ภาพรวม
Earthworm Jim เริ่มต้นจากหนึ่งในไอเดียที่คาดไม่ถึงที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเกม เรื่องราวของไส้เดือนธรรมดาๆ ชื่อ Jim ที่จู่ๆ ก็มีชุดซูเปอร์ไซเบอร์สเปซสุดไฮเทคที่ไม่มีวันพังตกลงมาจากวงโคจรใส่ตัวเขา ทำให้เขากลายเป็นความหวังเดียวในการขัดขวาง Queen Slug-for-a-Butt วายร้ายที่ต้องการทวงชุดนี้คืนอย่างบ้าคลั่ง เกมนี้พัฒนาโดย Shiny Entertainment และวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 1994 โดยเป็นการผสมผสานแอ็กชันแนว side-scrolling platformer เข้ากับการวิ่งยิง (run-and-gun) ผ่านด่านต่างๆ ที่มีความหลากหลายสุดโต่งและไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์ใดๆ เลย

Earthworm Jim content image
เนื้อเรื่องมีความเป็นคอมิกส์สุดกาวที่มาพร้อมกับเกมเพลย์ที่จริงจัง Jim ใช้ร่างไส้เดือนของเขาเป็นแส้ (worm-whip) ใช้ปืนพลาสม่า (plasma blaster) จัดการศัตรู และใช้ความคล่องตัวของชุดในการตะลุยด่าน ตั้งแต่เขาวงกตท่อใต้น้ำไปจนถึงฉากโหนบันจี้จัมพ์ในอวกาศ ความตัดกันระหว่างคัตซีนสุดฮาและเกมเพลย์แบบแพลตฟอร์มเมอร์ที่ท้าทายฝีมือคือเสน่ห์ของเกมนี้ Queen Slug-for-a-Butt ต้องการชุด, Psy-Crow คอยไล่ล่า Jim ไปทั่วกาแล็กซี และ Princess What's-Her-Name ก็รอคอยการช่วยเหลือ แม้ว่าเธออาจจะไม่ได้รู้สึกขอบคุณเท่าไหร่นักก็ตาม

Earthworm Jim content image
เกมเพลย์และกลไก (Gameplay and mechanics)
หัวใจหลักของ Earthworm Jim คือการผสมผสานความแม่นยำในการกระโดดแพลตฟอร์มเข้ากับแรงกดดันจากศัตรูที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด อาวุธหลักของ Jim คือปืนพลาสม่าที่มีกระสุนจำกัด และการต่อสู้ระยะประชิดด้วยแส้ไส้เดือน (worm-whip) ก็เป็นทางเลือกที่สะใจและหาได้ยากในเกมยุคเดียวกัน
กลไกสำคัญประกอบด้วย:
- การโจมตีระยะประชิดด้วยแส้ไส้เดือนและการโหนตัว (grapple swings)
- ปืนพลาสม่าที่สามารถเก็บอาวุธเสริมได้
- เกมเพลย์ที่เปลี่ยนไปตามด่าน (แข่งความเร็ว, บันจี้จัมพ์, ด่านใต้น้ำ)
- การเคลื่อนที่ด้วยชุดสำหรับกระโดดและสร้างแรงส่ง (momentum)
- จุดเซฟระหว่างด่าน (checkpoints) ที่เชื่อมโยงกับการเก็บชีวิตพิเศษ

Earthworm Jim content image
สิ่งที่ทำให้ Earthworm Jim แตกต่างจากเกมแนว run-and-gun ทั่วไป คือการที่เกมเปลี่ยนกฎกติกาในแต่ละด่านอย่างสุดโต่ง บางด่านเป็นเกมยิงแนวตั้ง (vertical shooter) บางด่านเป็นการแข่งความเร็วกับหนูแฮมสเตอร์ยักษ์ เกมนี้ไม่ปล่อยให้กลไกใดกลไกหนึ่งน่าเบื่อเกินไป ซึ่งช่วยรักษาความตื่นเต้นในการเล่นได้ดีแม้จะเล่นซ้ำหลายรอบก็ตาม
โลกและฉากหลัง (World and setting)
Shiny Entertainment สร้างแต่ละด่านขึ้นมาจากคอนเซปต์ตลกๆ ที่ถูกขยายจนสุดทาง New Junk City เป็นสมรภูมิในกองขยะ, What the Heck? พา Jim ไปตะลุยขุมนรกในเวอร์ชันการ์ตูน, Tube Race ก็เป็นไปตามชื่อด่าน การออกแบบด่านเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงทีมงานที่ได้รับอิสระในการสร้างสรรค์อย่างเต็มที่และไม่มีความจำเป็นต้องทำอะไรให้เป็นไปตามขนบเดิมๆ

Earthworm Jim content image
เหล่าตัวร้ายก็เข้ากับบรรยากาศนี้ได้เป็นอย่างดี Psy-Crow เป็นนักล่าค่าหัวอวกาศสุดโหดที่โผล่มาเป็นอุปสรรคให้เราเรื่อยๆ ในช่วงกลางเกม ส่วน Professor Monkey-for-a-Brain ก็คอยบริหารห้องแล็บที่เต็มไปด้วยกับดัก การสู้กับบอสแต่ละตัวมีตรรกะเฉพาะตัว และไม่มีตัวไหนที่รู้สึกเหมือนแค่เปลี่ยนสี (palette swaps) แล้วนำมาใช้ซ้ำเลย
ผลกระทบและตำนาน (Impact and legacy)
Earthworm Jim ถือกำเนิดขึ้นในช่วงที่เกมแนวแพลตฟอร์มเมอร์ที่มีมาสคอตเป็นตัวชูโรงกำลังแย่งชิงพื้นที่ตลาดกับ Sonic และ Mario แต่เกมนี้กลับสร้างตัวตนที่โดดเด่นด้วยการไม่ยึดติดกับความจริงจังใดๆ เลย เกมนี้มีภาคต่อในปี 1995, ซีรีส์แอนิเมชันทางโทรทัศน์ และการพอร์ตลงแพลตฟอร์มต่างๆ มากมาย ทั้ง Windows, Nintendo Switch, Xbox, iOS และอื่นๆ
เวอร์ชัน HD ที่พัฒนาโดย Gameloft ได้ขยายเนื้อหาจากต้นฉบับด้วยโหมด co-op 4 ผู้เล่น, ศัตรูประเภทใหม่ๆ และเพลงประกอบที่นำมาทำใหม่ (remastered) โดยยังคงโครงสร้างเดิมไว้ได้อย่างครบถ้วน สำหรับผู้เล่นที่มองหาประสบการณ์เกมแนว side-scrolling platformer ที่สะท้อนกลิ่นอายการออกแบบเกมยุคกลาง 90s ได้อย่างชัดเจน Earthworm Jim ยังคงเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดว่าไอเดียที่แปลกประหลาดจะไปได้ไกลแค่ไหนหากมีการลงมือทำที่ยอดเยี่ยม








