ภาพรวม
Crysis Warhead คือเกมแนวเดินหน้ายิง (First-Person Shooter) แบบ Standalone ที่พัฒนาโดย Crytek และจัดจำหน่ายโดย Electronic Arts วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2008 โดยเนื้อเรื่องเกิดขึ้นในช่วงวิกฤตการณ์บนเกาะของเกาหลีเหนือเช่นเดียวกับเกม Crysis ภาคแรก ซึ่งจะติดตามภารกิจคู่ขนานของ Sergeant 'Psycho' Sykes ที่ดำเนินไปพร้อมกับเหตุการณ์ในเกมภาคหลัก คุณไม่จำเป็นต้องมีเกม Crysis ก็สามารถเล่นภาคนี้ได้ ซึ่งเป็นการตัดสินใจออกแบบที่ตั้งใจให้ Warhead มีความโดดเด่นในตัวเอง ไม่ใช่แค่เป็นเพียงภาคเสริมธรรมดาๆ
เนื้อเรื่องจะโฟกัสไปที่ Sykes ที่ต้องไล่ล่าขุนพลเกาหลีเหนือผู้ครอบครองเทคโนโลยีเอเลี่ยนสุดล้ำ ในขณะที่ Nomad ตัวเอกของ Crysis ภาคแรกจะเน้นการวางแผนที่แม่นยำและรอบคอบ แต่ Psycho นั้นมีความดุดัน ชอบเผชิญหน้า และพร้อมที่จะพลิกแพลงสถานการณ์อยู่เสมอ ความแตกต่างของบุคลิกตัวละครนี้ส่งผลโดยตรงต่อการออกแบบภารกิจ ทำให้การปะทะดูโกลาหลและเร้าใจกว่าเดิม จังหวะของเกมรวดเร็วฉับไว และแทบจะไม่มีช่วงเวลาให้คุณได้หยุดพักเลย

Crysis Warhead® content image
เกมเพลย์และระบบการเล่น
Nanosuit ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของทุกอย่าง Sykes สามารถเข้าถึงชุดพลังแบบเดียวกัน ทั้งโหมด Strength (พละกำลัง), Speed (ความเร็ว), Armor (เกราะ) และ Cloak (ล่องหน) ที่ช่วยให้ผู้เล่นสลับบทบาทระหว่างนักสู้สายแทงค์สุดแกร่งหรือจะเป็นโกสต์ที่ลอบเร้นผ่านสายตาศัตรูไปได้อย่างแนบเนียน ฟีเจอร์เด่นๆ ได้แก่:

Crysis Warhead® content image
- อาวุธที่ปรับแต่งได้เต็มรูปแบบพร้อมอุปกรณ์เสริม
- ยานพาหนะที่ยึดมาขับได้ ทั้งรถถังและเรือโฮเวอร์คราฟต์
- การสลับโหมด Nanosuit กลางการต่อสู้
- ระบบสนับสนุนจากเพื่อนร่วมทีมในบางภารกิจ
- ฉากการเผชิญหน้ากับเอเลี่ยนที่เข้มข้นยิ่งขึ้น
การปรับแต่งอาวุธมีความยืดหยุ่นสูงมาก คุณสามารถเปลี่ยนสโคป (Scopes), ที่เก็บเสียง (Silencers) และเครื่องยิงลูกระเบิด (Grenade launchers) ได้แบบเรียลไทม์โดยไม่ต้องหยุดจังหวะการต่อสู้ ทำให้การยิงปะทะไม่รู้สึกติดขัด AI ศัตรูในภาคนี้ยังฉลาดและกดดันผู้เล่นหนักกว่าภาคแรก มีการอ้อมหลัง (Flanking) ที่ดุดันและตอบสนองต่อความสามารถของ Nanosuit ได้อย่างชาญฉลาด

Crysis Warhead® content image
โลกและบรรยากาศในเกม
สภาพแวดล้อมบนเกาะกลับมาอีกครั้ง แต่จะพา Sykes ไปยังพื้นที่ใหม่ๆ ที่ไม่เคยปรากฏในเกมภาคแรก CryEngine 2 ของ Crytek สามารถเรนเดอร์ป่าทึบ พื้นที่เอเลี่ยนที่หนาวเหน็บ และชายฝั่งที่กว้างใหญ่ได้อย่างสมจริงราวกับภาพถ่าย ซึ่งถือว่าล้ำสมัยมากสำหรับปี 2008 เกมนี้ได้รับรางวัล 7th Annual VES Award สาขา Outstanding Real-Time Visuals in a Video Game และ IGN ยังยกให้เป็นเกมที่มีกราฟิกยอดเยี่ยมที่สุดในปี 2008 ซึ่งเป็นการการันตีว่างานภาพของเกมนี้ก้าวล้ำหน้าคู่แข่งไปไกลแค่ไหน
สภาพแวดล้อมไม่ใช่แค่ฉากหลังที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังมีระบบที่ทำลายได้ (Destructible cover), ระบบฟิสิกส์ที่ตอบสนองต่อวัตถุ และโลกที่เปลี่ยนแปลงตามการกระทำของผู้เล่น ทำให้วิธีการบุกเข้าฐานแต่ละครั้งส่งผลต่อพื้นที่นั้นๆ อย่างถาวร การระเบิดกำแพงเพื่อเปิดทางจึงเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ได้จริง ไม่ใช่แค่ฉากโชว์พลังที่ถูกเขียนสคริปต์ไว้
Crysis Wars น่าเล่นไหม?
Crysis Warhead มาพร้อมกับ Crysis Wars ซึ่งเป็นโหมดมัลติเพลเยอร์เต็มรูปแบบที่มีแผนที่ให้เล่นถึง 21 แผนที่ โดย 7 แผนที่ในนั้นเป็นของใหม่ โหมดการเล่นมีมากกว่าแค่ Deathmatch ทั่วไป แต่ยังมีโหมดที่เน้นการทำภารกิจเป็นทีม ซึ่งนำความสามารถของ Nanosuit มาใช้ในการแข่งขันได้อย่างลงตัว การมีแผนที่ให้เล่นถึง 21 แห่งตั้งแต่เปิดตัวถือว่าให้คอนเทนต์มัลติเพลเยอร์มาแบบจัดเต็มสำหรับเกมที่อาจจะใส่โหมดออนไลน์มาเป็นของแถมธรรมดาๆ ก็ได้

Crysis Warhead® content image
อิทธิพลและตำนานของเกม
Warhead ได้รับการยกย่องว่าเป็นประสบการณ์ Crysis ที่กระชับและโฟกัสได้ตรงจุดกว่าเดิม แคมเปญเนื้อเรื่องสั้นกว่าภาคแรกแต่ไม่เสียเวลาเปล่า และการเปลี่ยนมาใช้ Psycho เป็นตัวเอกก็ทำให้เนื้อเรื่องมีความดิบเถื่อนที่ผู้เล่นหลายคนรู้สึกอินมากกว่าความนิ่งเฉยของ Nomad รางวัล KGC Awards 2009 ในสาขากราฟิก และรางวัล Best First-Person Shooter จาก IGN ในงาน E3 2008 เป็นเครื่องยืนยันความยอดเยี่ยมก่อนที่เกมจะวางจำหน่ายเสียอีก ในฐานะเกมยิงแบบ Standalone ที่มีระบบ Nanosuit และแคมเปญที่เร้าใจ Crysis Warhead จึงยังคงเป็นหนึ่งในผลงานที่มั่นใจที่สุดของ Crytek ในยุคนั้น








