crystal เรืองแสงเข้า เขาจึงปักใจเชื่อว่ามันมีพลังงานมากพอที่จะใช้ขับเคลื่อน Cortex Vortex สถานีอวกาศที่เขาสร้างขึ้นเพื่อล้างสมองคนทั้งโลก เมื่อไม่มีลูกสมุนเหลืออยู่ เขาจึงหลอกใช้ Crash ให้ไปรวบรวม Crystal ทั้งหมด 25 ชิ้นจาก Warp Room ทั้ง 5 ห้อง ซึ่งแต่ละห้องจะทำหน้าที่เป็น Hub เชื่อมต่อไปยังด่านต่างๆ อีก 5 ด่าน โดยมี Coco น้องสาวของ Crash และตัวร้ายอย่าง Dr. N. Gin มาช่วยเพิ่มสีสันให้กับเนื้อเรื่อง แม้ว่าจุดขายหลักจะอยู่ที่ตัวเกมเพลย์ก็ตาม

ระบบ Warp Room ช่วยให้เกมมี Progression (ความคืบหน้า) ที่ชัดเจนและเป็นระเบียบ แต่ละ Hub จะมี 5 ด่านให้เคลียร์ ซึ่งการจะผ่านด่านได้นั้นต้องเก็บ Crystal ให้ครบแล้วไปให้ถึงจุดหมาย ฟังดูเหมือนง่าย แต่ตอนเล่นจริงบอกเลยว่าท้าทายสุดๆ

เกมเพลย์และกลไกของเกม

Moveset (ท่าทาง) ของ Crash ถูกขยายให้หลากหลายขึ้นจากภาคแรกอย่างเห็นได้ชัด ทั้งท่า Body Slam (ทิ้งตัวกระแทก) และ Slide Attack (สไลด์โจมตี) ที่ช่วยให้จัดการศัตรูและทำลายลังไม้ได้มันส์ขึ้น รวมถึงท่า Crawl (คลาน) ที่ช่วยให้ Crash มุดผ่านช่องแคบๆ ที่เคยผ่านไม่ได้มาก่อน ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้ถูกใส่เข้ามาอย่างตั้งใจ ไม่ใช่แค่ยัดๆ มาให้ดูเยอะ

กลไกสำคัญใน Cortex Strikes Back:

  • การเก็บ Crystal เป็นภารกิจหลัก
  • การทำลายลังไม้เพื่อหาไอเทมโบนัสและ Hidden Gems (อัญมณีลับ)
  • ท่า Body Slam และ Slide Attack สำหรับการต่อสู้และการสำรวจ
  • Warp Room ที่เป็น Hub เชื่อมต่อ 5 โลกที่มีธีมต่างกัน
  • เส้นทางลับที่ซ่อน Gem ไว้เป็นรางวัลสำหรับผู้ที่สำรวจอย่างละเอียด

ความหลากหลายของด่านทำให้เกมไม่น่าเบื่อ Crash จะได้ขี่หมีขั้วโลก ใช้ Jet Pack ว่ายน้ำในด่านใต้น้ำ และหลบหลีกอุปสรรคในฉากไล่ล่าความเร็วสูง ด่านทั้ง 25 ด่านนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลาโดยไม่ทำให้รู้สึกจำเจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมากสำหรับเกมในยุคนั้น

โลกและบรรยากาศภายในเกม

Warp Room ทั้ง 5 ห้องมีธีมภาพที่โดดเด่นไม่ซ้ำกัน ตั้งแต่ป่าทึบ ทุ่งหิมะ ถ้ำใต้น้ำ โรงงานอุตสาหกรรม ไปจนถึงสภาพแวดล้อมในอวกาศ Naughty Dog รีดประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์ของ PlayStation ออกมาได้สุดยอดมาก ทำให้ฉากต่างๆ ยังคงดูมีชีวิตชีวาและมีเอกลักษณ์แม้จะผ่านไปหลายปีแล้วก็ตาม

การเล่าเรื่องผ่านมุมมองของ Cortex ช่วยให้ด่านต่างๆ มีบริบทโดยไม่ขัดจังหวะการเล่น ความตึงเครียดระหว่างการถูก Cortex ปั่นหัว กับคำใบ้จาก N. Brio (อดีตผู้ช่วยของ Cortex) ที่บอกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล ช่วยเพิ่มความน่าติดตามจนไปถึงบทสรุปของเกม ซึ่งมีฉากจบ 2 แบบขึ้นอยู่กับว่าคุณเก็บแค่ Crystal หรือตามหา Hidden Gems จนครบด้วย

อิทธิพลและตำนานของเกม

Cortex Strikes Back ได้รับการยกย่องว่าเป็นจุดสูงสุดของไตรภาค Crash Bandicoot ต้นฉบับ ความสมดุลระหว่างความง่ายในการเข้าถึงและความลึกของเกมทำให้มันประสบความสำเร็จทั้งในแง่ยอดขายและคำวิจารณ์บน PlayStation และยังคงเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงมากที่สุดในเรื่องการออกแบบ 3D Platformer ที่เป๊ะปังในช่วงปลายยุค 90s จนกระทั่งการมาถึงของ N. Sane Trilogy ในปี 2017 ที่นำเกมนี้กลับมาให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสบนแพลตฟอร์มสมัยใหม่ ทั้ง PlayStation, Windows และ Android

สำหรับใครที่กำลังศึกษาประวัติศาสตร์ของเกมแนว 3D Platformer เจ้า Cortex Strikes Back คือจุดเชื่อมต่อสำคัญจากยุคทดลองลองผิดลองถูกในยุคแรก ไปสู่กลไกที่ขัดเกลาจนสมบูรณ์แบบซึ่งนิยามความเป็นยุค PS1 ได้อย่างชัดเจน ทั้งระบบการล่า Crystal, Moveset ที่ขยายขึ้น และการออกแบบฉากจบสองแบบ ทั้งหมดนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าทีมพัฒนาเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าพวกเขากำลังสร้างอะไรขึ้นมา