Overview
Deus Ex: Human Revolution พัฒนาโดย Eidos Montréal เป็นภาคปฐมบทของ Deus Ex ภาคต้นฉบับ โดยมีฉากหลังอยู่ในปี 2027 โลกอนาคตอันใกล้ที่เทคโนโลยีการดัดแปลงร่างกายมนุษย์ (Augmentation) ได้แบ่งแยกสังคมออกเป็นฝักฝ่ายที่มีมุมมองขัดแย้งกันอย่างรุนแรง คุณจะได้รับบทเป็น Adam Jensen หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยของ Sarif Industries หนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพชั้นนำที่กำลังทลายขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์ เมื่อทีมปฏิบัติการลับบุกเข้ามาทำลายฐานและทิ้งให้ Jensen ปางตาย เขาฟื้นขึ้นมาพร้อมกับร่างกายที่ถูกสร้างใหม่และติดตั้ง Augmentation โดยไม่เต็มใจ พร้อมถูกดึงเข้าสู่แผนสมคบคิดที่ลึกซึ้งเกินกว่าแค่เรื่องจารกรรมข้อมูลระหว่างบริษัท
ตัวเกมเป็นการผสมผสานระหว่าง First-person shooter, Stealth และ RPG ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นเลือกวิธีรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้หลากหลายรูปแบบ คุณจะลุยแหลกแบบ Combat ก็ได้ หรือจะเล่นแบบ Ghost run ที่ศัตรูไม่รู้ตัวเลยว่าคุณผ่านไปแล้วก็ทำได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการแฮ็กเทอร์มินัล, การหลบเลี่ยงระบบรักษาความปลอดภัย, การใช้สกิลเจรจาเพื่อเลี่ยงการปะทะ หรือการลอบจัดการศัตรูจากเงามืด ทุกทางเลือกล้วนเป็นไปได้จริง ความยืดหยุ่นในการเล่นนี่แหละคือหัวใจสำคัญที่ทำให้ Human Revolution เป็นเกมที่ยอดเยี่ยม

Gameplay and mechanics
ระบบ Progression ของ Human Revolution จะเน้นไปที่ Praxis Points ซึ่งเป็นค่าเงินในเกมที่ใช้สำหรับปลดล็อกและอัปเกรด Augmentation ต่างๆ ตั้งแต่เครื่องมือสารพัดประโยชน์อย่างซอฟต์แวร์แฮ็กและระบบพรางตัว (Stealth cloaking) ไปจนถึงการอัปเกรดสายบู๊อย่างระบบระเบิด Typhoon และการเสริมเกราะ (Armor plating) การตัดสินใจของคุณจะกำหนดว่า Jensen จะกลายเป็น Operative ในรูปแบบไหน

หมวดหมู่ Augmentation ที่สำคัญประกอบด้วย:
- Stealth and movement: ระบบพรางตัว, การเคลื่อนที่เงียบ และการต่อยกำแพง
- Combat: การอัปเกรดเกราะ, เป้าเล็ง (Targeting reticles) และระบบ Typhoon
- Social: โมดูล CASIE สำหรับอ่านใจและโน้มน้าว NPC
- Hacking: การอัปเกรดซอฟต์แวร์ Capture, Nuke และ Fortify
- Exploration: ระบบลงพื้น Icarus, การเพิ่มพลังกระโดด และการปีนกำแพง
มินิเกมการแฮ็กถือเป็นจุดเด่นที่ต้องพูดถึง มันเป็นระบบการยึด Node แบบ Real-time ที่ต้องแข่งกับเวลาในการตรวจจับ ซึ่งคุณจะได้เจออยู่ตลอดเวลาตั้งแต่แผงประตูไปจนถึงเทอร์มินัลรักษาความปลอดภัย มันเป็นระบบที่ไม่น่าเบื่อเลยเพราะความตื่นเต้นมันอยู่ตรงที่สถานการณ์ที่บีบคั้นตลอดเวลานั่นเอง
World and setting
เกมจะพา Jensen ไปยัง 4 เมืองหลัก ได้แก่ Detroit, Hengsha (มหานครสองชั้นที่สร้างซ้อนกันทั้งบนดินและใต้ดิน), Montreal และ Singapore แต่ละเมืองมีเอกลักษณ์ทางภาพและบรรยากาศทางสังคมที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะ Hengsha ที่โดดเด่นมากในฐานะหนึ่งในสภาพแวดล้อมสไตล์ Cyberpunk ที่น่าจดจำที่สุดในแนวนี้ เป็นเมืองที่คนจนอาศัยอยู่ใต้เพดานของเหล่าคนรวยอย่างแท้จริง

เนื้อเรื่องเน้นหนักไปที่ปรัชญา Transhumanism โดยตั้งคำถามว่าการดัดแปลงร่างกายคือความก้าวหน้าของมนุษย์ หรือเป็นเพียงเครื่องมือในการควบคุมกันแน่ คำถามเหล่านี้ถูกถ่ายทอดผ่านเควสรองและการสนทนากับ NPC ไม่ใช่แค่ใน Cutscene ทำให้โลกของเกมดูมีมิติและมีประเด็นให้ขบคิดมากกว่าแค่เนื้อเรื่องหลัก
Does Deus Ex: Human Revolution hold up?
แม้จะวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2011 แต่ Human Revolution ยังคงเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีที่สุดของการให้อิสระผู้เล่นในเกม RPG แบบเส้นตรง แม้ว่าการสู้กับ Boss จะเคยถูกวิจารณ์ตอนเปิดตัวว่าไม่เข้ากับดีไซน์การเล่นแบบลอบเร้น ซึ่งข้อวิจารณ์นี้ก็ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน แม้เวอร์ชัน Director's Cut จะมีการปรับปรุงการต่อสู้เหล่านี้ให้ดีขึ้นแล้ว แต่ Boss ในเกมภาคหลักก็ยังถือเป็นจุดอ่อนเมื่อเทียบกับความสมบูรณ์แบบในส่วนอื่นๆ
ระบบบทสนทนาที่สร้างขึ้นจากการอ่านบุคลิกของ NPC และการเลือกตอบโต้ให้เหมาะสมนั้น ยังคงทำได้ดีกว่าระบบ Dialogue ในเกมยุคเดียวกันหลายๆ เกม การสนทนาในเกมนี้ให้ความรู้สึกเหมือนการแก้ปริศนาที่มีผลลัพธ์ตามมาจริงๆ ไม่ใช่แค่การเช็กค่า Stat ที่ถูกห่อหุ้มด้วยตัวเลือกคำตอบ

Impact and legacy
Human Revolution ได้ชุบชีวิตแฟรนไชส์ที่หลับใหลมาเกือบทศวรรษ และพิสูจน์ให้เห็นว่าการออกแบบระบบ RPG เชิงลึกสามารถประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ได้ มันมีอิทธิพลต่อเกมแนว Immersive sim ยุคใหม่และวางรากฐานให้กับ Deus Ex: Mankind Divided ในปี 2016 เกมนี้มีให้เล่นบน PC ผ่าน Steam, PlayStation, Xbox, macOS, iOS และ Android ทำให้เป็นหนึ่งในเกมแนว Cyberpunk RPG ที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด สำหรับผู้เล่นที่มองหาเกมที่ทุกการตัดสินใจในการลอบเร้น การต่อสู้ และบทสนทนามีความหมาย Human Revolution คือเกมที่ตอบโจทย์นั้นได้อย่างยอดเยี่ยม






