ภาพรวม
Dungeonoid 2: Awakening ผลงานการจัดจำหน่ายโดย Eastasiasoft Limited และพัฒนาโดย Pixel Bones Studio คือเกมที่หยิบเอาสองแนวเกมมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว: เกมแนวทำลายบล็อก (Brick-breaker) สุดคลาสสิกที่นำมาฟิวชันกับระบบการเล่นแบบตะลุยดันเจี้ยนสไตล์ RPG ตัวเกมวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2024 นำเสนอโลกในรูปแบบพิกเซลอาร์ตมุมมองจากด้านบน (Top-down) โดยอาวุธหลักของคุณคือลูกบอลเวทมนตร์ที่เด้งไปมา และเครื่องมือเดียวที่คุณใช้ควบคุมมันได้คือแพลตฟอร์มลอยฟ้าที่คุณต้องสไลด์ซ้าย-ขวาที่ด้านล่างของหน้าจอ
คอนเซปต์อาจจะดูเรียบง่าย แต่ความลึกของเกมนั้นซ่อนอยู่เพียบ! ทั้งกำแพง ป้ายหลุมศพ และศัตรูต่างก็เป็นเป้าหมายที่คุณต้องทำลาย และเมื่อทำลายได้สำเร็จ ไอเทมบัฟ (Power-up) จะดรอปตกลงมาหาแพลตฟอร์มของคุณ ซึ่งมีทั้งไอเทมฟื้นพลัง, ไอเทมที่ทำให้แพลตฟอร์มเล็กลง หรือไอเทมที่ช่วยเพิ่มพลังโจมตีให้ลูกบอลของคุณ การบริหารจัดการไอเทมเหล่านี้ไปพร้อมๆ กับการคุมลูกบอลให้ยังคงอยู่ในฉากสร้างความตื่นเต้นและต้องใช้สมาธิสูงมาก ซึ่งนี่แหละคือจุดที่ทำให้ Dungeonoid 2 แตกต่างจากเกมแนว Arkanoid ทั่วไป
ระบบการเล่นและกลไกของเกม
หัวใจหลักของเกมวนเวียนอยู่กับคลาส RPG ทั้ง 4 คลาส ซึ่งแต่ละคลาสจะมีค่าสเตตัส (Stats) และสกิลพิเศษ (Special skill) ที่แตกต่างกัน การเลือกคลาสจะส่งผลต่อวิธีการเล่นในแต่ละชั้นของดันเจี้ยน เพราะสไตล์การเล่นของสาย Warrior ย่อมแตกต่างจากสาย Mage โดยเฉพาะจังหวะการชาร์จและปล่อยสกิลพิเศษเพื่อจัดการกับบอสตัวใหญ่ๆ ในเกม

Dungeonoid 2: Awakening content image
สรุปกลไกสำคัญ:
- ใช้แพลตฟอร์มเคลื่อนที่เพื่อสะท้อนลูกบอล
- ทำลายกำแพง ศัตรู และสิ่งกีดขวางเพื่อลุ้นไอเทมดรอป
- เก็บหรือหลบไอเทมบัฟที่ตกลงมา
- ชาร์จสกิลพิเศษเฉพาะคลาส
- เผชิญหน้ากับบอสที่มีดีไซน์แบบบล็อกสุดเท่

Dungeonoid 2: Awakening content image
คุณจะเสียหัวใจ (Heart) ก็ต่อเมื่อลูกบอลหลุดรอดแพลตฟอร์มของคุณไป ดังนั้นการวางตำแหน่งและการกะจังหวะมุมเด้งของลูกบอลจึงสำคัญพอๆ กับการรีบเคลียร์เป้าหมาย ความตึงเครียดระหว่างการเล่นแบบบุก (ไล่เก็บบัฟเพิ่มความเร็วลูกบอล) กับการเล่นแบบตั้งรับ (คอยป้องกันหัวใจ) ทำให้เกมเพลย์ในแต่ละจังหวะมีความลึกมากกว่าที่งานภาพสไตล์เรโทรจะทำให้คุณคาดคิด
อะไรที่ทำให้ Dungeonoid 2 โดดเด่น?
เกมแนวผสมผสานมักจะเจอปัญหาที่ฝั่งหนึ่งเด่นเกินไปจนกลบอีกฝั่ง แต่ Dungeonoid 2 รักษาความสมดุลของทั้งสองแนวไว้ได้ดีมาก ระบบคลาส RPG ไม่ได้มีไว้แค่สวยงาม แต่ละคลาสจะเปลี่ยนสกิลพิเศษของคุณ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อวิธีที่คุณรับมือกับบอส ผู้เล่นที่เลือกคลาสเพราะค่าสเตตัสจะเล่นในแต่ละชั้นต่างจากคนที่เลือกเพราะสกิลพิเศษ ทำให้การตะลุยดันเจี้ยนสั้นๆ มีความหลากหลายและน่ากลับมาเล่นซ้ำ

Dungeonoid 2: Awakening content image
งานภาพพิกเซลอาร์ตสไตล์เรโทรช่วยตอกย้ำความเป็นเกมอาร์เคดโดยไม่ดูพยายามยัดเยียดความ Nostalgia จนเกินไป ดันเจี้ยนให้ความรู้สึกเหมือนเป็นสถานที่จริงๆ ไม่ใช่แค่ตารางบล็อกว่างๆ ทั้งป้ายหลุมศพ กำแพง และสไปรท์ศัตรูต่างเข้ากับธีมตะลุยดันเจี้ยนได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะดีไซน์บอสที่เป็นบล็อกๆ นั้นเข้ากับธีม Brick-breaker สุดๆ ทำให้พวกมันดูเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้จริงๆ ไม่ใช่แค่หยิบยืมมาจากเกมอื่น
คอนเทนต์และการเล่นซ้ำ
ด้วยคลาสที่เล่นได้ 4 คลาส และชั้นดันเจี้ยนที่สุ่มรูปแบบศัตรูและสิ่งกีดขวางมาให้ไม่ซ้ำกัน Dungeonoid 2 ตอบโจทย์ความคุ้มค่าในการเล่นซ้ำแบบที่เกมอาร์เคดควรจะเป็น คือเล่นจบไวแต่มีความหลากหลายมากพอที่จะทำให้คุณอยากเริ่มรอบใหม่ ระบบ Power-up ยังเพิ่มความสุ่มเข้ามาในทุกๆ การเล่น ทำให้ไม่มีรอบไหนที่เล่นเหมือนกันเป๊ะ แม้จะเป็นชั้นที่คุณคุ้นเคยก็ตาม

Dungeonoid 2: Awakening content image
สำหรับใครที่ชอบเล่นเกมแนวอาร์เคด RPG บนเครื่องพกพา เวอร์ชั่น Nintendo Switch จะทำให้จังหวะการเล่นแบบหยิบมาเล่นแป๊บเดียวแล้ววางลงนั้นรู้สึกเป็นธรรมชาติมาก ตัวเกมวางจำหน่ายแล้วบน PC ผ่าน Steam, Xbox, PlayStation และ Nintendo Switch ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์มหลักในปัจจุบัน Dungeonoid 2: Awakening จัดเป็นเกมอินดี้แนวอาร์เคด RPG ที่ลงตัวสุดๆ สำหรับใครที่มองหาเกมทำลายบล็อกที่มีโครงสร้าง RPG เข้มข้นพอที่จะทำให้ทุกการเล่นมีความหมาย







