ภาพรวม
Dragon Age II คือเกม Action RPG ภาคต่อจากปี 2011 ของ BioWare ซึ่งเป็นภาคที่สานต่อความมันส์จาก Dragon Age: Origins โดยกลับมาวางจำหน่ายอีกครั้งในชื่อ Ultimate Edition บน Steam และ Epic Games Store ในเดือนมิถุนายน 2020 ตัวเกมจะให้เราสวมบทบาทเป็น Hawke มนุษย์ผู้ลี้ภัยที่หนีตายจากหายนะของพวก darkspawn เข้ามายังเมือง Kirkwall ก่อนจะไต่เต้าขึ้นมาเป็นแชมเปี้ยนของเมืองท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมืองและสังคมตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษ เนื้อเรื่องถูกเล่าผ่านมุมมองย้อนอดีตด้วยโครงสร้างแบบไม่เรียงลำดับเวลา (nonlinear) ทำให้จังหวะการเล่าเรื่องลื่นไหลและน่าติดตามในแบบที่เกม RPG หลายเกมทำได้ยาก
ฉากหลังของเกมถูกจำกัดพื้นที่ไว้อย่างตั้งใจเมื่อเทียบกับภาค Origins โดยตัวเมือง Kirkwall เองเปรียบเสมือนตัวละครหนึ่งตัวที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากเมืองที่ผู้คนดิ้นรนเอาชีวิตรอด ไปสู่สมรภูมิเดือดของความขัดแย้งระหว่าง mage กับ templar, การเมืองในโลกมืด และลัทธิความเชื่อสุดโต่ง ความเข้มข้นนี้เองที่ทำให้เนื้อเรื่องมีมิติและคุ้มค่าสำหรับผู้เล่นที่ใส่ใจในรายละเอียดของแต่ละฝ่าย (factions) รวมถึงปูมหลังของเหล่าเพื่อนร่วมปาร์ตี้ (companions) ของ Hawke

Dragon Age II: Ultimate Edition content image
ระบบเกมเพลย์และกลไกต่างๆ
ระบบต่อสู้ใน Dragon Age II นั้นรวดเร็วกว่าภาค Origins อย่างเห็นได้ชัด โดยเน้นไปที่ Real-time action แต่ก็ยังรองรับ Tactical pause สำหรับผู้เล่นที่ต้องการหยุดเกมเพื่อวางแผนสั่งการเป็นรายบุคคล Hawke สามารถเลือกเล่นได้ทั้งสาย mage, rogue หรือ warrior พร้อมสกิลและเวทมนตร์มากมายให้ปลดล็อกตามแต่ละคลาส โดยสามารถพาเพื่อนร่วมปาร์ตี้ไปลุยได้สูงสุด 3 คน ซึ่งแต่ละคนก็จะมี Skill tree และบทบาทในการต่อสู้ที่แตกต่างกันไป

Dragon Age II: Ultimate Edition content image
ระบบหลักที่น่าสนใจประกอบด้วย:
- ระบบติดตามค่าความสัมพันธ์แบบ Friendship และ Rivalry ของเพื่อนร่วมปาร์ตี้
- Tactical pause สำหรับการเล็งเป้าหมายสกิลด้วยตนเอง
- วงล้อบทสนทนา (Dialogue wheel) ที่เลือกตอบได้ตามอารมณ์ของตัวละคร
- Skill tree เฉพาะคลาสพร้อมการเลือกสายอาชีพขั้นสูง (Specializations)
- ระบบต่อสู้แบบ Real-time พร้อมมุมกล้อง Tactical camera ที่เลือกเปิดใช้งานได้
ระบบความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมปาร์ตี้ถือเป็นหนึ่งในกลไกที่โดดเด่นที่สุด ทุกการเลือกบทสนทนาและการตัดสินใจในการต่อสู้จะส่งผลให้เพื่อนแต่ละคนโน้มเอียงไปทาง Friendship หรือ Rivalry ซึ่งทั้งสองสถานะจะปลดล็อกโบนัสและผลลัพธ์ของเนื้อเรื่องที่แตกต่างกันออกไป โดย Rivalry ไม่ใช่สถานะที่ล้มเหลว แต่เป็นการสร้างไดนามิกที่ลึกซึ้งและมีความหมายในแบบของมันเอง
โลกและฉากหลัง
Thedas เป็นโลกที่มีความเข้มข้นทางการเมืองสูง และ Dragon Age II ก็ถ่ายทอดจุดนี้ออกมาได้ชัดเจนกว่าเกมแฟนตาซี RPG ส่วนใหญ่ ความขัดแย้งระหว่าง mage กับ templar ที่เป็นหัวใจหลักของเรื่องราวใน Kirkwall ไม่ใช่แค่เรื่องของความดีกับความชั่วแบบขาวดำ ทั้งสองฝ่ายต่างมีเหตุผลที่ฟังขึ้น และตัวเกมก็บีบให้ Hawke ต้องรับมือกับความตึงเครียดนี้โดยไม่มีคำตอบที่ง่ายดาย เพื่อนร่วมปาร์ตี้อย่าง Anders, Merrill และ Fenris ต่างก็มีจุดยืนที่แตกต่างกันในความขัดแย้งนี้ ซึ่งเควสต์ส่วนตัวของพวกเขาจะช่วยขยายความสำคัญของเหตุการณ์ต่างๆ ให้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเนื้อเรื่องหลักเพียงอย่างเดียว

Dragon Age II: Ultimate Edition content image
ไทม์ไลน์ที่ยาวนานกว่าทศวรรษเป็นหนึ่งในจุดแข็งของโครงสร้างเกม การได้เห็น Kirkwall เปลี่ยนแปลงไปรอบตัว Hawke การได้เห็นตัวละครแก่ตัวลงและสถานการณ์ต่างๆ ที่พลิกผันตามการตัดสินใจในอดีต ทำให้เนื้อเรื่องมีน้ำหนักและส่งผลกระทบในแบบที่เกม RPG สั้นๆ มักจะทำไม่ได้
Ultimate Edition มีอะไรบ้าง?
Ultimate Edition ได้รวมตัวเกมหลักเข้ากับ DLC ทุกตัวที่เคยปล่อยออกมา ทำให้เป็นเวอร์ชันที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการสัมผัส Dragon Age II โดยมี 3 ส่วนขยายหลักที่เพิ่มเนื้อหาสำคัญเข้ามา:
- The Exiled Prince: เพิ่ม Sebastian Vael เข้ามาเป็นเพื่อนร่วมปาร์ตี้ที่รับเข้าทีมได้
- Legacy: เจาะลึกสายเลือดตระกูล Hawke พร้อมเนื้อหาดันเจี้ยนใหม่
- Mark of the Assassin: แนะนำ Tallis นักฆ่าเผ่าเอลฟ์สมาชิกใหม่ของปาร์ตี้
นอกจากส่วนขยายเหล่านี้แล้ว ตัวเกมยังมาพร้อมกับร้านค้า Black Emporium, ชุดเกราะ Blood Dragon และ Ser Isaac, แพ็กอาวุธและชุดเกราะ BioWare Signature Edition, ชุดรวมอาวุธที่มีไอเทมพิเศษกว่า 20 ชิ้น, แพ็กไอเทม All-Class สำหรับคลาส mage, rogue และ warrior, แพ็ก High Resolution Texture และเพลงประกอบเกมฉบับเต็ม สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มเล่น Dragon Age II ตัว Ultimate Edition นี้คือคำตอบที่จบครบในที่เดียว ไม่ต้องไปไล่หาซื้อ DLC แยกให้เสียเวลา

Dragon Age II: Ultimate Edition content image
เนื้อหาและการเล่นซ้ำ
การเลือกคลาสส่งผลต่อประสบการณ์การเล่นอย่างมีนัยสำคัญ Hawke สาย mage จะต้องเผชิญกับความขัดแย้งหลักในมุมมองที่ต่างจากสาย warrior หรือ rogue อย่างสิ้นเชิง และตัวเลือกในวงล้อบทสนทนาก็เปิดโอกาสให้ผู้เล่นกำหนดบุคลิกของ Hawke ได้ตลอดการสนทนาหลายสิบชั่วโมง สถานะความพึงพอใจของเพื่อนร่วมปาร์ตี้, การเลือกฝ่าย และการตัดสินใจสำคัญในเนื้อเรื่อง ทั้งหมดนี้จะส่งผลต่อตอนจบที่หลากหลายตามทางเลือกที่สะสมมา ไม่ใช่แค่การเลือกเพียงครั้งเดียวในตอนท้าย โครงสร้างนี้ทำให้ Dragon Age II มีคุณค่าในการเล่นซ้ำสูงมากสำหรับผู้เล่นที่ต้องการเห็นว่าเส้นทางที่แตกต่างกันจะนำไปสู่บทสรุปอย่างไรตลอดช่วงเวลา 10 ปีในเกม







