ภาพรวม
Darksiders 4 คือเกมแนว Action-Adventure มุมมองบุคคลที่สาม พัฒนาโดย Gunfire Games และจัดจำหน่ายโดย THQ Nordic ตัวเกมดำเนินเรื่องในโลก Earth ยุคหลังวันสิ้นโลก (Post-apocalyptic) ที่เต็มไปด้วยตำนานอันเข้มข้น โดยสานต่อเรื่องราวจาก Darksiders ภาคแรก พาผู้เล่นติดตามเหล่า Four Horsemen ในตำนานท่ามกลางโลกที่วันสิ้นโลกได้เกิดขึ้นจริงแล้วและผลกระทบยังคงดำเนินต่อไป เกมนี้ผสมผสานทั้งการต่อสู้ระยะประชิด (Melee combat), การเคลื่อนที่ที่ลื่นไหล (Fluid traversal) และการไขปริศนาตามสภาพแวดล้อมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
ซีรีส์นี้มีจุดยืนที่โดดเด่นในแนว Action-Adventure มาโดยตลอด ด้วยการดึงจุดเด่นของเกมแนว Hack-and-slash, การออกแบบดันเจี้ยนสไตล์ Zelda และการสร้างโลกแฟนตาซีมืดมน (Dark fantasy) เข้าด้วยกัน Darksiders 4 ตอกย้ำเอกลักษณ์นั้นด้วยระบบเลือก Horseman ที่ยืนยันแล้วว่าผู้เล่นสามารถเลือกตัวละครได้ตั้งแต่เริ่มเกม ซึ่งแต่ละตัวจะมีชุดอาวุธและสไตล์การต่อสู้ที่แตกต่างกันออกไป

Darksiders 4 content image
เลือก Horseman ของคุณ: ระบบเลือกตัวละครทำงานอย่างไร?
หนึ่งในคำตอบที่ชัดเจนที่สุดว่าทำไม Darksiders 4 ถึงแตกต่างจากภาคก่อนๆ ก็คือระบบเลือก Horseman ผู้เล่นจะได้เลือกหนึ่งใน Four Horsemen ก่อนเริ่มเกม ซึ่งการตัดสินใจนี้จะส่งผลต่อทุกอย่าง ตั้งแต่ประเภทอาวุธ ตัวเลือกในการเคลื่อนที่ ไปจนถึงแนวทางการต่อสู้ โดยฟีเจอร์ที่ยืนยันแล้วในระบบนี้ประกอบด้วย:

Darksiders 4 content image
- อาวุธเฉพาะตัวของแต่ละ Horseman
- สไตล์การต่อสู้และความสามารถที่แตกต่างกัน
- ตัวเลือกการเคลื่อนที่แบบเหนือธรรมชาติ (Supernatural traversal)
- เอกลักษณ์สไตล์การเล่นเฉพาะตัวละคร
- ความเชื่อมโยงกับเนื้อเรื่อง (Lore) ในจักรวาล Darksiders ที่กว้างขึ้น
การออกแบบนี้ทำให้เกมมีความคุ้มค่าในการเล่นซ้ำ (Replayability) สูงมาก เพราะโลกวันสิ้นโลกใบเดิมจะให้ประสบการณ์ที่ต่างออกไป ขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือก Horseman คนไหนมาลุย
การต่อสู้และการเคลื่อนที่
Gunfire Games อธิบายว่าระบบการต่อสู้มีความรวดเร็วและดุดัน (Visceral) ผสมผสานการโจมตีระยะประชิดเข้ากับการเคลื่อนที่ที่ลื่นไหลและความสามารถเหนือธรรมชาติ ระบบการเคลื่อนที่ถูกออกแบบมาให้เป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้ ไม่ใช่โหมดแยกต่างหาก ซึ่งหมายความว่าการเคลื่อนที่ผ่านสภาพแวดล้อมจะส่งผลโดยตรงต่อจังหวะการต่อสู้ ศัตรูและบอสระดับตำนาน (Mythic bosses) จะกระจายตัวอยู่ทั่วดินแดนแห่งวันสิ้นโลก และการต่อสู้ถูกออกแบบมาให้รู้สึกเหมือนชมภาพยนตร์โดยที่ผู้เล่นยังคงควบคุมได้อย่างเต็มที่

Darksiders 4 content image
กลไกการเคลื่อนที่ยังขยายไปไกลกว่าแค่การต่อสู้ โดยเชื่อมโยงโดยตรงกับชั้นการไขปริศนาซึ่งเป็นจุดเด่นของเกมซีรีส์ Darksiders ความท้าทายในสภาพแวดล้อมกำหนดให้ผู้เล่นต้องอ่านพื้นที่ หาเส้นทางที่ถูกต้อง และใช้ความสามารถเฉพาะตัวของ Horseman เพื่อปลดล็อกพื้นที่ใหม่ๆ ลูปของการต่อสู้ การเคลื่อนที่ และการไขปริศนานี้เองคือหัวใจหลักของเกม
โลกและฉากหลัง
โลก Earth ยุคหลังวันสิ้นโลกใน Darksiders 4 ไม่ใช่แค่พื้นที่รกร้างทั่วไป ซีรีส์นี้สร้างเวอร์ชันวันสิ้นโลกโดยอิงจากตำนาน (Mythology), เรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิล และภาพลักษณ์แฟนตาซีมืดมนมาโดยตลอด และภาคนี้ก็ยังคงสานต่อแนวทางนั้น โลกเต็มไปด้วยความลับ พื้นที่ที่ซ่อนอยู่ และศัตรูที่เชื่อมโยงกับเนื้อเรื่องหลักของเกมเกี่ยวกับเหล่า Horsemen และพลังที่พวกเขาต้องเผชิญ
แต่ละดินแดนถูกออกแบบมาให้มีเอกลักษณ์ทางภาพและศัตรูที่ชัดเจน หลีกหนีจากความจำเจของฉากหลังยุคหลังวันสิ้นโลกแบบเดิมๆ เนื้อเรื่องที่ถูกสร้างสมมาตลอดทุกภาคทำให้โลกของเกมมีความลึกซึ้ง ซึ่งแฟนตัวยงของซีรีส์จะสัมผัสได้ทันที

Darksiders 4 content image
เนื้อหาและการเล่นซ้ำ
ด้วย Horsemen ที่เล่นได้ถึงสี่คน ซึ่งแต่ละคนมีอาวุธ สไตล์การต่อสู้ และความสามารถในการเคลื่อนที่เฉพาะตัว Darksiders 4 จึงถูกสร้างมาเพื่อให้ผู้เล่นกลับมาเล่นซ้ำได้หลายรอบ ความลับที่ซ่อนอยู่ทั่วดินแดนวันสิ้นโลก การเผชิญหน้ากับบอสระดับตำนาน และเนื้อเรื่องที่เชื่อมโยงกับภาคแรกโดยตรง ทำให้ผู้เล่นมีเหตุผลที่จะอยู่กับเกมได้นานกว่าการเล่นแค่รอบเดียว การออกแบบการไขปริศนาจะให้รางวัลแก่ผู้เล่นที่สำรวจอย่างละเอียด และระบบ Horseman หมายความว่าการกลับมายังโลกใบเดิมด้วยตัวละครใหม่จะเปลี่ยนวิธีรับมือกับการต่อสู้และการเดินทางไปอย่างสิ้นเชิง








