Season 14 ของ Diablo IV มาพร้อมกับกิจกรรม Open-world รูปแบบใหม่ในการต่อสู้กับกลุ่ม Ullo Sar นั่นคือ Pandemonium Ruptures โดยกิจกรรมนี้จะแบ่งระดับความยากออกเป็น 3 ระดับ มอบรางวัลเป็นอุปกรณ์และค่าประสบการณ์ผ่านระบบความก้าวหน้า Glints of Hope และยังสามารถปลดล็อกทางเข้าสู่มินิดันเจี้ยนแบบโซโล่ที่เรียกว่า Deathtoll Chambers ได้อีกด้วย นี่คือทุกสิ่งที่คุณควรรู้เพื่อฟาร์มกิจกรรมนี้ให้คุ้มค่าที่สุด
Pandemonium Ruptures ทำงานอย่างไร?
Pandemonium Ruptures เป็นกิจกรรมรูปแบบใหม่ที่จะปรากฏบนแผนที่ Open-world โดยสังเกตได้จากกลุ่มสาวก 3 ตนที่กำลังทำพิธีกรรมอยู่รอบกะโหลกขนาดใหญ่ ขั้นตอนแรกนั้นง่ายมาก: จัดการสาวกทั้ง 3 ตนเพื่อเริ่มเหตุการณ์ Rupture
เมื่อ Rupture เปิดออก จะมีวงแหวนปรากฏขึ้นบนพื้น เป้าหมายของคุณคือการยืนอยู่ในวงแหวนนั้นและกำจัด Risen enemies ให้ได้มากที่สุด การสังหารศัตรูภายในวงจะเพิ่มความคืบหน้าของกิจกรรม Glints of Hope ซึ่งจะติดตามผลงานของคุณในแต่ละระดับและแจกจ่าย Caches รวมถึงคัมภีร์ค่าประสบการณ์ (Experience tomes) เมื่อคุณไต่อันดับสูงขึ้น

เริ่มพิธีกรรม: จัดการเหล่าสาวก
ระดับความยากทั้ง 3 ของ Pandemonium Rupture มีอะไรบ้าง?
ระดับความยากทั้ง 3 จะแตกต่างกันที่จุดเกิด เวลาที่ปรากฏ และรางวัลที่ได้รับ
ระดับ Colossal คือระดับที่คุณควรให้ความสำคัญที่สุดหากต้องการรางวัลที่ดีที่สุด โดยจะมี Realmwalker เกิดขึ้นเสมอ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสู่ไอเทมที่ล้ำค่าที่สุดในกิจกรรมนี้
Realmwalker คืออะไรและทำไมถึงสำคัญ?
Realmwalkers คือศัตรูระดับ Elite ที่สามารถปรากฏตัวได้ในระหว่างกิจกรรม Pandemonium Ruptures ระดับ Surging และ Colossal พวกมันเก่งกว่า Risen enemies ทั่วไปที่อยู่ในวงแหวนมาก แต่การกำจัดพวกมันจะทำให้เกิดสองสิ่ง: ดรอปไอเทมระดับสูงและการเปิดทางเข้าสู่ Deathtoll Chamber
Deathtoll Chambers คือมินิดันเจี้ยนที่จะปรากฏขึ้นก็ต่อเมื่อคุณสังหาร Realmwalker เท่านั้น คุณสามารถชวนผู้เล่นคนอื่นมาช่วยจัดการ Realmwalker ได้ แต่ Deathtoll Chamber เป็น กิจกรรมแบบโซโล่ (Solo activity) เมื่อเข้าไปแล้ว คุณจะต้องจัดการศัตรูที่เพิ่มเข้ามา เคลียร์ดันเจี้ยน และเก็บไอเทมที่ดรอปในช่วงท้าย
จากการทดสอบระดับ Colossal ซ้ำๆ พบว่า Realmwalker คือเหตุผลหลักที่ทำให้กิจกรรมนี้คุ้มค่ากว่าการเล่น Helltide ปกติ ของรางวัลจาก Deathtoll Chamber เมื่อรวมกับรางวัลจาก Rupture ทำให้การลงทุนเวลานั้นคุ้มค่า แม้จะต้องรอคูลดาวน์ 10 นาทีก็ตาม

ทางเข้า Deathtoll Chamber
รางวัลที่ได้รับจาก Pandemonium Ruptures มีอะไรบ้าง?
ทั้ง 3 ระดับจะส่งผลต่อกิจกรรม Glints of Hope เมื่อคุณสะสมการสังหารศัตรูภายในวงแหวน Rupture อันดับของคุณในกิจกรรมนี้จะสูงขึ้น ซึ่งระดับที่สูงขึ้นจะปลดล็อก:
- Caches ที่บรรจุอุปกรณ์และวัตถุดิบสำหรับคราฟต์
- คัมภีร์ค่าประสบการณ์ (Experience tomes) สำหรับการเก็บเลเวลอย่างรวดเร็ว
- รางวัลเพิ่มเติมในระดับสูงที่ปรับตามความก้าวหน้าของคุณ
การกำจัด Realmwalker จะทำให้ได้รับไอเทมดรอปแยกต่างหากจากอันดับ Glints of Hope ที่คุณทำได้ และการเคลียร์ Deathtoll Chamber หลังจากนั้นจะเพิ่มรางวัลชั้นที่สามเข้าไปอีก การเล่น Colossal Rupture จนจบรวมถึงการเคลียร์ดันเจี้ยนถือเป็นหนึ่งในลูปการฟาร์มรางวัลที่มีประสิทธิภาพที่สุดใน Season 14
ควรเล่น Pandemonium Ruptures เมื่อไหร่?
สำหรับ Rupture ระดับ Normal ให้เล่นทุกครั้งที่พบ เพราะคุ้มค่าที่จะแวะทำเพื่อเก็บความคืบหน้า Glints of Hope
สำหรับระดับ Surging ให้กะเวลาเล่นให้ตรงกับช่วง Helltide เพราะ Rupture ระดับนี้จะเกิดเฉพาะในช่วง Helltide เท่านั้น จึงไม่มีเหตุผลที่จะไปตามหาในช่วงเวลาอื่น
สำหรับระดับ Colossal ให้มุ่งหน้าไปที่ลาน World boss ใน Zarbinzet ที่ Fields of Desecration การที่การันตีว่า Realmwalker จะเกิดทำให้กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้เล่นที่มีอุปกรณ์พร้อมและต้องการไอเทมคุณภาพสูง เพียงแค่ต้องคำนึงถึงช่วงเวลา 10 นาทีระหว่างรอบเมื่อวางแผนฟาร์มต่อเนื่อง
Pandemonium Ruptures ยังนับรวมในเควสต์ซีซันหลายรายการ ดังนั้นการเคลียร์กิจกรรมนี้ในช่วง Helltide จะช่วยให้คุณเก็บความคืบหน้าของชาเลนจ์ซีซันไปพร้อมกับรางวัล Glints of Hope ได้ สำหรับรายละเอียดทั้งหมดว่าชาเลนจ์ซีซันต้องการอะไรบ้าง สามารถดูได้ที่ สรุปชาเลนจ์และรางวัลของ Season 13 ซึ่งให้บริบทที่เป็นประโยชน์ว่า Blizzard ออกแบบระบบเหล่านี้ในแต่ละซีซันอย่างไร
หากคุณยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเล่นคลาสไหนเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในคอนเทนต์นี้ สามารถดู Tier list บิลด์ที่ดีที่สุดของ Diablo 4 Season 13 ซึ่งครอบคลุมตัวเลือกที่เก่งที่สุดก่อนเข้าสู่ Season 14 และสำหรับข้อมูลอื่นๆ ทั้งหมดที่ Season 14 มีให้ สามารถดูได้ที่ คลังคู่มือ Diablo IV


