Dragon Ball: Sparking! Zero

ภาพรวม


Dragon Ball: Sparking! Zero คือเกมต่อสู้แนว 3D Arena Fighting ที่พัฒนาโดย Spike Chunsoft และวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2024 บนแพลตฟอร์ม PlayStation, Xbox, Nintendo Switch และ PC ผ่านทาง Steam โดยเกมนี้ถือเป็นภาคต่อโดยตรงของซีรีส์ Budokai Tenkaichi ซึ่งเป็นแฟรนไชส์ที่สร้างชื่อเสียงจากการต่อสู้กลางอากาศแบบอิสระและจำนวนตัวละครที่มหาศาล Sparking! Zero ได้สืบทอด DNA นั้นมาพร้อมกับงานภาพที่อัปเกรดใหม่ ระบบการเล่นที่ขยายขอบเขตขึ้น และจำนวนตัวละครที่เยอะจนทิ้งห่างเกมต่อสู้ส่วนใหญ่ในตลาดไปไกล



เสน่ห์หลักของเกมนี้อยู่ที่ความสมดุลระหว่างการเข้าถึงง่ายและความอลังการ การต่อสู้เกิดขึ้นในพื้นที่แบบ 3 มิติเต็มรูปแบบที่ผู้เล่นสามารถพุ่งตัว บิน และวาร์ป (Teleport) ด้วยความเร็วที่ถอดแบบมาจากฉากแอ็กชันสุดมันในอนิเมะ ระบบการต่อสู้จะให้รางวัลกับการอ่านทางคู่ต่อสู้ การจับจังหวะสวนกลับ (Counter) และการทำคอมโบแปลงร่าง (Transformation) ในจังหวะที่เหมาะสม แทนที่จะต้องมานั่งจำ Input ของเฟรมดาต้า (Frame-data) ที่ซับซ้อน

เสน่ห์หลักของเกมนี้อยู่ที่ความสมดุลระหว่างการเข้าถึงง่ายและความอลังการ การต่อสู้เกิดขึ้นในพื้นที่แบบ 3 มิติเต็มรูปแบบที่ผู้เล่นสามารถพุ่งตัว บิน และวาร์ป (Teleport) ด้วยความเร็วที่ถอดแบบมาจากฉากแอ็กชันสุดมันในอนิเมะ ระบบการต่อสู้จะให้รางวัลกับการอ่านทางคู่ต่อสู้ การจับจังหวะสวนกลับ (Counter) และการทำคอมโบแปลงร่าง (Transformation) ในจังหวะที่เหมาะสม แทนที่จะต้องมานั่งจำ Input ของเฟรมดาต้า (Frame-data) ที่ซับซ้อน

 

เกมเพลย์และระบบการเล่น



ระบบการต่อสู้ของ Sparking! Zero เน้นไปที่เสาหลักสำคัญไม่กี่อย่างที่ทำให้มันแตกต่างจากเกมต่อสู้ 2D ทั่วไป:


การวาร์ปหลบ (Vanishing attacks) และการสวนกลับด้วยภาพติดตา (Afterimage counters)
การชาร์จพลัง Ki และระบบปะทะพลัง (Beam clash)
การแปลงร่างตัวละครระหว่างต่อสู้
การโจมตีต่อเนื่อง (Rush attacks) และคอมโบไล่ล่า (Pursuit chains)
ท่าไม้ตาย (Ultimate attacks) เฉพาะตัวของแต่ละตัวละคร
ระบบการแปลงร่างคือจุดที่ทำให้เกมนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การเปลี่ยนจาก Goku ร่างปกติเป็น Super Saiyan กลางแมตช์จะเปลี่ยนทั้งค่าสถานะ (Stats), ท่าโจมตี (Moveset) และรูปลักษณ์แบบเรียลไทม์ ซึ่งหมายความว่าผลแพ้ชนะสามารถพลิกผันได้ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกจะระเบิดพลังตอนไหน การบริหารจังหวะเหล่านี้จึงกลายเป็นเมต้าเกม (Meta-game) ในตัวมันเอง


ฉากต่อสู้ไม่ใช่แค่ฉากหลังที่อยู่นิ่งๆ แต่ภูมิประเทศจะเปลี่ยนแปลงไปตามการโจมตีหนักๆ กำแพงพังทลาย และสภาพแวดล้อมจะตอบสนองต่อการยิงพลัง Ki และท่าไม้ตาย การต่อสู้ที่เริ่มในเมืองอาจทำให้ตึกทั้งบล็อกกลายเป็นซากปรักหักพังเมื่อจบแมตช์ การทำลายสภาพแวดล้อมเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่มันส่งผลต่อพื้นที่การเล่นและจุดกำบังหรืออันตรายที่จะเกิดขึ้นระหว่างแมตช์ด้วย

 

ตัวละครใน Dragon Ball: Sparking! Zero มีเยอะแค่ไหน?


รายชื่อตัวละครใน Sparking! Zero ถือว่าเยอะที่สุดในบรรดาเกมต่อสู้ Dragon Ball ทั้งหมดที่เคยมีมา โดยดึงตัวละครมาจากทั้งซีรีส์ต้นฉบับ, Z, Super และ GT นักสู้แต่ละคนมาพร้อมกับความสามารถเฉพาะตัว ท่าไม้ตายที่เป็นเอกลักษณ์ และในหลายๆ กรณีก็มีร่างแปลงที่ทำหน้าที่เป็นรูปแบบการต่อสู้ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่การเพิ่มค่าสถานะเฉยๆ ตัวละครอย่าง Vegeta, Frieza และ Broly ต่างก็มีเวอร์ชันที่เล่นได้หลายแบบซึ่งสะท้อนถึงช่วงเวลาต่างๆ ในเนื้อเรื่อง ซึ่งช่วยเพิ่มจำนวนตัวละครที่ใช้งานได้จริงให้มากกว่าจำนวนตัวละครพื้นฐานไปอีกหลายเท่า


ความลึกระดับนี้ทำให้เกมมีค่า Replayability สูงมาก การเรียนรู้ความแตกต่างของ Goku กว่าสิบเวอร์ชันที่แต่ละตัวมีท่าไม้ตายและสายการแปลงร่างของตัวเอง ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนพอสมควร สำหรับสาย Competitive เกมนี้มีอะไรให้ทำอีกเยอะเป็นร้อยๆ ชั่วโมง

โหมดผู้เล่นหลายคนและการเล่นออนไลน์


Sparking! Zero รองรับทั้งการเล่นแบบ Local และ Online Multiplayer สูงสุด 2 คน การเล่นออนไลน์บน PlayStation จำเป็นต้องมี PS Plus และตัวเกมยังมีระบบซื้อของในเกม (In-game purchases) เพิ่มเติมจากเนื้อหาหลัก โหมดออนไลน์ช่วยให้ผู้เล่นได้ทดสอบความรู้เรื่องตัวละครของตัวเองกับคนอื่นๆ ซึ่งเป็นจุดที่ความลึกของตัวละครและระบบแปลงร่างแสดงผลลัพธ์ออกมาได้ชัดเจนที่สุด

 

งานภาพและเสียง


งานภาพยังคงรักษาความสวยงามตามสไตล์อนิเมะไว้อย่างไม่มีที่ติ โมเดลตัวละครมีความคมชัดและแสดงอารมณ์ได้ดี ท่าปล่อยพลังเต็มไปด้วยสีสันและเอฟเฟกต์อนุภาค ซึ่งภาพรวมทั้งหมดดูใกล้เคียงกับอนิเมะมากกว่าเกม Dragon Ball ภาคไหนๆ ที่เคยทำมา เวอร์ชัน PlayStation 5 รองรับระบบสั่น DualSense haptic feedback และ adaptive triggers ซึ่งเพิ่มสัมผัสที่สมจริงเวลาปะทะพลังหรือโดนโจมตีหนักๆ ซึ่งเวอร์ชันอื่นไม่มี ส่วนงานเสียงก็ทำออกมาได้เข้ากับพลังของภาพ ทั้งเสียงพากย์ที่คุ้นเคยและเพลงประกอบที่เร้าอารมณ์ไปพร้อมกับความเข้มข้นของการต่อสู้


ด้วยคะแนนรีวิว 4.52 ดาวจากผู้ให้คะแนนกว่า 65,000 คนบน PlayStation Store ทำให้ Sparking! Zero ได้รับการตอบรับอย่างที่แฟนๆ Budokai Tenkaichi รอคอยมานานหลายปี การผสมผสานระหว่างจำนวนตัวละครที่มหาศาล ฉากที่ทำลายได้ และระบบการต่อสู้ที่ถ่ายทอดความรู้สึกของการต่อสู้สุดเดือดใน Dragon Ball ออกมาได้อย่างแท้จริง ทำให้มันกลายเป็นเกมต่อสู้ 3D Arena ที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่แฟรนไชส์นี้เคยสร้างมา

Dragon Ball: Sparking! Zero

สัมผัสความมันส์ใน Dragon Ball: Sparking! Zero เกมต่อสู้ 3D สุดเดือด! แปลงร่าง ปล่อยพลัง และทำลายฉากให้ราบคาบในศึกตัดสินที่แฟนดราก้อนบอลห้ามพลาด!