• หน้าหลัก
  • เกม
  • คู่มือ
  • ข่าวสาร
  • รีวิว
  • ภารกิจ
  • กล่องปริศนา
  • ซื้อเกม
  • รายการ
  • GAMES+
  • ข้อเสนอและส่วนลด
  • ปฏิทินเกม (ปลดล็อกด้วย GAMES+)
Don't Starve Elsewhere Banner
  1. เกม
  2. Don't Starve Elsewhere
  3. ภาพรวม

Don't Starve Elsewhere

เกี่ยวกับ Don't Starve Elsewhere

สตูดิโอ

Klei Entertainment

เว็บไซต์

store.steampowered.com/app/2239770
Don't Starve Elsewhere Logo
Don't Starve Elsewhere
การกระทำการผจญภัยการจำลองกลยุทธ์อินดี้

เกมเอาชีวิตรอดสุดท้าทายใน Don't Starve Elsewhere! สำรวจโลกที่สร้างขึ้นใหม่แบบสุ่ม ต่อสู้กับมอนสเตอร์ และสร้างฐานทัพในดินแดนที่เต็มไปด้วยอันตราย

ผู้พัฒนา

Klei Entertainment

แพลตฟอร์ม

บทนำ

ซีรีส์ Don't Starve จาก Klei Entertainment กลับมาอีกครั้งกับความโหดที่งดงามกว่าเดิมใน Don't Starve Elsewhere! ครั้งนี้คุณจะได้ผจญภัยในโลกที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ ทั้งยอดเขา แม่น้ำ และถ้ำลึกลับ พร้อมเผชิญหน้ากับหมอกปริศนาสุดสยองที่เพิ่มความกดดันให้การเอาชีวิตรอดของคุณตื่นเต้นเร้าใจยิ่งกว่าที่เคย!

Don't Starve Elsewhere Gallery 1
Don't Starve Elsewhere Gallery 2
Don't Starve Elsewhere Gallery 3
Don't Starve Elsewhere Gallery 5
Don't Starve Elsewhere Gallery 6
Don't Starve Elsewhere Gallery 8
ดีลเด็ดจาก GAMES.GG

พบกับส่วนลดสูงสุด เกมฟรี และข้อเสนอจำกัดเวลาจากร้านค้าเกมชั้นนำทั่วโลก

บอกลาการจ่ายราคาเต็ม

บอกลาการจ่ายราคาเต็ม

ภาพรวม

Don't Starve Elsewhere คือผลงานล่าสุดจาก Klei Entertainment ในซีรีส์ Don't Starve ที่ไม่ได้เป็นแค่ภาคเสริมธรรมดา แต่นี่คือเกมแนวเอาชีวิตรอด (Survival) แบบ Standalone ที่สร้างขึ้นบนโลกหลายระดับชั้น (Multi-tiered world) ซึ่งความสูงต่ำของพื้นที่นั้นสำคัญพอๆ กับค่าความหิวของคุณ สภาพแวดล้อมที่ถูกสุ่มขึ้นมาใหม่ทุกครั้ง (Procedurally generated) ทำให้การเล่นแต่ละรอบไม่ซ้ำกันเลย แถมยังมีการเพิ่มระบบหมอกปริศนา (Supernatural Fog) ที่คอยคุกคามผู้เล่นอยู่ตลอดเวลา ทำให้คุณต้องตัดสินใจให้ดีว่าจะลุยต่อหรือถอยกลับดี

Core loop หรือรูปแบบการเล่นหลักยังคงความคลาสสิกที่แฟนเกมซีรีส์นี้คุ้นเคยกันดี ไม่ว่าจะเป็นการหาของ (Gather resources), คราฟต์ไอเทม (Craft tools), สร้างที่พัก (Build shelter) และที่สำคัญที่สุดคือ "ห้ามตาย" แต่ Don't Starve Elsewhere ได้ยกระดับการสำรวจในแนวตั้ง (Vertical exploration) ขึ้นไปอีกขั้นในแบบที่ซีรีส์นี้ไม่เคยทำมาก่อน ผู้เล่นสามารถปีนขึ้นยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ, ว่ายน้ำข้ามแม่น้ำหรือทะเลเปิด และดำดิ่งลงไปในระบบถ้ำ ซึ่งแต่ละโซนก็จะมีอันตรายและทรัพยากรที่แตกต่างกันไป ความรู้สึกของการค้นพบและความเสี่ยงที่ตามมานี่แหละคือจุดเด่นที่ทำให้เกมนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

อะไรที่ทำให้ Don't Starve Elsewhere แตกต่างจากภาคก่อนๆ?

Don't Starve Elsewhere ฉีกตัวออกมาจากภาคก่อนๆ ด้วยโครงสร้างโลกและระบบหมอก (Fog mechanic) เป็นหลัก เกมภาคก่อนๆ มักจะเป็นโลกแบบราบหรือมีเลเยอร์ที่ไม่ซับซ้อนมากนัก แต่ในภาคนี้ สภาพแวดล้อมถูกแบ่งเป็นชั้นอย่างชัดเจน และการเดินทางข้ามไปมาระหว่างชั้นก็ถือเป็นความท้าทายในการเอาชีวิตรอด ส่วนระบบหมอกก็เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะมันจะค่อยๆ กระจายตัวและสาปแช่งทุกสิ่งที่มันสัมผัส การเข้าไปยุ่งกับมันจึงเป็นการวัดดวงกับค่าสติ (Sanity) ที่ไม่การันตีว่าจะได้ของดีตอบแทนเสมอไป

ฟีเจอร์เด่นที่ยืนยันแล้ว:

  • โลกหลายระดับชั้นที่ถูกสุ่มขึ้นมาใหม่ทุกครั้ง (Procedurally generated multi-tiered world)
  • โหมดเอาชีวิตรอดทั้งแบบเล่นคนเดียว (Solo) และเล่นกับเพื่อน (Co-op multiplayer)
  • ไบโอม (Biomes) ใหม่พร้อมระบบสภาพอากาศที่แตกต่างกัน
  • หมอกปริศนา (Supernatural Fog) ที่มาพร้อมความเสี่ยงและผลตอบแทนในการสำรวจ
  • ระบบคราฟต์ของ, ทำฟาร์ม และสร้างฐาน (Base building)

แต่ละไบโอมจะมีสภาพอากาศเฉพาะตัว ป่าเรดวู้ด (Redwood forests) จะมาพร้อมกับพายุฝนที่ตกไม่หยุด ส่วนพื้นที่สูงก็จะเจอกับความหนาวเย็นและเหล่าสัตว์เจ้าถิ่น ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามเท่านั้น แต่มันบังคับให้คุณต้องเตรียมตัวและจัดลำดับความสำคัญของทรัพยากรให้ดี ใครที่ถนัดใช้ชีวิตในที่ราบอาจจะต้องคิดใหม่ถ้าคิดจะปีนขึ้นไปข้างบน

การเอาชีวิตรอดแบบมัลติเพลเยอร์และสังคมในเกม

Don't Starve Elsewhere รองรับทั้งการเล่นคนเดียวและเล่นกับเพื่อน โครงสร้างแบบ Co-op ยังคงยึดตามแบบฉบับที่ Klei เคยทำไว้ใน Don't Starve Together ซึ่งการเอาชีวิตรอดร่วมกันจะสร้างความร่วมมือแบบธรรมชาติโดยไม่ต้องบังคับ ผู้เล่นสามารถแบ่งหน้าที่กันทำ, แชร์ทรัพยากร หรือแค่เอาตัวรอดไปพร้อมๆ กันจนกว่าจะเกิดวิกฤตที่ต้องช่วยกัน เกมนี้ไม่มีระบบสอนเล่นแบบประคบประหงมแน่นอน

การเล่นคนเดียวจะเพิ่มความตึงเครียดขึ้นอีกหลายเท่า เพราะไม่มีใครคอยแก้สถานการณ์เวลาพลาดหรือช่วยแบ่งเบาภาระเรื่องทรัพยากร โดยเฉพาะระบบหมอกที่ดูน่ากลัวขึ้นเป็นกองเมื่อไม่มีเพื่อนคอยระวังหลังให้ ทำให้การเล่นแบบ Solo มอบประสบการณ์ที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงจากแบบ Co-op โดยที่ไม่ต้องแยกโหมดเกมเลย

โลกและบรรยากาศในเกม

โลกของ Don't Starve Elsewhere ยังคงกลิ่นอายความเป็นโกธิค (Gothic aesthetic) อันเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ไว้ได้อย่างครบถ้วน ทั้งงานภาพแบบวาดมือ, สัตว์ประหลาดสุดแปลก, เงาที่คอยจ้องมอง และบรรยากาศที่ทำให้คุณรู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา ด้วยโครงสร้างที่สุ่มขึ้นมาใหม่ ทำให้ผู้เล่นจะได้เจอไบโอมในรูปแบบที่ต่างกันไปในทุกรอบการเล่น ช่วยให้โลกของเกมดูสดใหม่และน่าค้นหาอยู่เสมอ

ระบบหมอกคือสิ่งที่น่าสนใจที่สุดในเกมนี้ มันไม่ได้แค่บดบังทัศนวิสัย แต่มันสาปแช่งทุกสิ่งที่มันสัมผัสและกัดกินค่าสติของผู้เล่น การที่ผู้เล่นจะมองว่ามันเป็นเขตแดนที่ห้ามเข้าหรือเป็นคำเชิญให้เข้าไปสำรวจนั้น คือการตัดสินใจที่มีผลลัพธ์ตามมาจริงๆ ซึ่งนี่คือจุดแข็งในการออกแบบที่ซีรีส์นี้ทำได้ดีมาโดยตลอด

Don't Starve Elsewhere ได้นำรากฐานการเอาชีวิตรอดและคราฟต์ไอเทมที่ Klei ขัดเกลามานานหลายปี มาสร้างโลกใหม่ขึ้นมาล้อมรอบมัน ทั้งการสำรวจในแนวตั้ง, ความท้าทายของสภาพอากาศในแต่ละไบโอม, การเล่นแบบ Co-op หรือ Solo และระบบหมอกที่คอยขัดขวางความก้าวหน้า ทำให้ภาคนี้มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน สำหรับแฟนซีรีส์นี้ นี่คือวิวัฒนาการที่น่าประทับใจ และสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งหัดเล่นเกมแนวเอาชีวิตรอด นี่คือหนึ่งในเกมที่ออกแบบมาอย่างใส่ใจที่สุดในแนวนี้ที่คุณไม่ควรพลาด