ภาพรวม
Don't Starve พัฒนาและจัดจำหน่ายโดย Klei Entertainment เปิดตัวครั้งแรกในเดือนเมษายน 2013 เป็นเกมแนวเอาชีวิตรอดแบบ Roguelike ที่สร้างขึ้นจากความตึงเครียดหลักเพียงอย่างเดียวคือ: โลกทั้งใบจ้องจะเอาชีวิตคุณ และมันไม่เคยปล่อยให้คุณลืมเรื่องนี้เลย Wilson นักวิทยาศาสตร์ผู้ดี (Gentleman Scientist) ตัวละครที่เราเล่นได้ ตื่นขึ้นมาในดินแดนรกร้างที่ถูกสุ่มสร้างขึ้นมาโดยไม่มีอะไรติดตัวเลยนอกจากไหวพริบของเขา ไม่มีคำแนะนำ (Tooltips) บอกว่าต้องทำอะไร ไม่มีระดับความยากให้เลือก คุณต้องเรียนรู้จากการตาย และบอกเลยว่าคุณจะได้ตายบ่อยสมใจแน่นอน
ตัวเกมผสมผสานวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์เข้าด้วยกันในแบบที่ให้ความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างแท้จริง Wilson สามารถสร้าง Science Machine เพื่อปลดล็อกสูตรคราฟต์ไอเทมขั้นสูงได้ แต่ในโลกเดียวกันที่ให้รางวัลแก่การคิดอย่างมีเหตุผลนี้ ก็พร้อมจะส่งเหล่าสัตว์ประหลาดเงา (Shadow Creatures) มาเล่นงานคุณทันทีที่ค่าสติ (Sanity) ของคุณต่ำเกินไป แรงดึงดูดระหว่างการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเป็นระบบกับความโกลาหลแบบสุดโต่งนี่แหละ คือสิ่งที่ทำให้ Don't Starve ตรึงใจผู้เล่นได้ยาวนานแม้จะจบการเล่น (Run) ไปแล้วก็ตาม

Don't Starve content image
เกมเพลย์และกลไกของเกม
การเอาชีวิตรอดใน Don't Starve จะวนเวียนอยู่กับ 3 ค่าสถานะหลัก: เลือด (Health), ความหิว (Hunger) และสติ (Sanity) การบริหารทั้งสามค่านี้ไปพร้อมๆ กันนั้นยากกว่าที่คิด การอยู่ในความมืดนานเกินไปจะทำให้ค่า Sanity ลดลง การกินเนื้อดิบจะทำให้เสีย Health และถ้าปล่อยให้หิวโซนานเกินไปค่า Hunger จะลดฮวบ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว (Winter) ที่ทรัพยากรต่างๆ เริ่มหายาก

Don't Starve content image
กลไกสำคัญที่กำหนดทุกการเล่นของคุณ:
- การคราฟต์ (Crafting) สิ่งก่อสร้างและเครื่องมือจากทรัพยากรที่รวบรวมมา
- การวิจัยสูตรใหม่ๆ ที่ Science Machine และ Alchemy Machine
- การทำฟาร์ม ล่าสัตว์ และวางกับดักเพื่อหาอาหาร
- การจัดการค่า Sanity เพื่อป้องกันการโจมตีจาก Shadow Creatures
- การเอาชีวิตรอดผ่านวงจรฤดูกาลที่มีภัยคุกคามแตกต่างกันไป
ฤดูหนาวคือจุดที่ผู้เล่นใหม่ส่วนใหญ่จะเจอกับกำแพงเป็นครั้งแรก แหล่งอาหารเริ่มแห้งเหือด อุณหภูมิกลายเป็นปัจจัยสำคัญ และกลางวันก็สั้นลง การเอาชีวิตรอดผ่านฤดูหนาวแรกไปได้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ไม่ใช่แค่ภารกิจที่ทำผ่านๆ ไป
อะไรที่ทำให้ Don't Starve แตกต่างจากเกมเอาชีวิตรอดเกมอื่น?
เกมเอาชีวิตรอดส่วนใหญ่มักจะมี Waypoint บอกทางให้คุณ แต่ Don't Starve ไม่ให้อะไรคุณเลย การที่เกมปฏิเสธที่จะอธิบายตัวเองเป็นความตั้งใจในการออกแบบ ไม่ใช่ข้อผิดพลาด ทุกความรู้ที่ Wilson ได้รับ ผู้เล่นจะต้องแลกมาด้วยการทดลองหรือความล้มเหลว ความรู้สึกของการค้นพบด้วยตัวเองแบบนี้หาได้ยากในเกมแนวนี้
งานภาพก็ช่วยเสริมจุดนี้ได้เป็นอย่างดี ตัวละครเป็นแบบ 2D ที่ดูคล้ายหุ่นเชิด ตัดกับโลก 3D ที่เรนเดอร์ออกมาในสไตล์ที่คล้ายกับผลงานของ Tim Burton ผสมผสานกับ Edward Gorey สัตว์ประหลาดต่างๆ ดูแปลกตาจนกระทั่งพวกมันเริ่มไล่ฆ่าคุณ โทนภาพของเกมคอยย้ำเตือนอยู่เสมอว่าโลกใบนี้มีกฎเกณฑ์ของมันเอง และกฎเหล่านั้นไม่ได้เข้าข้างคุณเลย

Don't Starve content image
โลกและฉากหลัง
ทุกครั้งที่เริ่มเซฟใหม่ เกมจะสร้างโลกใบใหม่ที่มี Biome, จุดวางทรัพยากร และจำนวนประชากรสัตว์ประหลาดที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นทุ่งหญ้า หนองน้ำ ป่าทึบ หรือเขตทุ่งน้ำแข็ง (Rocky Tundra) ต่างก็มีอันตรายและรางวัลรออยู่ การเจอแหล่งรังผึ้งตั้งแต่เนิ่นๆ อาจช่วยชีวิตคุณไว้ได้ แต่การเดินหลงเข้าไปในรังแมงมุมตอนกลางคืนอาจทำให้จบเกมได้ทันที
ปริศนาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังว่าทำไม Wilson ถึงถูกขัง และ Maxwell ปีศาจที่เป็นต้นเหตุต้องการอะไรกันแน่ คือสิ่งที่ดำเนินไปอย่างเงียบเชียบในทุกการเล่น เกมไม่เคยยัดเยียดเนื้อเรื่องให้คุณ แต่จะให้รางวัลแก่ผู้เล่นที่ชอบสำรวจซากปรักหักพังและปะติดปะต่อเรื่องราว (Lore) ด้วยตัวเอง
เนื้อหาและการเล่นซ้ำ
นอกจาก Wilson แล้ว Don't Starve ยังมีตัวละครให้ปลดล็อกอีกมากมาย ซึ่งแต่ละตัวมีจุดแข็งและจุดอ่อนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทำให้สไตล์การเล่นเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เช่น Willow ที่ไม่ได้รับความเสียหายจากไฟแต่ค่า Sanity จะลดลงเร็วกว่าปกติในความมืด หรือ Wolfgang ที่จะแข็งแกร่งขึ้นเมื่ออิ่ม แต่ก็ต้องการอาหารมากกว่าคนอื่นเพื่อรักษาค่าสถานะ ตัวละครเหล่านี้ช่วยให้เกมมีคุณค่าในการเล่นซ้ำ (Replayability) โดยไม่ต้องยืดเวลาเล่นแบบไร้เหตุผล
ส่วนเสริม (DLC) อย่าง Reign of Giants และ Shipwrecked ได้เพิ่ม Biome ใหม่ๆ ฤดูกาล และสัตว์ประหลาดที่ยกระดับระบบการเอาชีวิตรอดให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ด้วยระบบการสุ่มสร้างโลกที่รับประกันว่าไม่มีการเล่นครั้งไหนจะเหมือนกัน ทำให้ Don't Starve ยังคงเป็นหนึ่งในเกมเอาชีวิตรอดที่เล่นซ้ำได้สนุกที่สุดในกลุ่มเกมอินดี้ แม้เวลาจะผ่านไปกว่าทศวรรษนับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกก็ตาม

Don't Starve content image







