ภาพรวม
Deus Ex: Mankind Divided จะพาคุณไปพบกับเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องจาก Aug Incident ในปี 2027 ทันที เมื่อมนุษย์ดัดแปลง (Augmented humans) ทั่วโลกถูกแฮ็กระบบจากระยะไกลจนคลุ้มคลั่งและหันไปทำร้ายผู้คนรอบข้าง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตนับล้านคน และผู้ที่รอดชีวิตกลับต้องกลายเป็นแพะรับบาป มาถึงปี 2029 มนุษย์ที่ดัดแปลงร่างกายด้วยเครื่องจักรต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้การแบ่งแยกอย่างเข้มงวด กลายเป็นพลเมืองชั้นสองในโลกที่หวาดกลัวและรังเกียจพวกเขา Adam Jensen ซึ่งตอนนี้ทำงานเป็นสายลับให้กับหน่วย Task Force 29 ของ Interpol ต้องตกอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของกลุ่มอิทธิพลต่างๆ ที่มีวิสัยทัศน์ต่ออนาคตของมนุษยชาติแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
Eidos Montreal ได้สร้าง Mankind Divided ขึ้นบนรากฐานที่วางไว้จากภาค Human Revolution แต่มีการขัดเกลาทุกระบบให้แน่นปึ้กยิ่งกว่าเดิม โดยมีเมือง Prague เป็นศูนย์กลางของเกม ซึ่งเป็นเมืองที่มีความซับซ้อนและมีหลายชั้น ทั้งเควสต์รอง พื้นที่ลับ และการเล่าเรื่องผ่านสภาพแวดล้อมที่ให้รางวัลกับผู้เล่นที่ค่อยๆ สำรวจ การออกแบบฉากถือว่าอยู่ในระดับท็อปของแนวนี้เลยทีเดียว เพราะมีการวางเส้นทางทั้งแนวตั้ง ช่องระบายอากาศ โอกาสในการใช้ Social Engineering (การโน้มน้าวใจ) และการเผชิญหน้าแบบตรงๆ ไว้ในพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกเปิดกว้างจริงๆ ไม่ใช่แค่การเดินตามสคริปต์

เกมเพลย์และระบบต่างๆ: Mankind Divided เล่นยังไง?
Mankind Divided เป็นเกมแนว Action-RPG มุมมองบุคคลที่หนึ่งที่เน้นให้ผู้เล่นเลือกตัดสินใจเองได้อิสระ (Player agency) ลูปหลักของเกมคือการตะลุยไปในพื้นที่ภารกิจ โดยต้องตัดสินใจในทุกจังหวะว่าจะ Ghost (ลอบเร้น) ผ่านศัตรูไปเงียบๆ, แฮ็กระบบ, ใช้สกิลเจรจาผ่านด่าน หรือจะเปิดฉากบู๊แหลก ซึ่งไม่มีวิธีไหนที่ถูกล็อกไว้ และเกมจะบันทึกวิธีการเล่นของคุณโดยไม่มีการตัดสินว่าวิธีไหนดีกว่ากัน

ระบบหลักที่สำคัญประกอบด้วย:
- การอัปเกรด Augmentation ด้วยแต้ม Praxis ทั้งสาย Stealth, Combat, Hacking และ Social Skills
- การแฮ็กสภาพแวดล้อมเพื่อเปิดเส้นทางใหม่และค้นหาข้อมูลลับ
- ระบบ Takedown ที่เลือกได้ว่าจะจัดการแบบ Lethal (สังหาร) หรือ Non-lethal (ทำให้สลบ)
- การจัดการ Inventory ที่ส่งผลต่ออุปกรณ์ที่คุณพกติดตัวไปทำภารกิจ
- บทสนทนาแบบแตกแขนงที่สามารถคลี่คลายหรือทำให้ความขัดแย้งรุนแรงขึ้นได้
ชุด Augmentation ของ Jensen ได้รับการขยายขีดความสามารถขึ้นจากภาค Human Revolution อย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็น Titan Shield, Icarus Dash และ PEPS Energy Wave ซึ่งเป็นเครื่องมือใหม่ๆ ที่เปิดโอกาสให้คุณใช้วิธีการเล่นแบบใหม่ที่ไม่เคยทำได้ในภาคก่อน การบริหารหลอด Energy และแต้ม Praxis จะสร้างความท้าทายในการตัดสินใจที่ทำให้การเล่นแต่ละรอบมีฟีลลิ่งที่ต่างกันออกไป

โลกและบรรยากาศในเกม
Prague คือความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดในเกมนี้ ตัวเมืองให้ความรู้สึกว่ามีชีวิตและเต็มไปด้วยประเด็นทางการเมือง ทั้งจุดตรวจของพวก Aug, กราฟฟิตี้ประท้วง และบทสนทนาของ NPC ที่สะท้อนถึงความแตกแยกในสังคมซึ่งเป็นหัวใจหลักของเนื้อเรื่อง Mankind Divided นำเสนอประเด็นที่คล้ายคลึงกับการเลือกปฏิบัติและความขัดแย้งเรื่องสิทธิพลเมืองในโลกจริง ซึ่งการเซ็ตติ้งแบบนี้ทำให้เนื้อหาเข้าถึงอารมณ์ผู้เล่นได้หนักหน่วงกว่าคัตซีนไหนๆ

นอกจาก Prague แล้ว ภารกิจต่างๆ ยังพา Jensen ไปยังสถานที่อย่าง Golem City ซึ่งเป็นสลัมขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นภายในโครงสร้างอาคารที่พังทลาย ซึ่งเป็นที่ที่ผู้ลี้ภัยที่ดัดแปลงร่างกายถูกกักตัวไว้ ความแตกต่างระหว่างสภาพแวดล้อมเหล่านี้ช่วยเสริมการเล่าเรื่องได้เป็นอย่างดีโดยไม่ต้องอธิบายอะไรให้ยืดยาว
ทางเลือกที่มีความหมายและการเล่นซ้ำ
Mankind Divided ถูกออกแบบมาให้เล่นซ้ำได้หลายรอบ ภารกิจจะแตกแขนงออกไปตามวิธีการที่คุณเลือกเล่น ใครที่คุณช่วยเหลือ และข้อมูลที่คุณค้นพบ โดยเฉพาะเควสต์รองที่มีน้ำหนักในเนื้อเรื่องอย่างน่าประหลาดใจ บางครั้งยังส่งผลย้อนกลับไปยังเนื้อเรื่องหลักในแบบที่รู้สึกว่าสมเหตุสมผล ไม่ใช่แค่ระบบเกมทั่วไป
ภารกิจโบนัส "Desperate Measures" เพิ่มปฏิบัติการพิเศษที่เชื่อมโยงกับไทม์ไลน์หลักได้อย่างลงตัว และ Covert Agent Pack ยังมอบชุดอุปกรณ์เริ่มต้นที่เหมาะกับสไตล์การเล่นที่ต่างกันตั้งแต่ช่วงต้นเกม นอกจากนี้ยังมี DLC เนื้อเรื่องแบบเสียเงินอีก 2 ตัว คือ System Rift และ A Criminal Past ที่จะขยายเรื่องราวของ Jensen ด้วยภารกิจเสริมที่สำรวจมุมต่างๆ ของโลกในเกม
สำหรับผู้เล่นที่ต้องการเก็บรายละเอียดทุกอย่างใน Mankind Divided การเล่นแบบ Completionist อาจใช้เวลาเกิน 30 ชั่วโมง ส่วนการเล่นแบบเน้นเนื้อเรื่องหลักจะอยู่ที่ประมาณ 15 ชั่วโมง เกมนี้ยังคงความสนุกไว้ได้ไม่ว่าจะเล่นด้วยสไตล์ไหน เพราะระบบต่างๆ มีความลึกพอที่จะทำให้การเล่นรอบใหม่รู้สึกแตกต่างอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่เปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น











