ภาพรวม
Duke Nukem Forever สานต่อเรื่องราวจาก Duke Nukem 3D โดยคราวนี้ Duke กลายเป็นเซเลบที่ใช้ชีวิตชิลล์ๆ กับชื่อเสียงในการปราบเอเลี่ยน แต่แล้วพวกเอเลี่ยนก็กลับมา ลักพาตัวสาวๆ ไป แถมยังมาแตะต้องเบียร์ของเขาอีก งานนี้ Duke เลยต้องลุกจากโซฟามาจัดหนัก! พล็อตเรื่องตั้งใจให้ดูหลุดโลกสุดๆ และตัวเกมก็ใส่ความกาวนี้มาแบบจัดเต็มตลอดทั้งแคมเปญ มีทั้งการลุยยิงในทางเดินแคบๆ ผสมกับการแก้ปริศนาฉาก การขับยานพาหนะ และจังหวะกวนๆ อีกเพียบที่จะทำให้คุณต้องหยุดดูว่าเกมนี้มันกล้าทำไปได้ยังไงกับความเกรียนที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง
Gearbox Software เป็นผู้จัดจำหน่ายเกมนี้หลังจากรับช่วงต่อมาจาก 3D Realms ทำให้ตัวเกมเวอร์ชันสุดท้ายมีร่องรอยของปัญหาในช่วงพัฒนาติดมาด้วย บางช่วงของเกมให้ความรู้สึกเหมือนถูกสร้างขึ้นในยุคที่ต่างกันแล้วเอามาเย็บรวมกัน ซึ่งจริงๆ มันก็เป็นแบบนั้นแหละ! แต่ถึงอย่างนั้น ภายใต้รอยต่อเหล่านั้นก็ยังมีความสนุกที่ลงตัวอยู่ ซึ่งเน้นขายความ Nostalgia (ความหลัง) และความช็อกแบบกวนๆ ในสัดส่วนที่พอเหมาะพอดี
เกมเพลย์และระบบการเล่น
Core FPS loop (รูปแบบการเล่นหลัก) ใน Duke Nukem Forever นั้นเข้าใจง่ายมาก: เดินลุยไปตามด่าน จัดการเอเลี่ยนด้วยอาวุธสุดเพี้ยนที่อัปเกรดความแรงขึ้นเรื่อยๆ และโต้ตอบกับสภาพแวดล้อมระหว่างพักรบ ตัวเกมจำกัดให้พกอาวุธได้แค่สองอย่าง ซึ่งเป็นประเด็นถกเถียงกันในหมู่แฟนๆ ที่คุ้นเคยกับสูตรสำเร็จแบบคลาสสิกของ Duke

Duke Nukem Forever content image
ระบบหลักๆ ที่น่าสนใจ:
- การต่อสู้ด้วยปืนย่อส่วน (Shrink ray) และปืนแช่แข็ง (Freeze ray)
- สภาพแวดล้อมที่โต้ตอบได้ (พินบอล, พูล, ยกน้ำหนัก)
- ช่วงขับยานพาหนะ
- ช่วงแก้ปริศนา
- ระบบ Ego meter ที่ใช้แทนระบบฟื้นฟูเลือด (Regenerating health)
ระบบ Ego จะมาแทนที่หลอดเลือดแบบเดิมๆ โดย Duke จะฟื้นฟูพลังชีวิตได้จากการทำกิจกรรมสไตล์ Duke เช่น ส่องกระจก, ยกน้ำหนัก, แจกลายเซ็น ซึ่งเป็นการนำเสนอคาแรกเตอร์ผ่านระบบเกมที่ทำออกมาได้ดีเกินคาด

Duke Nukem Forever content image
ความสามารถในการโต้ตอบกับโลกในเกมคือจุดแข็งที่แท้จริง ตู้สล็อต, โต๊ะแอร์ฮอกกี้ และแป้นบาสเกตบอลที่วางอยู่ตามด่านนั้นใช้งานได้จริงทั้งหมด แม้จะไม่ได้ช่วยให้เนื้อเรื่องเดินหน้า แต่ก็ทำให้เรารู้สึกว่าโลกของ Duke มันมีชีวิตชีวามากกว่าแค่เป็นสนามยิงปืน
โหมด Multiplayer ของ Duke Nukem Forever เป็นยังไง?
Duke Nukem Forever มาพร้อมกับโหมด Multiplayer หลายโหมดที่นำรูปแบบคลาสสิกมาปรับใช้กับอาวุธในเกม ปืนย่อส่วนช่วยเปลี่ยน Deathmatch ธรรมดาๆ ให้กลายเป็นความโกลาหลสุดฮา เพราะผู้เล่นสามารถเหยียบศัตรูที่ตัวเล็กลงได้ ส่วนระบบแช่แข็งและทุบให้แตกก็เพิ่มความมันส์ให้กับการ Fragfest (การไล่ฆ่ากัน) ได้อีกระดับ
โหมดต่างๆ ก็คุ้นเคยกันดี ทั้ง Deathmatch, Capture the babe (ที่ล้อมาจาก Capture the flag) และโหมดแบ่งทีม แม้ว่า Multiplayer จะไม่ได้ยืนระยะได้นานเหมือนเกมยิงออนไลน์อื่นๆ ในยุคเดียวกัน แต่ก็ถือเป็นส่วนเสริมที่สนุกสำหรับกลุ่มเพื่อนที่อยากเสพความกาวของ Duke เพิ่มเติม

Duke Nukem Forever content image
ผลกระทบและตำนานที่ทิ้งไว้
Duke Nukem Forever มีความพิเศษตรงที่เป็นทั้งมุกตลกและส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์วงการเกม ตัวเกมใช้เวลาพัฒนานานถึง 14 ปี จนกลายเป็นตำนานของ Vaporware (เกมที่ประกาศแต่ไม่เสร็จสักที) และเป็นอุทาหรณ์ของ Development hell (นรกของการพัฒนาเกม) เมื่อวางจำหน่ายในวันที่ 9 มิถุนายน 2011 เสียงวิจารณ์ส่วนใหญ่ก็ออกมาในเชิงผสมผสานไปจนถึงแง่ลบ โดยมองว่าดีไซน์เกมมันล้าสมัยและจังหวะการเล่นไม่ต่อเนื่อง
สิ่งที่นักวิจารณ์มองข้ามไป หรือให้ความสำคัญน้อยเกินไป คือการที่ Duke Nukem Forever เปรียบเสมือน Time capsule (แคปซูลกาลเวลา) มันเล่นเหมือนเกมยิงยุคกลางปี 2000 เพราะส่วนใหญ่ของเกมถูกสร้างขึ้นในช่วงนั้น สำหรับผู้เล่นที่โตมากับ Duke Nukem 3D การได้เห็น "The King" กลับมาโลดแล่นในเอนจินยุคใหม่พร้อมมุกตลกดิบๆ นั้นถือเป็นอะไรที่ฟินสุดๆ เกมนี้สามารถเล่นได้บน Windows, macOS, PlayStation และ Xbox และยังหาซื้อได้ผ่าน Steam สำหรับใครที่อยากสัมผัสหนึ่งในเกมที่มีสตอรี่เบื้องหลังน่าจดจำที่สุดในวงการ

Duke Nukem Forever content image







