ภาพรวม
Dragon Age: Origins จะพาผู้เล่นสวมบทบาทเป็น Grey Warden ปราการด่านสุดท้ายในการรับมือกับกองทัพ darkspawn ที่ถูกบัญชาการโดย Archdemon ซึ่งกำลังจะกลืนกินอาณาจักร Ferelden เกมนี้สืบทอดตำนานความคลาสสิกของ BioWare ต่อจาก Baldur's Gate และ Neverwinter Nights โดยสร้างเกมแนว dark fantasy RPG ที่เน้นการเล่าเรื่องแบบตอบสนอง (reactive storytelling) ระบบการต่อสู้เชิงกลยุทธ์ (tactical combat) และระบบเพื่อนร่วมทาง (companion system) ที่ให้รางวัลกับผู้เล่นที่ทุ่มเทให้กับเนื้อเรื่องอย่างแท้จริง
สเกลของเกมนี้ถือว่าใหญ่มาก BioWare ประเมินว่ามีคอนเทนต์รวมกว่า 80 ชั่วโมง ทั้งเนื้อเรื่องหลักและเควสต์ย่อย กระจายอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันหลายสิบแห่ง ตั้งแต่เมืองใต้ดินของคนแคระไปจนถึงป่าที่เต็มไปด้วยโรคระบาด โลกในเกมให้ความรู้สึกเหมือนมีชีวิตจริงเพราะการเขียนบทที่ใส่ใจรายละเอียด ทั้งกลุ่มก้อนทางการเมือง ประวัติศาสตร์ และความขัดแย้งที่ดำรงอยู่ไม่ว่าผู้เล่นจะสนใจหรือไม่ก็ตาม

Dragon Age: Origins content image
6 ปฐมบทเรื่องราว: ภูมิหลังของคุณสำคัญจริงหรือ?
จริง และสำคัญมากด้วย Dragon Age: Origins เริ่มต้นด้วยหนึ่งใน 6 บทนำ (prologues) ที่ไม่ซ้ำกัน ซึ่งผูกกับเผ่าพันธุ์และคลาสที่ผู้เล่นเลือก ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ชนชั้นสูง (human noble), เอลฟ์ในเมือง (city elf), เอลฟ์เผ่า Dalish (Dalish elf), คนแคระสามัญชน (dwarven commoner), คนแคระชนชั้นสูง (dwarven noble) หรือจอมเวท (mage) แต่ละบทนำคือเรื่องราวที่สมบูรณ์ในตัวเอง ซึ่งจะกำหนดตัวตนของตัวละครก่อนที่จะเข้าสู่การคัดเลือกเป็น Grey Warden และภูมิหลังเหล่านั้นจะส่งผลต่อเกมหลักตลอดทั้งเรื่อง ทั้งในบทสนทนา ปฏิกิริยาของ NPC และผลลัพธ์ของเควสต์ต่างๆ

Dragon Age: Origins content image
ตัวเลือกหลักในการสร้างตัวละครประกอบด้วย:
- 3 เผ่าพันธุ์ที่เล่นได้ (มนุษย์, เอลฟ์, คนแคระ)
- 3 คลาสพื้นฐาน (warrior, rogue, mage)
- 6 บทนำที่เป็นเอกลักษณ์
- เวทมนตร์และสกิลกว่า 100 แบบในสาย Talent Trees
- ระบบค่าความสัมพันธ์ (companion approval system) ที่กำหนดทิศทางความสัมพันธ์
นั่นหมายความว่าการเล่นซ้ำสองรอบด้วยภูมิหลังที่ต่างกัน จะให้ความรู้สึกเหมือนเล่นเกมคนละเกมในช่วงชั่วโมงแรกๆ และผลกระทบที่ตามมาจะส่งผลต่อเนื่องไปตลอดทั้งเกม
การต่อสู้เชิงกลยุทธ์และระบบหยุดเกม
การต่อสู้ใน Dragon Age: Origins เป็นแบบเรียลไทม์ แต่สามารถหยุดเกม (pause) ได้ทุกเมื่อเพื่อออกคำสั่ง จัดคิวสกิล และปรับตำแหน่งตัวละคร บน PC จะมีกล้องแบบ Tactical Camera ที่ดึงมุมมองให้กว้างขึ้นจนเกือบจะเป็นมุมมองแบบ Isometric ทำให้ระบบการเล่นให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับต้นฉบับ RPG คลาสสิกมากที่สุด นอกจากนี้ยังมีระบบ AI Tactics Editor ที่ให้ผู้เล่นตั้งค่าพฤติกรรมของเพื่อนร่วมทางได้อย่างละเอียด โดยระบุเงื่อนไขและปฏิกิริยาตอบโต้สำหรับสมาชิกทุกคนในปาร์ตี้

Dragon Age: Origins content image
การต่อสู้กับศัตรูขนาดใหญ่และบอสต้องอาศัยการเตรียมตัวจริงจัง ในระดับความยากสูงจะมีระบบ Friendly Fire ซึ่งหมายความว่าคอมโบเวทมนตร์ที่ทำลายล้างศัตรูได้ก็อาจทำให้เพื่อนร่วมทีมล้มได้เช่นกัน ดังนั้นการจัดปาร์ตี้และการวางตำแหน่งจึงมีความสำคัญในแบบที่เกม Action RPG ทั่วไปไม่มี ระบบการต่อสู้นี้ขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายโดยไม่รู้สึกว่ายากจนเกินเหตุ
น้ำหนักทางศีลธรรมโดยไม่มีมาตรวัดความดีเลว
ทางเลือกใน Dragon Age: Origins ไม่ได้ถูกแบ่งเป็นฝั่งความดีหรือความชั่ว เกมนำเสนอสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, เวทมนตร์เลือด (blood magic), การทรยศทางการเมือง และการเสียสละผู้บริสุทธิ์ แล้วปล่อยให้ผู้เล่นตัดสินใจโดยไม่มีคะแนน Karma มาตัดสิน ผลลัพธ์จะแสดงออกมาผ่านเนื้อเรื่อง ปฏิกิริยาของเพื่อนร่วมทาง และการเปลี่ยนแปลงของสถานะโลก แทนที่จะเป็นแถบวัดศีลธรรมแบบเลื่อน
สิ่งนี้ยังรวมถึงระบบเพื่อนร่วมทางที่ตัวละครอย่าง Morrigan, Alistair และ Leliana ต่างก็มีจุดยืนของตัวเอง และพร้อมจะจากไปหรือกลายเป็นศัตรูหากผู้เล่นทำสิ่งที่ขัดกับความเชื่อของพวกเขามากเกินไป การสร้างความสัมพันธ์หรือทำลายมัน จะส่งผลต่อฉากจบของเกมอย่างเป็นรูปธรรม
คอนเทนต์และการเล่นซ้ำ
DLC อย่าง The Stone Prisoner จะเพิ่ม Shale โกเลมหินที่เป็นเพื่อนร่วมทางพร้อมเสียงพากย์เต็มรูปแบบและเควสต์เฉพาะตัว รวมถึงหมู่บ้าน Honnleath และไอเทมใหม่ๆ ส่วนชุด Blood Dragon Armor จะมอบโบนัสทั้งด้านความสวยงามและค่าสถานะในการต่อสู้ตั้งแต่เริ่มเกม ด้วยบทนำทั้ง 6 แบบ, สายคลาส 3 ทาง และการตัดสินใจในเควสต์หลักที่แตกแขนงได้ ทำให้ Dragon Age: Origins เป็นหนึ่งในเกม Single-player RPG ที่เล่นซ้ำได้คุ้มค่าที่สุดในคลังเกมของ BioWare การตัดสินใจในช่วงท้ายเกม โดยเฉพาะการเผชิญหน้ากับ Archdemon จะถูกกำหนดโดยความสัมพันธ์และพันธมิตรที่สร้างมาตลอดทั้งแคมเปญ ทำให้การเล่นแต่ละรอบให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน ไม่ใช่แค่การเล่นซ้ำแบบเดิมๆ

Dragon Age: Origins content image







