Overview
Dust & Neon คือเกมแนว Roguelite Action RPG มุมมองจากด้านบน (Top-down) ที่พัฒนาโดย David Marquardt Studios และจัดจำหน่ายโดย Rogue Games ซึ่งเปิดให้เล่นแล้วเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2023 ทั้งบน PC, คอนโซล และแพลตฟอร์มมือถือ พล็อตเรื่องหลักนั้นฟังดูหลุดโลกสุดๆ เมื่อนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องได้คืนชีพให้กับมือปืนระดับตำนานที่ตอนนี้กลายเป็นไซบอร์กครึ่งคนครึ่งเครื่องจักร เพื่อกลับมาทวงคืนดินแดน Wild West แห่งอนาคตที่ถูกกองทัพหุ่นยนต์ยึดครอง ซึ่งการเซ็ตอัปแบบนี้ทำให้ตัวเกมมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นและถ่ายทอดออกมาในทุกระบบการเล่น
ระบบการควบคุมแบบ Twin-stick shooter นั้นทำออกมาได้กระชับและตอบสนองไวมาก เหมาะสำหรับการต่อสู้ที่ต้องเคลื่อนที่ตลอดเวลาและต้องเลือกลำดับความสำคัญของเป้าหมาย ศัตรูจะบุกเข้ามาเป็นระลอกและจัดขบวนมาในรูปแบบที่ถ้าคุณยืนนิ่งๆ เป็นโดนเก็บแน่นอน เกมจึงบีบให้เราต้องเล่นแบบดุดันและคล่องตัวอยู่เสมอ ฉากหลังที่เป็นสไตล์คาวบอยยุคอนาคตไม่ได้มีไว้แค่ประดับฉากเท่านั้น แต่มันส่งผลต่อความรู้สึกในการดวลปืนด้วยพื้นที่โล่งกว้างที่เอื้อให้เราต้องใช้ทักษะการอ่านเกมและตำแหน่งการยืนให้เป็นประโยชน์

Dust & Neon content image
Gameplay and mechanics
หัวใจสำคัญของลูปการเล่นใน Dust & Neon คือโครงสร้างแบบ Roguelite ที่ผสมผสานเข้ากับระบบ Looter-shooter ทุกครั้งที่เริ่ม Run ใหม่ เกมจะสุ่มดรอปอาวุธที่มีค่าสถานะ (Stats) และม็อด (Modifiers) ที่แตกต่างกัน ทำให้ไม่มีการเล่นรอบไหนที่เหมือนกันเลย ตัวละคร Gunslinger ของเราสามารถอัปเกรดระหว่างรอบได้ ซึ่งหมายความว่าความก้าวหน้าของเราจะยังคงอยู่แม้ว่าการเล่นรอบนั้นจะจบลงแบบไม่สวยงามก็ตาม

Dust & Neon content image
กลไกสำคัญที่ทำให้เกมนี้สนุก:
- อาวุธที่สุ่มดรอปแบบ Procedural ในทุกรอบการเล่น
- ความสามารถและอัปเกรดสไตล์คาวบอยจักรกล
- การต่อสู้แบบ Twin-stick shooter ในมุมมองจากด้านบน
- ระบบ Roguelite ที่ตายแล้วเริ่มใหม่แต่ยังคงความก้าวหน้าไว้ได้
- รองรับการเล่นหลายแพลตฟอร์มทั้ง PC, คอนโซล และมือถือ
ความหลากหลายของอาวุธนั้นอิงมาจากต้นแบบของ Wild West อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นปืนลูกโม่ (Revolvers), ปืนไรเฟิล (Rifles) และปืนลูกซอง (Shotguns) ซึ่งทั้งหมดถูกนำมาปรับแต่งให้มีความเป็น Sci-fi จนเข้ากับโลกที่เต็มไปด้วยหุ่นยนต์ได้อย่างลงตัว การรีโหลดกระสุนต้องทำด้วยตัวเองและต้องอาศัยจังหวะ ซึ่งจุดนี้เองที่สร้างความตึงเครียดและทำให้ Dust & Neon แตกต่างจากเกมยิงทั่วไปที่การจัดการกระสุนเป็นเพียงเรื่องรอง

Dust & Neon content image
World and setting
คอนเซปต์ Wild West แห่งอนาคตในเกมนี้ทำออกมาได้ดีเกินคาด หุ่นยนต์ไม่ได้แค่บุกมายึดครองโลกเฉยๆ แต่พวกมันเคยเป็นคนรับใช้ที่ปฏิเสธการโปรแกรมและยึดอำนาจไปจากมนุษย์ เบื้องหลังนี้ทำให้ฝ่ายศัตรูดูมีมิติและมีความสมเหตุสมผลในตัว ไม่ใช่แค่เครื่องจักรไร้สมอง แต่เป็นอารยธรรมที่ชนะสงคราม ส่วนตัวเอก Gunslinger ที่ถูกนักวิทยาศาสตร์จริยธรรมกังขาชุบชีวิตขึ้นมา ก็รับบทเป็นมวยรองที่ต้องสู้กับโชคชะตาอย่างเต็มตัว
ในด้านงานภาพ เกมนี้จัดเต็มกับสไตล์นีออนตัดกับฝุ่นทราย สภาพแวดล้อมที่เป็นทะเลทรายส่องประกายด้วยแสงไฟประดิษฐ์ เครื่องจักรที่เป็นสนิมวางอยู่เคียงข้างสถาปัตยกรรมแบบร้านเหล้าในยุคคาวบอย โลกทั้งใบมีตรรกะทางภาพที่สอดคล้องกัน ทำให้ฉากหลังดูมีชีวิตชีวาและสมจริง ไม่ใช่แค่การเอาของมาวางรวมกันให้ดูแปลกตา
Content and replayability
การออกแบบสไตล์ Roguelite ทำให้ Dust & Neon ถูกสร้างมาเพื่อการเล่นซ้ำตั้งแต่ต้น ระบบสุ่มอาวุธทำให้การฟาร์มของยังคงความสดใหม่อยู่เสมอ ในขณะที่ระบบอัปเกรดระหว่างรอบก็เป็นเหตุผลชั้นดีที่ทำให้ผู้เล่นอยากฝ่าฟันศัตรูที่ยากลำบากแทนที่จะกดเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น การสู้กับบอสและความหลากหลายของศัตรูจะทวีความท้าทายขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ช่วงกลางถึงท้ายเกมไม่น่าเบื่อ
การที่ตัวเกมวางจำหน่ายทั้งบน Xbox, PlayStation, Nintendo Switch, PC ผ่าน Steam และ Epic Games Store รวมถึง Android และ iOS ทำให้มันเป็นหนึ่งในเกม Roguelite Shooter ที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด สำหรับเวอร์ชันมือถือได้นำระบบการควบคุมแบบ Twin-stick มาไว้บนหน้าจอสัมผัส ซึ่งจะสะดวกสบายหรือขัดใจแค่ไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความถนัดในการใช้จอยเสมือนของคุณแล้วล่ะ

Dust & Neon content image
สำหรับผู้เล่นที่มองหาเกมแนว Roguelite ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวชัดเจน ไม่ได้หยิบยืมสไตล์มาจากแนวแฟนตาซีหรือ Sci-fi ทั่วไป พล็อตเรื่องคาวบอยปะทะหุ่นยนต์ของ Dust & Neon จะมอบประสบการณ์ที่โดดเด่นและน่าจดจำในทุกรอบการเล่นอย่างแน่นอน








