ภาพรวม
Dante's Inferno วางจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์ 2010 โดย Visceral Games และจัดจำหน่ายโดย Electronic Arts เป็นเกมแนว Hack-and-slash (แอ็กชันฟันแหลก) มุมมองบุคคลที่สามที่หยิบยกเนื้อหามาจากบทกวีมหากาพย์ในศตวรรษที่ 14 ของ Dante Alighieri โดยตรง ตัวเกมเล่าเรื่องราวของ Dante อัศวินครูเสดที่ต้องสูญเสีย Beatrice คนรักไปจากการถูกฆาตกรรมและถูก Lucifer ชิงวิญญาณไปต่อหน้าต่อตา ทำให้เขาต้องออกเดินทางฝ่าขุมนรกทั้งเก้าชั้นเพื่อชิงวิญญาณเธอกลับคืนมา สิ่งที่เริ่มต้นดูเหมือนภารกิจช่วยเหลือธรรมดาๆ กลับค่อยๆ เผยให้เห็นความจริงที่น่าอึดอัดใจยิ่งกว่า นั่นคือการเผชิญหน้ากับอาชญากรรมสงคราม การทรยศ และความผิดพลาดทางศีลธรรมของตัว Dante เอง
ตัวเกมรันที่ 60 เฟรมต่อวินาที และได้รับแรงบันดาลใจอย่างชัดเจนจากซีรีส์ God of War ของ Sony Santa Monica ทั้งในด้านมุมกล้อง จังหวะการต่อสู้ และโครงสร้างเกมโดยรวม ซึ่งการเปรียบเทียบนี้ไม่ใช่การติเตียน แต่เป็นการให้บริบทมากกว่า เพราะ Visceral Games ได้สร้างสิ่งที่แตกต่างออกไปบนพื้นฐานนั้น ด้วยการยึดโยงงานภาพและระบบเกมเพลย์ทุกอย่างเข้ากับวรรณกรรมต้นฉบับ ทำให้เกมมีความสอดคล้องทางธีม (Thematic coherence) ในระดับที่เกมแอ็กชันส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญ

Dante's Inferno content image
เกมเพลย์และระบบการเล่น
ระบบการต่อสู้หลักมอบอาวุธสำคัญสองอย่างให้ Dante ได้แก่ Scythe of Death (เคียวแห่งความตาย) อาวุธวงกว้างที่เหมาะสำหรับการคุมฝูงศัตรู และ Holy Cross (ไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์) ที่ใช้ยิงโปรเจกไทล์โจมตีระยะไกล ทั้งสองอย่างสามารถอัปเกรดได้ผ่านระบบ Progression ที่แบ่งออกเป็นสองสายคือ Unholy และ Holy ซึ่งจะให้รางวัลแก่ผู้เล่นที่เลือกเล่นสไตล์ใดสไตล์หนึ่งอย่างชัดเจน

Dante's Inferno content image
ระบบสำคัญในเกมประกอบด้วย:
- ระบบ Punish (ลงทัณฑ์) หรือ Absolve (อภัยบาป) ศัตรูที่พ่ายแพ้เพื่อรับรางวัลที่แตกต่างกัน
- สายอัปเกรด Scythe และ Holy Cross
- เวทมนตร์ที่ปลดล็อกผ่านการเล่น
- Relics (ของวิเศษ) ที่มอบโบนัสติดตัว (Passive bonuses)
- การสู้กับบอสในแต่ละชั้นของนรก
ระบบ Punish หรือ Absolve ถือเป็นจุดที่น่าสนใจเป็นพิเศษ ศัตรูและบอสทุกตัวที่ถูกกำจัดจะเปิดโอกาสให้ Dante เลือกว่าจะทำลายวิญญาณทิ้งหรือมอบความเมตตา ซึ่งแต่ละทางเลือกจะให้ค่าเงินสำหรับอัปเกรดที่ต่างกัน การตัดสินใจนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเป็นแค่ระบบเกมเพลย์ทั่วไป เพราะตัวเกมมักจะสะท้อนให้เห็นว่าทางเลือกเหล่านั้นคือกระจกสะท้อนสภาวะทางศีลธรรมของ Dante เอง
โลกและฉากหลัง
ขุมนรกทั้งเก้าชั้น ได้แก่ Limbo, Lust, Gluttony, Greed, Anger, Heresy, Violence, Fraud และ Treachery ต่างทำหน้าที่เป็นสภาพแวดล้อมที่แยกจากกันโดยสิ้นเชิง พร้อมด้วยเอกลักษณ์ทางภาพและประเภทศัตรูที่โดดเด่น Visceral Games ตั้งใจอย่างมากที่จะทำให้แต่ละชั้นให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างแท้จริง ชั้น Lust จะเต็มไปด้วยเนื้อหนังที่ดูน่าสะอิดสะเอียน สร้างขึ้นจากร่างที่บิดเบี้ยวและเนื้อเยื่อที่เน่าเฟะ ส่วนชั้น Greed จะเต็มไปด้วยทองคำและกลไกจักรกล การเปลี่ยนผ่านระหว่างชั้นสร้างความรู้สึกของการดำดิ่งลงสู่ห้วงลึกได้อย่างสมจริง

Dante's Inferno content image
นอกจากนี้ ตัวเกมยังเติมเต็มขุมนรกด้วยตัวละครในประวัติศาสตร์และตำนานที่ดึงมาจากบทกวีของ Alighieri โดยตรง ไม่ว่าจะเป็น Cleopatra, Virgil, King Minos และ Cerberus ซึ่งปรากฏตัวในรูปแบบที่ยังคงใกล้เคียงกับคำบรรยายในวรรณกรรม แต่ถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับการต่อสู้ในเกม Virgil รับหน้าที่เป็นไกด์นำทางให้ Dante โดยจะปรากฏตัวในจังหวะสำคัญเพื่อมอบบริบทและน้ำหนักให้กับเนื้อเรื่องโดยไม่ทำให้รู้สึกรำคาญ
Dante's Inferno ยังคงเป็นเกมที่มีเนื้อเรื่องดีอยู่ไหม?
เนื้อเรื่องมีความซับซ้อนกว่าที่การตลาดแบบเน้นแอ็กชันในช่วงเปิดตัวสื่อออกมา Lucifer ใช้เวลาตลอดทั้งเกมในการทำลายภาพลักษณ์ของ Dante ด้วยการเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับการกระทำของเขาในช่วงสงครามครูเสด รวมถึงการทรยศต่อ Beatrice ก่อนที่เธอจะเสียชีวิต เมื่อ Dante เดินทางมาถึงชั้นที่เก้า ภารกิจช่วยเหลือก็ได้กลายเป็นเรื่องรองไปเมื่อเทียบกับคำถามที่ว่า เขาคู่ควรที่จะประสบความสำเร็จหรือไม่
ตอนจบของเกมจงใจที่จะไม่สรุปทุกอย่างให้สวยหรู Dante ช่วย Beatrice ได้และเริ่มเดินทางออกจากนรก แต่เกมไม่ได้นำเสนอสิ่งนี้ในฐานะการไถ่บาปที่สมบูรณ์แบบ หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการชดใช้ที่ยาวนานกว่าเดิม สำหรับเกมแอ็กชันปี 2010 ที่เน้นคอมโบเคียวและการสู้กับบอส ความยับยั้งชั่งใจในการเล่าเรื่องเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจจริงๆ

Dante's Inferno content image
ผลกระทบและมรดกของเกม
Dante's Inferno เปิดตัวในช่วงที่แนวเกม Hack-and-slash กำลังเฟื่องฟูและหลีกเลี่ยงการถูกเปรียบเทียบกับ God of War ไม่ได้ ตัวเกมอาจไม่เคยหลุดพ้นจากเงานั้นอย่างสมบูรณ์ แต่ก็ได้สร้างตัวตนที่ชัดเจนผ่านความมุ่งมั่นในการนำเสนอตามต้นฉบับ และความกล้าที่จะทำให้ตัวเอกมีความผิดจริงแทนที่จะเป็นเพียงฮีโร่ผู้แสนดี โครงสร้างนรกเก้าชั้น ระบบอัปเกรดทางศีลธรรม และการดัดแปลงวรรณกรรม ยังคงเป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของเกม และยังคงเป็นกรณีศึกษาด้านการออกแบบเกมที่คุ้มค่าแก่การเรียนรู้จนถึงทุกวันนี้







