• หน้าหลัก
  • เกม
  • คู่มือ
  • ข่าวสาร
  • รีวิว
  • ภารกิจ
  • กล่องปริศนา
  • ซื้อเกม
  • รายการ
  • GAMES+
  • ข้อเสนอและส่วนลด
  • ปฏิทินเกม (ปลดล็อกด้วย GAMES+)
Dark Messiah of Might and Magic Banner
  1. เกม
  2. Dark Messiah of Might and Magic
  3. navigation.overview

Dark Messiah of Might and Magic

aboutGame

studio

Arkane Studios

website

www.darkmessiahmightandmagic.com

releaseDate

October 25th 2006

Dark Messiah of Might and Magic Logo
Dark Messiah of Might and Magic
การต่อสู้

สัมผัสเกม Action-RPG มุมมองบุคคลที่หนึ่งในโลกแฟนตาซีสุดดาร์ก ที่คุณสามารถเลือกใช้ทั้งดาบ เวทมนตร์ และการลอบเร้นเพื่อพิชิตศัตรูด้วยระบบฟิสิกส์ที่สมจริง!

developer

Arkane Studios

releaseDate

October 25th 2006

sidebar.platform

บทนำ

หาได้ยากที่เกมจากปี 2006 จะให้ความรู้สึกสมจริงขนาดนี้ Dark Messiah of Might and Magic คือเกม Action-RPG ที่เน้นการต่อสู้ระยะประชิดแบบถึงใจ ให้คุณใช้ทั้งดาบ ลูกเตะ และเวทมนตร์สร้างสรรค์การสังหารในโลกแฟนตาซีสุดดาร์ก พัฒนาโดย Arkane Studios บน Source Engine ที่จะทำให้คุณรู้สึกถึงแรงปะทะทุกครั้งที่เตะศัตรูตกหน้าผา!

Dark Messiah of Might and Magic Gallery 1
Dark Messiah of Might and Magic Gallery 2
Dark Messiah of Might and Magic Gallery 3
Dark Messiah of Might and Magic Gallery 4
Dark Messiah of Might and Magic Gallery 5

ภาพรวม

Dark Messiah of Might and Magic เปิดตัวในเดือนตุลาคม 2006 ในฐานะเกมที่แตกต่างอย่างแท้จริง โดยเป็นเกมแนว Action-RPG มุมมองบุคคลที่หนึ่ง (First-person) ที่พัฒนาโดย Arkane Studios บน Source Engine ของ Valve และมีฉากหลังอยู่ในจักรวาล Might and Magic ในยุคที่เกมแฟนตาซี RPG ส่วนใหญ่ยังคงเน้นการต่อสู้ผ่านเมนูคำสั่งและการทอยเต๋า แต่ Dark Messiah กลับยื่นดาบให้คุณแล้วปล่อยให้ระบบฟิสิกส์จัดการที่เหลือ ศัตรูจะสะดุดถัง กระเด็นตกหน้าผา หรือกระแทกกำแพงในแบบที่ยังคงให้ความรู้สึกสะใจแม้เวลาจะผ่านไปเกือบสองทศวรรษแล้วก็ตาม

ตัวเกมจะพาเราติดตาม Sareth เด็กหนุ่มฝึกหัดที่ถูกส่งไปตามหาวัตถุโบราณทรงพลังที่เรียกว่า Skull of Shadows เนื้อเรื่องจะดำเนินผ่านดันเจี้ยนที่มืดมิด หอคอยที่พังทลาย และป่าต้องสาป โดยสภาพแวดล้อมแต่ละจุดถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงการที่ผู้เล่นต้องการปฏิสัมพันธ์กับทุกสิ่งในเชิงฟิสิกส์ คุณสามารถเตะกล่องใส่ศัตรู หรือใช้หนามบนพื้นเป็นอาวุธหากคุณสามารถล่อศัตรูไปโดนได้ โลกของเกมนี้แทบจะเรียกร้องให้คุณใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการเล่นเลยทีเดียว

Dark Messiah of Might and Magic content image

Dark Messiah of Might and Magic content image

เกมเพลย์และระบบการเล่น: การต่อสู้จริง ๆ เป็นอย่างไร?

ระบบการต่อสู้ของ Dark Messiah คือเหตุผลที่ผู้คนยังคงพูดถึงเกมนี้อยู่ การจำลองฟิสิกส์ของ Source Engine ทำให้ทุกการเหวี่ยงดาบ การผลัก และการร่ายเวทมีน้ำหนักสมจริง การเตะศัตรูตกหน้าผาหรือถีบลงบ่อไฟไม่ใช่สกิลพิเศษอะไร แต่มันคือสิ่งที่คุณทำได้ตลอดเวลา ระบบหลักของเกมประกอบด้วย:

Dark Messiah of Might and Magic content image

Dark Messiah of Might and Magic content image

  • การต่อสู้ระยะประชิด (Melee) มุมมองบุคคลที่หนึ่ง พร้อมระบบป้องกันทิศทางและการโจมตีหนัก (Power attacks)
  • ระบบเตะ (Kick mechanic) ที่มีปฏิสัมพันธ์เต็มรูปแบบกับวัตถุฟิสิกส์และศัตรู
  • การลอบสังหาร (Stealth kills) จากเงามืดด้วยมีดสั้น
  • การร่ายเวทมนตร์ (Spell casting) ทั้งไฟ น้ำแข็ง และเวทมนตร์ลึกลับ
  • การอัปเกรด Skill tree ในสาย Warrior, Rogue และ Mage

ระบบสกิลช่วยให้คุณสามารถปรับแต่งตัวละครข้ามสายอาชีพทั้งสามได้โดยไม่ถูกจำกัดอยู่แค่สายเดียว สาย Warrior จะเน้นไปที่อาวุธหนักและ Stamina สาย Rogue จะเน้นการลอบสังหารและยาพิษเป็นเครื่องมือหลัก ส่วนสาย Mage จะเปลี่ยนการต่อสู้ให้กลายเป็นสนามเด็กเล่นฟิสิกส์ด้วยการแช่แข็งศัตรูและสร้างพื้นที่ไฟ การเล่นส่วนใหญ่จะสนุกขึ้นหากคุณผสมผสานสองในสามสายนี้ ซึ่งทำให้เกมมีความคุ้มค่าในการกลับมาเล่นซ้ำ (Replay value) สำหรับโหมดเนื้อเรื่องแบบเล่นคนเดียว

Dark Messiah of Might and Magic content image

Dark Messiah of Might and Magic content image

โลกและฉากหลัง: จักรวาล Might and Magic ในมุมที่มืดหม่น

แฟรนไชส์ Might and Magic มีประวัติศาสตร์ยาวนานในฐานะเกมแนววางแผนและ RPG แบบ Turn-based แต่ Dark Messiah ได้นำจักรวาลนี้ไปในทิศทางที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง โทนของเกมนี้ใกล้เคียงกับแนว Grimdark Fantasy มากกว่าภาค Heroes ที่มีสีสันและเน้นแผนที่ เหล่าทหารอันเดด ราชินีแมงมุม และจอมเวทที่ถูกครอบงำ ต่างอาศัยอยู่ในเลเวลที่ให้ความรู้สึกว่าเป็นศัตรูกับผู้เล่นอย่างแท้จริง

Arkane Studios ออกแบบสภาพแวดล้อมที่ให้รางวัลแก่การสำรวจโดยไม่ทำให้กลายเป็นพื้นที่เปิดกว้างที่กระจัดกระจาย แต่ละพื้นที่จะมีความเฉพาะตัว มักจะสร้างขึ้นรอบแนวคิดทางสภาพแวดล้อมที่แข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว เช่น ป้อมปราการที่พังทลาย ถ้ำที่เต็มไปด้วยแมงมุม หรือหมู่บ้านที่กำลังลุกไหม้ ความชัดเจนนี้ช่วยให้จังหวะของเกมกระชับและทำให้การออกแบบที่เน้นฟิสิกส์มีพื้นที่ให้แสดงผลได้อย่างเต็มที่

นวัตกรรมและฟีเจอร์ที่ไม่เหมือนใคร

Dark Messiah อยู่ในจุดตัดที่น่าสนใจในประวัติศาสตร์เกม มันมาก่อนผลงานระดับขึ้นหิ้งของ Arkane อย่าง Dishonored และ Prey หลายปี แต่ดีเอ็นเอของเกมนั้นชัดเจนมาก ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่องผ่านสภาพแวดล้อม (Environmental storytelling), การแก้ปัญหาด้วยวิธีของผู้เล่นเอง และการเน้นย้ำอย่างหนักว่าโลกจะตอบสนองต่อการกระทำของคุณอย่างไร มากกว่าแค่การดูค่าสถานะในหน้าต่างตัวละคร

ตัวเกมยังมาพร้อมกับโหมด Multiplayer ที่รองรับการต่อสู้เป็นทีมตามเป้าหมาย (Objective-based) โดยแบ่งเป็น 5 คลาสที่แตกต่างกัน แม้ว่าโหมดนั้นจะไม่เคยสร้างคอมมูนิตี้ที่ยั่งยืนได้ แต่โหมดเนื้อเรื่องแบบเล่นคนเดียวก็ยังคงเป็นเหตุผลที่ทำให้คนต้องกลับมาเล่น การต่อสู้ระยะประชิดมุมมองบุคคลที่หนึ่งที่ขับเคลื่อนด้วยฟิสิกส์ได้สร้างมาตรฐานที่น้อยเกม Action-RPG จะทำตามได้ และสำหรับผู้เล่นที่ต้องการเกมที่มองว่าทุกการเผชิญหน้าคือปริศนาฟิสิกส์ที่ต้องด้นสด Dark Messiah of Might and Magic ยังคงมอบประสบการณ์นั้นให้คุณได้อย่างยอดเยี่ยม

Dark Messiah of Might and Magic content image

Dark Messiah of Might and Magic content image