ภาพรวม
Darksiders เปิดตัวครั้งแรกในเดือนกันยายน 2010 และสร้างพื้นที่ของตัวเองในแนวเกมแอ็กชันผจญภัยได้อย่างโดดเด่นด้วยความกล้าที่จะนำเรื่องราววันสิ้นโลกตามคัมภีร์ไบเบิลมาเปลี่ยนเป็นเกมแนว Hack-and-Slash RPG มุมมองบุคคลที่สาม ที่แฝงไปด้วยการออกแบบดันเจี้ยนสไตล์ Zelda ท่ามกลางการไล่ล่าปีศาจ ตัวเกมพัฒนาโดย Vigil Games และปัจจุบันจัดจำหน่ายโดย THQ Nordic โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็น War หนึ่งในสี่จตุรอาชาแห่งวันสิ้นโลก (Horseman of the Apocalypse) ผู้ถูกกล่าวหาว่าจุดชนวนสงคราม Armageddon ก่อนที่ผนึกทั้งเจ็ดจะถูกทำลาย เมื่อถูกพรากพลังไปและได้รับโอกาสเพียงครั้งเดียวในการพิสูจน์ความจริง War จึงต้องกลับมายังโลกที่ล่มสลายซึ่งตกอยู่ท่ามกลางสมรภูมิระหว่างสวรรค์และนรก
แม้เนื้อเรื่องจะดูดาร์กและจริงจังตามสไตล์ Grimdark แต่ตัวเกมกลับมีความลึกซึ้งอย่างน่าประหลาดใจ War ไม่ใช่แค่ตัวละครสำหรับกดคอมโบมั่วๆ เท่านั้น แต่เขามีพัฒนาการของตัวละครที่ชัดเจน มีความกวนประสาทเล็กน้อย และมีตำนานเบื้องหลังที่ทำให้เนื้อเรื่องดูมีน้ำหนัก ไม่ใช่แค่ฉากหลังสำหรับการต่อสู้เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น The Charred Council, ปีศาจ Destroyer หรือทูตสวรรค์ Uriel ที่คอยไล่ล่า War ไปทั่วดินแดนรกร้าง ตัวละครเหล่านี้ล้วนมีบทบาทสำคัญ ไม่ใช่แค่ตัวประกอบฉาก

Darksiders™ content image
เกมเพลย์และระบบต่างๆ
หัวใจหลักของ Darksiders คือการผสมผสานระหว่างการต่อสู้แบบ Hack-and-Slash และการดำเนินเกมที่เน้นการสำรวจ ระบบการต่อสู้มีความคล้ายคลึงกับ God of War อย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่โครงสร้างดันเจี้ยนและระบบปลดล็อกเส้นทางด้วยไอเทม (Item-gating) นั้นถอดแบบมาจาก The Legend of Zelda ซึ่งการผสมผสานนี้อาจฟังดูแปลกในตอนแรก แต่กลับทำออกมาได้อย่างลงตัวและมั่นใจ

Darksiders™ content image
ระบบหลักที่น่าสนใจประกอบด้วย:
- Chaos Form โหมดแปลงร่างเพิ่มพลังของ War
- อาวุธรอง เช่น Crossblade และปืนพก Mercy
- ปริศนาในดันเจี้ยนที่ต้องใช้ไอเทมเฉพาะทางในการแก้
- สายอัปเกรดอาวุธโดยใช้ Souls ที่เก็บได้จากศัตรู
- Ruin ม้าเพลิงคู่ใจของ War ที่ใช้สำหรับการต่อสู้บนหลังม้าในพื้นที่กว้าง
ความหลากหลายของอาวุธช่วยให้การต่อสู้ไม่น่าเบื่อ War เริ่มต้นด้วยดาบยักษ์ Chaoseater แต่ในภายหลังเขาสามารถใช้อาวุธอย่างดาบของทูตสวรรค์ เคียวขนาดยักษ์ หรือแม้แต่ใช้ Ruin พุ่งชนฝูงศัตรู ระบบอัปเกรดที่ผูกกับเศรษฐกิจของ Souls ทำให้ทุกการต่อสู้มีความคืบหน้าและคุ้มค่าแม้ในช่วงต้นเกม

Darksiders™ content image
โลกและบรรยากาศ
โลกหลังวันสิ้นโลกใน Darksiders ไม่ใช่แค่ดินแดนรกร้างสีเทาที่เต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพัง งานศิลป์ของเกมได้รับอิทธิพลมาจากสไตล์คอมิกของ Joe Madureira ทำให้โลกในเกมมีสไตล์ภาพที่โดดเด่นและชัดเจน สถาปัตยกรรมปีศาจที่แทรกตัวผ่านตึกระฟ้าที่พังทลาย และซากปรักหักพังของสวรรค์ที่เรืองแสงตัดกับท้องฟ้าที่เป็นพิษ สเกลของเกมให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่โดยไม่ต้องพึ่งพาความสมจริงแบบภาพถ่าย

Darksiders™ content image
แต่ละโซนหลักเปรียบเสมือนดันเจี้ยนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมบอสที่ออกแบบมาให้สอดคล้องกับความสามารถใหม่ที่ War ได้รับ จังหวะการเล่นเป็นลูปที่ชัดเจน: สำรวจ, รับไอเทม, ย้อนกลับไป, และดำเนินเนื้อเรื่องต่อ ผู้เล่นที่ชอบการย้อนกลับไปสำรวจพื้นที่ที่เคยล็อกไว้จะพบกับคอนเทนต์เสริมมากมายที่ซ่อนอยู่หลังความสามารถใหม่ๆ
ผลกระทบและตำนาน
Darksiders เปิดตัวในช่วงที่แนวเกมแอ็กชันผจญภัยถูกครอบงำโดยเกมจากฝั่ง Sony แต่ตัวเกมก็สามารถยืนหยัดได้ด้วยความกล้าที่จะนำอิทธิพลจากเกมอื่นมาปรับใช้ได้อย่างเปิดเผย พร้อมมอบประสบการณ์ที่สมบูรณ์และขัดเกลามาเป็นอย่างดี เกมนี้มีภาคต่อถึงสามภาคและเวอร์ชันรีมาสเตอร์ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จของสูตรสำเร็จดั้งเดิม โดย Warmastered Edition ที่วางจำหน่ายในปี 2016 ได้นำภาพที่อัปเกรดมาสู่แพลตฟอร์มยุคใหม่โดยไม่ทำลายหัวใจหลักของการออกแบบเดิม
สำหรับผู้เล่นที่มองหาเกมแนว Hack-and-Slash RPG ที่มีความลึกในการตะลุยดันเจี้ยน เนื้อเรื่องที่เข้มข้นด้วยตำนาน และระบบการต่อสู้ที่ให้รางวัลทั้งความดุดันและการจับจังหวะ Darksiders ยังคงเป็นหนึ่งในเกมที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคของมัน







