• หน้าหลัก
  • เกม
  • คู่มือ
  • ข่าวสาร
  • รีวิว
  • ภารกิจ
  • กล่องปริศนา
  • รายการ
Dragonkin: The Banished Banner
  1. เกม
  2. Dragonkin: The Banished
  3. ภาพรวม

Dragonkin: The Banished

เกี่ยวกับ Dragonkin: The Banished

สตูดิโอ

Eko Software

เว็บไซต์

store.steampowered.com/app/1863430

วันวางจำหน่าย

March 16th 2026

Dragonkin: The Banished Logo
Dragonkin: The Banished
การกระทำการผจญภัย

เกมแอ็กชัน RPG สไตล์ Hack-and-slash ที่ฮีโร่นักล่ามังกรทั้ง 4 จะต้องต่อสู้กับเหล่ามอนสเตอร์ สร้างเมือง และฝึกฝนระบบสกิลแบบ Grid.

ผู้พัฒนา

Eko Software

วันวางจำหน่าย

March 16th 2026

แพลตฟอร์ม

บทนำ

โหยหาเกม RPG สไตล์ Hack-and-slash ที่ผสมผสานการสร้างเมืองและการปรับแต่งตัวละครสุดลึกเข้ากับการต่อสู้สุดมันส์ในการสังหารมังกรหรือไม่? Dragonkin: The Banished เกมจาก Eko Software และจัดจำหน่ายโดย Nacon นำเสนอฮีโร่ 4 คลาสที่แตกต่างกันในการต่อกรกับโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่ถูกมังกรครอบงำ แคมเปญทั้งหมดสามารถเล่นออนไลน์แบบ Co-op ได้สูงสุด 4 คน และระบบ Ancestral Grid ก็มีอะไรให้แฟนๆ สายสร้างบิลด์ได้เจาะลึกมากมาย

Dragonkin: The Banished Gallery 1
Dragonkin: The Banished Gallery 2
Dragonkin: The Banished Gallery 3
Dragonkin: The Banished Gallery 4
Dragonkin: The Banished Gallery 5
Dragonkin: The Banished Gallery 6
Dragonkin: The Banished Gallery 7
Dragonkin: The Banished Gallery 8
Dragonkin: The Banished Gallery 9
Dragonkin: The Banished Gallery 10

ภาพรวม

Dragonkin: The Banished เป็นเกมแนวแอ็คชั่น RPG แบบ Hack-and-slash ที่ตั้งอยู่ในโลกที่ถูกทำลายล้างโดยมังกร ซึ่งเลือดของพวกมันได้ซึมซาบลงสู่ผืนดินและก่อให้เกิดคลื่นสัตว์ประหลาดที่ถูกสาป ผู้เล่นจะได้สวมบทบาทเป็นหนึ่งในสี่คลาสฮีโร่ โดยแต่ละคนจะดื่มเลือดมังกรเพื่อรับพลังของตนเอง จากนั้นจึงผลักดันฝ่าฝูงศัตรูไปสู่เป้าหมายสุดท้ายคือการกำจัดมังกรบรรพบุรุษทั้งสี่ตัว เกมนี้จะวางจำหน่ายในวันที่ 16 มีนาคม 2026 สำหรับ PC (Steam), PlayStation 5 และ Xbox โดยมีราคาอยู่ที่ $39.99 บน PlayStation

โครงสร้างของเกมจะคุ้นเคยสำหรับแฟนเกมแนวแอ็คชั่น RPG: สังหารศัตรู, เก็บไอเทม (loot), อัปเกรดตัวละครของคุณ และลุยคอนเทนต์ที่ยากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่ทำให้ Dragonkin แตกต่างจากเกมแนว Beat-em-up ทั่วไปคือวิธีการนำระบบ Ancestral Grid และเมือง Montescail มาผสมผสานเข้ากับวงจรการเล่นหลัก ทำให้ผู้เล่นมีสองเส้นทางการพัฒนาที่แตกต่างกันให้จัดการไปพร้อมๆ กัน

รูปแบบการเล่นและกลไก: ระบบ Ancestral Grid ทำงานอย่างไร?

Ancestral Grid คือระบบที่โดดเด่นที่สุดของ Dragonkin ฮีโร่ทั้งสี่คนจะมีกริดของตัวเอง ซึ่งผู้เล่นจะวางสกิลที่ได้รับจากการต่อสู้เป็นไอเทม (loot) จากนั้นจึงใส่ตัวปรับแต่ง (modifier) รอบๆ สกิลเหล่านั้นเพื่อเพิ่มพลังหรือเปลี่ยนแปลงเอฟเฟกต์ กริดนี้ไม่ใช่แค่ต้นไม้พรสวรรค์ (talent tree) แบบพาสซีฟ สกิลจะดรอปจากศัตรูเหมือนกับอุปกรณ์ (gear) ซึ่งหมายความว่าการสร้างบิ้วด์ (build-crafting) จะผูกติดโดยตรงกับวิธีการและสถานที่ที่คุณฟาร์ม ทุกช่องสามารถปรับแต่งให้เหมาะสมที่สุด และจำนวนการผสมผสานสกิลและตัวปรับแต่งที่เป็นไปได้สำหรับฮีโร่ทั้งสี่นั้นมีมากมายมหาศาล

คลาสที่เล่นได้ทั้งสี่คลาสครอบคลุมช่วงการต่อสู้มาตรฐาน:

  • Knight: นักสู้ระยะประชิด
  • Barbarian: นักสร้างความเสียหายระยะประชิดที่เน้นพลังทำลายล้างสูง
  • Oracle: นักร่ายเวทมนตร์ระยะไกล
  • Archer: นักโจมตีระยะไกลด้วยอาวุธกายภาพ

แต่ละคลาสมี Ancestral Grid ของตัวเอง, คู่หู Wyrmling ของตัวเอง และเทคนิคการต่อสู้ของตัวเอง ดังนั้นการสลับฮีโร่จึงไม่ใช่แค่การเลือกรูปลักษณ์เท่านั้น

การสร้างเมืองเป็นระบบการพัฒนา

Montescail ตั้งอยู่ที่ศูนย์กลางของวงจรการพัฒนาที่สองของเกม เมืองนี้ถูกอธิบายว่าเป็นปราการสุดท้ายของมนุษยชาติ และจะเติบโตขึ้นเมื่อผู้เล่นลุยแคมเปญไปเรื่อยๆ สามารถอัปเกรดสิ่งก่อสร้าง, ปลดล็อกผู้อยู่อาศัยใหม่ และขยายบริการต่างๆ การอัปเกรดเหล่านี้จะส่งผลย้อนกลับไปสู่การพัฒนาตัวละครโดยการปลดล็อกอุปกรณ์และบริการใหม่ๆ ที่อาจไม่สามารถเข้าถึงได้หากไม่มี

เมืองนี้ยังเป็นพื้นที่ส่วนกลางในโหมด co-op ผู้เล่นสูงสุด 4 คนสามารถทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนา Montescail ซึ่งหมายความว่าการตัดสินใจในการก่อสร้างของกลุ่มจะมีผลอย่างแท้จริงเมื่อทั้งปาร์ตี้ได้รับประโยชน์จากผลลัพธ์

ผู้เล่นหลายคนและโหมด co-op: สามารถเล่นทั้งเกมกับเพื่อนได้หรือไม่?

ใช่ การผจญภัยทั้งหมดใน Dragonkin รองรับโหมด co-op ออนไลน์ตั้งแต่ต้นจนจบ โหมด co-op รองรับผู้เล่นสูงสุด 4 คนทางออนไลน์ และทุกคอนเทนต์ ตั้งแต่การมาถึง Montescail ในช่วงเริ่มต้นไปจนถึงกิจกรรมช่วงท้ายเกม สามารถเข้าถึงได้ในโหมดนี้ บน PlayStation 5 จำเป็นต้องมี PS Plus สำหรับการเล่นออนไลน์ โหมด co-op แบบ Local รองรับผู้เล่น 1 ถึง 2 คน

นี่ไม่ใช่เกมที่มองว่าโหมดผู้เล่นหลายคนเป็นเรื่องรอง หรือล็อคโหมด co-op ไว้ในโหมดแยกต่างหาก แคมเปญ, การพัฒนาเมือง และคอนเทนต์ช่วงท้ายเกม ทั้งหมดทำงานในเซสชั่น co-op เดียวกัน ซึ่งทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มที่มองหาประสบการณ์แอ็คชั่น RPG ร่วมกัน

Loading table...

บทสรุป

Dragonkin: The Banished ผสมผสานการต่อสู้แบบ Hack-and-slash เข้ากับระบบการพัฒนาที่แตกต่างกันสองระบบ: การปรับแต่งบิ้วด์ที่ขับเคลื่อนด้วยไอเทม (loot) ของ Ancestral Grid และวงจรการสร้างเมืองที่เน้นที่ Montescail คลาสที่เล่นได้สี่คลาสพร้อมกริดเฉพาะตัว, การรองรับโหมด co-op เต็มรูปแบบตลอดทั้งแคมเปญสำหรับผู้เล่นสูงสุด 4 คน และโลกที่ถูกมังกรสาปที่กำหนดเป้าหมายการเล่าเรื่องที่ชัดเจนให้กับทุกการต่อสู้ ทำให้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับแฟนเกมแอ็คชั่น RPG ที่ต้องการอะไรทำมากกว่าแค่การต่อสู้ระหว่างรอบ ราคา $39.99 บน PlayStation ควบคู่ไปกับการรองรับข้ามแพลตฟอร์มบน Steam และ Xbox ทำให้เกมนี้เข้าถึงได้สำหรับผู้เล่นส่วนใหญ่ในแนวนี้