ภาพรวม
Crash Team Racing Nitro-Fueled คือการนำเกมแข่งรถโกคาร์ทระดับตำนานจากปี 1999 บนเครื่อง PlayStation กลับมาทำใหม่แบบยกเครื่อง (Remaster) โดยทีมพัฒนา Naughty Dog ในอดีต ถูกนำมาสร้างใหม่หมดจดโดย Beenox และจัดจำหน่ายโดย Activision ตัวเกมวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2019 บนแพลตฟอร์ม PlayStation, Xbox และ Nintendo Switch โดยเป็นการนำตัวเกมต้นฉบับทั้งหมดกลับมาพร้อมงานภาพที่คมชัดขึ้น ระบบเสียงที่ทำใหม่ และคอนเทนต์เสริมชุดใหญ่ที่อัดแน่นอยู่บนพื้นฐานความสนุกแบบดั้งเดิมของ CTR
เวอร์ชัน Remaster นี้ยังคงรักษาจิตวิญญาณทุกอย่างที่ทำให้เกมต้นฉบับเป็นที่จดจำเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นสนามแข่งสุดคลาสสิกทั้ง 18 สนาม, โหมด Adventure เต็มรูปแบบ และระบบ Drift-Boost ที่ให้รางวัลแก่ผู้เล่นฝีมือดีด้วยการทำคอมโบ Boost ต่อเนื่องเพื่อรักษาความเร็วสูงสุดไว้ได้ตลอดทั้งรอบ Beenox ไม่ได้ลดทอนความยากของเกมเพื่อให้เข้าถึงง่ายขึ้น แต่ยังคงกลไกการเล่นที่ท้าทายเอาไว้ ซึ่งการฝึกฝนระบบ Boost ให้เชี่ยวชาญนี่แหละคือจุดตัดสินระหว่างผู้เล่นทั่วไปกับสาย Competitive ตัวจริง

ในช่วงเปิดตัว เกมนี้คว้ารางวัล Best Sports/Racing Game จากเวที The Game Awards 2019 และยังได้รับรางวัลเกมแข่งรถยอดเยี่ยมจากหลายสำนัก ซึ่งการยอมรับเหล่านี้ไม่ได้มาจากแค่ความโหยหาอดีตเท่านั้น แต่ตัวเกมเวอร์ชัน Remaster นี้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นเกมแข่งรถโกคาร์ทที่มีความเข้มข้นและแข่งขันได้จริงในยุคปัจจุบัน
เกมเพลย์และกลไกการเล่น
หัวใจสำคัญของ Crash Team Racing Nitro-Fueled คือระบบ Boost ที่แตกต่างจากเกมแข่งรถโกคาร์ทส่วนใหญ่ การกด Drift ค้างไว้ให้นานพอจะช่วยสะสมพลัง Boost และการกดปล่อยในจังหวะที่ใช่จะทำให้เกิดการทำคอมโบต่อเนื่องเพื่อเร่งความเร็วได้ยาวๆ ระบบนี้มีเพดานฝีมือ (Skill ceiling) ที่สูงมาก หมายความว่าผู้เล่นที่ทุ่มเทฝึกฝนจะสามารถทิ้งห่างผู้เล่นทั่วไปได้อย่างชัดเจน

ฟีเจอร์เด่นของเกมเพลย์ประกอบด้วย:
- โหมด Adventure ที่มาพร้อมการแข่งกับบอสและ Time Trials
- ระบบ Local split-screen รองรับผู้เล่นสูงสุด 4 คน
- ระบบ Online racing พร้อมระบบ Matchmaking เต็มรูปแบบ
- ระบบปรับแต่งตัวละครด้วยสกินรถ (Kart skins) และสติกเกอร์ (Decals)
- คอนเทนต์ตามฤดูกาลแบบ Grand Prix ที่มาพร้อมสนามแข่งและตัวละครใหม่ๆ
โหมด Adventure จะพาผู้เล่นไปตะลุยผ่านถ้วยรางวัลต่างๆ การดวลกับบอส และการแข่งท้าทายทั่วโลกของ Crash การเอาชนะบอสจะปลดล็อกให้เรานำตัวละครเหล่านั้นมาเล่นได้ และการทำภารกิจ Time Trials ก็จะช่วยปลดล็อกรางวัลพิเศษต่างๆ นี่คือแคมเปญ Single-player แบบจัดเต็ม ไม่ใช่แค่โหมดสอนเล่นที่ถูกตัดทอนมาแต่อย่างใด

Grand Prix เพิ่มอะไรเข้ามาบ้าง?
หลังวางจำหน่าย Beenox ได้จัดอีเวนต์ Grand Prix ฟรีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเพิ่มทั้งตัวละคร สนามแข่ง และไอเทมตกแต่งเข้ามามากมาย ไม่ว่าจะเป็น Emperor Velo หรือสนามแข่งธีม Gasmoxia อย่าง Drive-Thru Danger ซึ่งเป็นการขยายรายชื่อตัวละครและสนามแข่งให้มากกว่าเกมต้นฉบับ นอกจากนี้ยังมีการดึงคอนเทนต์จาก Crash Nitro Kart มารวมไว้ด้วย ทำให้กลายเป็นแพ็กเกจที่รวมตัวละครจากทั้งสองภาคมาไว้ในที่เดียว
โครงสร้างของ Grand Prix ทำให้เกมนี้มีลักษณะเป็น Live-service โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อคอนเทนต์หลักเพิ่ม ภารกิจต่างๆ และรางวัลที่มีจำกัดเวลาช่วยให้ฐานผู้เล่นยังคงสนุกและมีส่วนร่วมกับเกมได้ตลอดหลังการอัปเดตแต่ละครั้ง
งานภาพและเสียง
การยกเครื่องงานภาพคือสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดเมื่อเทียบกับต้นฉบับ Beenox สร้างสภาพแวดล้อมและโมเดลตัวละครใหม่ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน แต่ยังคงทิศทางศิลป์ (Art direction) ให้ซื่อตรงกับต้นฉบับ สนามแข่งอย่าง Cortex Castle และ Papu's Pyramid ดูเหมือนกับที่ผู้เล่นเคยจำได้เป๊ะๆ เพียงแต่คมชัดและมีรายละเอียดที่มากขึ้น
ในส่วนของระบบเสียงก็ได้รับการปรับปรุงเช่นกัน เพลงประกอบต้นฉบับถูกนำมา Remaster ใหม่ทั้งหมด และมีการบันทึกเสียงพากย์ตัวละครใหม่เพื่อให้เข้ากับคุณภาพงานภาพที่ยกระดับขึ้น

ระบบมัลติเพลเยอร์และฟีเจอร์สังคม
ในเกมต้นฉบับปี 1999 ไม่มีระบบ Online multiplayer ดังนั้นการเพิ่มเข้ามาในเวอร์ชันนี้จึงถือเป็นหนึ่งในการอัปเกรดที่สำคัญที่สุด ผู้เล่นสามารถแข่งกับคนอื่นผ่านทั้ง 3 แพลตฟอร์มด้วยระบบ Matchmaking ที่สมบูรณ์แบบ และโหมด Local split-screen ก็ยังคงอยู่สำหรับการเล่นกับเพื่อนที่บ้าน การผสมผสานนี้ทำให้ Crash Team Racing Nitro-Fueled กลายเป็นหนึ่งในเกมแข่งรถโกคาร์ทที่ครบเครื่องที่สุด ทั้งในแง่ของการแข่งขันออนไลน์และประสบการณ์การเล่นกับเพื่อนที่เคยเป็นเสน่ห์ดั้งเดิมของเกมนี้









