สตูดิโอผู้พัฒนาเกมนี้ได้ยุติการพัฒนาและไม่มีการอัปเดตข้อมูลใดๆ เพิ่มเติม ข้อมูลในหน้านี้เป็นข้อมูลล่าสุดตามที่ได้มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ
ภาพรวม
DFUSE คือเกมแนว FPS (First-Person Shooter) แบบ 5v5 ที่จะพาผู้เล่นดำดิ่งสู่ความมันส์ในรูปแบบ Tactical Gameplay ที่รวดเร็วฉับไว โดยผสมผสานการเล่นเป็นทีมแบบที่เห็นได้ในเกมแนว FPS เข้ากับความตื่นเต้นเร้าใจในสไตล์ MOBA ในเกมนี้ ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Neutral Agents ที่ต้องร่วมมือกับทีมเพื่อยึดจุดยุทธศาสตร์ ปลดชนวนระเบิด หรือกำจัดทีมฝั่งตรงข้าม ทุกภารกิจขึ้นอยู่กับการวางแผนที่สอดประสานกัน ซึ่งการตัดสินใจของผู้เล่นแต่ละคนจะส่งผลต่อผลลัพธ์ของแต่ละรอบอย่างแน่นอน
เนื้อเรื่องของเกม
ในโลกของ DFUSE องค์กรทรงอิทธิพลที่ชื่อว่า Prime Coalition เป็นผู้ควบคุมทรัพยากรลับของสังคม โดยมีกลุ่มต่างๆ คอยแย่งชิงอำนาจกันในโลกใต้ดินที่ทรัพยากรมีอยู่อย่างจำกัด Coalition นี้ถูกปกครองโดย 6 ฝ่าย ซึ่งแต่ละฝ่ายก็มีเป้าหมายและความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ด้านการเงิน เทคโนโลยี ไปจนถึงข่าวกรองและอาวุธยุทโธปกรณ์ แม้จะมีการห้ามทำสงครามเต็มรูปแบบ แต่การปฏิบัติการลับและการจารกรรมกลับเป็นเรื่องปกติ ทำให้การต่อสู้เพื่อความเป็นใหญ่กลายเป็นเกมแห่งอิทธิพลและการควบคุมที่ซับซ้อน
ผู้เล่นจะสวมบทบาทเป็น Neutral Agents ที่ต้องเอาตัวรอดในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนนี้ ภารกิจมีตั้งแต่การแทรกซึมเข้าไปในเขตศัตรู การยึดจุดทรัพยากรสำคัญ ไปจนถึงการก่อวินาศกรรมฝ่ายตรงข้าม เนื้อเรื่องของเกมเน้นทั้งความแม่นยำทางยุทธวิธีและการยับยั้งชั่งใจ โดยเหล่าเอเจนท์ต้องทำภารกิจให้สำเร็จพร้อมกับรักษาเสถียรภาพของโลกใต้ดินเอาไว้ ซึ่งเพิ่มมิติของการรุกแบบคุมเชิงและการวางแผนเชิงกลยุทธ์เข้าไปด้วย
ระบบเกมและฟีเจอร์เด่น
DFUSE ผสมผสานความฉับไวของ FPS เข้ากับองค์ประกอบเชิงกลยุทธ์ที่ทำให้ผู้เล่นต้องคิดวิเคราะห์อยู่ตลอดเวลา หัวใจสำคัญคือการประสานงานภายในทีม ซึ่งบทบาทของผู้เล่นแต่ละคนส่งผลต่อความสำเร็จหรือความล้มเหลวของกลุ่ม เป้าหมายหลักจะเปลี่ยนไปในแต่ละรอบ ไม่ว่าจะเป็นการวางระเบิด การกู้ระเบิด หรือการเอาตัวรอดจากทีมฝั่งตรงข้าม ซึ่งมอบเส้นทางสู่ชัยชนะที่หลากหลาย ทำให้เกมมีความไดนามิกและเต็มไปด้วยกลยุทธ์

ตัวเกมยังมีระบบ “Dynamic Adaptation” ที่ช่วยให้ผู้เล่นปรับเปลี่ยน Loadout (ชุดอุปกรณ์) ให้เข้ากับสถานการณ์ตรงหน้าได้ แต่ละรอบจะมีความท้าทายใหม่ๆ เข้ามา ทำให้ผู้เล่นต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์โดยเลือกใช้อาวุธ ยูทิลิตี้ (Utilities) และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อแก้ทางศัตรูได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่างจากเกม FPS ทั่วไปตรงที่ DFUSE ไม่ได้ลงโทษผู้เล่นที่ตายหนักจนเกินไป แต่ทุกการมีส่วนร่วมนั้นมีความหมาย ซึ่งช่วยเพิ่มมิติของการทำงานเป็นทีมแม้ว่าผู้เล่นจะถูกดาวน์ไปชั่วคราวก็ตาม นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถโหวตเตะเพื่อนร่วมทีมที่ไม่อยู่ในเกม (Inactive) ออกได้ เพื่อให้ทีมมีความสดใหม่และพร้อมลุยอยู่เสมอ ด้วยการเน้นความร่วมมือ DFUSE จึงให้รางวัลแก่ผู้เล่นที่เล่นเป็นทีม ทำให้เกิดการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความมันส์ของ FPS และกลยุทธ์ที่ปรับเปลี่ยนได้แบบเกม MOBA

ฝ่ายต่างๆ (Factions)
DFUSE ขับเคลื่อนด้วย 6 ฝ่ายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Prime Coalition ซึ่งแต่ละฝ่ายจะมอบความได้เปรียบที่แตกต่างกันในเกม ผู้เล่นสามารถเลือกสังกัดฝ่ายต่างๆ เช่น Goldcrest Families ที่คุมด้านการเงิน, The Underbelly สำหรับการหาข่าวกรอง หรือ Aegis Arms ที่เชี่ยวชาญด้านอาวุธล้ำสมัย ฝ่ายอื่นๆ ยังรวมถึง NeuraPharm ที่จัดหายาและสารผิดกฎหมาย, Weave Dynamics ที่ควบคุมเส้นใยสังเคราะห์ที่จำเป็น และ DataForge Technologies ที่ดูแลระบบเทคโนโลยีของ Coalition ผู้เล่นจะต้องสาบานตนเข้ากับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อทำภารกิจช่วยให้กลุ่มของตนมีอำนาจและอิทธิพลมากขึ้นในโลกของ DFUSE ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ยูทิลิตี้และระเบิด (Utilities and Grenades)
DFUSE มาพร้อมกับยูทิลิตี้และระเบิดเชิงยุทธวิธีที่แตกต่างกันไปตามฝ่ายและบทบาท อุปกรณ์ต่างๆ เช่น ระเบิดเพลิง (Incendiary Grenades), ระเบิดแสง (Flash Grenades), ระเบิดควัน (Smoke Cover), เซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว (Motion Sensors) และกับระเบิด (Landmines) ช่วยให้ผู้เล่นวางกลยุทธ์ได้อย่างยืดหยุ่นในทุกการปะทะ ยูทิลิตี้แต่ละชิ้น ตั้งแต่ระเบิดควันไปจนถึงการเรียกการโจมตีจากดาวเทียม (Satellite Strike) มอบวิธีที่หลากหลายในการคุมพื้นที่ แก้ทางศัตรู และบรรลุเป้าหมาย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการต่อสู้ที่ต้องปรับตัวตลอดเวลาใน DFUSE

ระบบ Parabellum และคอสเมติกที่สร้างโดยผู้เล่น
ระบบ Parabellum ของ DFUSE ช่วยให้ผู้เล่นมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของเกม โดยการสะสม Faction Points ผ่านภารกิจต่างๆ ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับฝ่ายที่เลือกและปลดล็อกความสามารถหรือฟีเจอร์ใหม่ๆ นอกจากนี้แต้มดังกล่าวยังใช้ในการโหวตการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในเกม เพื่อกำหนดทิศทางการอัปเดตและโหมดการเล่นใหม่ๆ แนวทางที่เน้นชุมชนเป็นหลักนี้ช่วยเชื่อมโยงผู้เล่นเข้ากับวิวัฒนาการของเกม ทำให้ภารกิจของแต่ละฝ่ายมีความหมายและทำให้โลกของ DFUSE รู้สึกตอบสนองต่อผู้เล่นอย่างแท้จริง
DFUSE ยังมาพร้อมกับเครื่องมือสร้างสรรค์ที่ใช้ AI ช่วย ซึ่งออกแบบมาสำหรับคอสเมติกที่ผู้เล่นสร้างขึ้นเอง ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้เล่นปรับแต่งตัวละครและอุปกรณ์ของตนเองได้ตามใจชอบ เพิ่มความโดดเด่นให้กับประสบการณ์ของผู้เล่นแต่ละคนโดยไม่จำเป็นต้องมีทักษะการออกแบบขั้นสูง การเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการออกแบบคอสเมติกช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับภาพลักษณ์ของเกม สร้างความหลากหลายและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ในหมู่ผู้เล่น
NFT และบล็อกเชน
DFUSE มีการนำองค์ประกอบ Web3 มาใช้แบบเนียนๆ เพื่อให้ผู้เล่นมีช่องทางในการมีส่วนร่วมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสกินแบบ NFT ที่ให้ความโดดเด่นเฉพาะตัว หรือระบบวางเดิมพัน (Wager System) ที่เพิ่มความตื่นเต้นในการแข่งขัน ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้เข้ามาช่วยเสริมประสบการณ์โดยไม่ทำให้เสียสมดุลของเกม รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับองค์ประกอบเหล่านี้จะมีการเปิดเผยเมื่อเกมใกล้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ
เริ่มต้นเล่นอย่างไร
ปัจจุบัน DFUSE เปิดให้เล่นในรูปแบบ Early Access บน Steam โดยมีกำหนดการปล่อย Alpha ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2024 ผู้เล่นที่ต้องการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเกมสามารถเข้าร่วมชุมชนได้โดยการกรอก แบบฟอร์ม Early Access และเข้าร่วม Discord ของ DFUSE เพื่อติดตามข่าวสาร ประกาศล่าสุด และรับรางวัลพิเศษสำหรับผู้เล่นกลุ่มแรก







