ภาพรวม
Fable III ซึ่งพัฒนาโดย Lionhead Studios และวางจำหน่ายในเดือนตุลาคม 2010 ได้แบ่งเนื้อเรื่องออกเป็นสององก์ที่มอบประสบการณ์การเล่นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ครึ่งแรกจะเป็นแนว RPG ปฏิวัติกู้บัลลังก์สุดคลาสสิก โดยคุณจะได้รับบทเป็นน้องของ Logan กษัตริย์จอมเผด็จการแห่ง Albion และภารกิจของคุณคือการรวบรวมพันธมิตรให้มากพอเพื่อชิงบัลลังก์ ส่วนครึ่งหลังจะพลิกบทบาทให้คุณขึ้นมานั่งเก้าอี้ผู้ปกครอง พร้อมกับภัยคุกคามมืดมิดที่เรียกว่า The Darkness ซึ่งคืบคลานออกมาจากทวีป Aurora
โครงสร้างสององก์นี้เองที่ทำให้ Fable III แตกต่างจากภาคก่อนๆ คำสัญญาที่คุณให้ไว้ระหว่างการปฏิวัติจะกลายเป็นภาระทันทีที่คุณได้ขึ้นครองอำนาจ และเกมจะคอยติดตามทุกคำมั่นสัญญาที่คุณให้ไว้กับเหล่าพันธมิตร การทำตามสัญญาต้องแลกมาด้วยเงินในท้องพระคลัง (Treasury Gold) ส่วนการผิดสัญญาจะส่งผลต่อค่าศีลธรรม (Moral Standing) ซึ่งไม่มีทางเลือกไหนที่ง่ายเลย ทำให้ระบบการเมืองในเกมนี้มีความเข้มข้นและสมจริงกว่าเกม RPG ทั่วไป

Fable III content image
เกมเพลย์และระบบต่างๆ
หัวใจหลักของเกมเพลย์ใน Fable III คือ 3 เสาหลัก ได้แก่ การต่อสู้ระยะประชิด (Melee Combat), การต่อสู้ระยะไกล (Ranged Combat) และเวทมนตร์ (Magic) ซึ่งแต่ละอย่างจะถูกผูกไว้กับปุ่มกดเฉพาะเพื่อให้ใช้งานได้รวดเร็วระหว่างการต่อสู้ ระบบการต่อสู้มีความรวดเร็วและเข้าถึงง่าย โดยเน้นไปที่สไตล์ Hack-and-Slash อาวุธในเกมจะมีการวิวัฒนาการ (Morphing) ตามสไตล์การเล่นของคุณ ซึ่งจะเปลี่ยนทั้งรูปลักษณ์และค่าพลัง แทนที่จะใช้ระบบอัปเกรดแบบสายสกิล (Upgrade Tree) ทั่วไป

Fable III content image
ระบบสำคัญที่น่าสนใจ:
- ระบบอาวุธเปลี่ยนรูปร่าง (Weapon Morphing) ตามการกระทำของผู้เล่น
- ระบบความคืบหน้าผ่าน Guild Seal แทนที่แถบ XP แบบเดิม
- ระบบ Co-op แบบ Drop-in ที่เล่นแคมเปญหลักด้วยกันได้ตลอด
- The Road to Rule ศูนย์กลางการอัปเกรดทุกอย่างในเกม
- Sanctuary ระบบจัดการไอเทมที่เข้ามาแทนที่เมนู Pause แบบเดิม
Sanctuary คือพื้นที่จำลองที่คุณสามารถเข้าไปจัดการไอเทมและอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นความพยายามของ Lionhead ที่จะทำให้การเปิดเมนูรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของโลกในเกม ส่วนจะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความอดทนของคุณต่อการรอโหลดฉากครับ

Fable III content image
โลกและบรรยากาศในเกม
Albion ใน Fable III เป็นช่วงเวลาประมาณ 50 ปีหลังจากเหตุการณ์ใน Fable II ทำให้โลกดูมีความเป็นอุตสาหกรรมมากขึ้น พลังไอน้ำและโรงงานอุตสาหกรรมยุคแรกเริ่มถูกนำมาผสมผสานกับเวทมนตร์และสถาปัตยกรรมยุคกลาง ทำให้โลกในเกมมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เหมือนเทพนิยายที่กำลังตื่นขึ้นมาพบกับยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม
ทวีป Aurora คือฉากหลังอีกแห่งหนึ่งของเกม ซึ่งเป็นดินแดนทะเลทรายที่เต็มไปด้วยความลึกลับของ The Darkness อันเป็นภัยคุกคามหลักในองก์ที่สอง ความแตกต่างทางทัศนียภาพระหว่าง Aurora และ Albion ช่วยเสริมการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเกมทั้งสองช่วงได้อย่างดี และเนื้อเรื่อง (Lore) ที่เชื่อมโยงทั้งสองทวีปเข้าด้วยกันก็นับเป็นรางวัลสำหรับผู้เล่นที่ใส่ใจรายละเอียดการสร้างโลกของเกม
Fable III ยังคงเป็นเกม RPG ที่มีน้ำหนักทางศีลธรรมที่น่าจดจำอยู่หรือไม่?
ระบบการตัดสินใจเชิงศีลธรรมใน Fable III มีความซับซ้อนกว่าแค่การเลือกขาวหรือดำแบบภาคก่อนๆ ความขัดแย้งระหว่างการรักษาคำสัญญาที่ให้ไว้ตอนปฏิวัติกับการบริหารการเงินของอาณาจักร ทำให้การตัดสินใจแต่ละครั้งรู้สึกยากลำบากและมีความหมาย การใช้เงินในท้องพระคลังเพื่อทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนหมายความว่าคุณจะมีทรัพยากรน้อยลงในการรับมือกับ The Darkness แต่ถ้าคุณกักตุนเงินไว้ คุณก็จะมีกองทัพที่แข็งแกร่งขึ้น แลกกับการที่ประชาชนที่เชื่อมั่นในตัวคุณต้องผิดหวัง
นี่คือจุดที่ทำให้ Fable III ได้รับการยกย่องว่าเป็น Action RPG ที่ให้ความสำคัญกับระบบจำลองสถานการณ์และกลยุทธ์อย่างจริงจัง ระบบ Co-op ยังช่วยขยายประสบการณ์นี้ให้เพื่อนของคุณสามารถเข้ามาร่วมเป็นฮีโร่และแชร์ทั้งความมันส์ในการต่อสู้และผลลัพธ์จากการตัดสินใจไปพร้อมกับคุณได้ สำหรับเกมที่วางจำหน่ายในปี 2010 ความลึกของระบบบริหารอาณาจักรในเกมนี้ยังคงคุ้มค่าที่จะกลับไปสัมผัสอีกครั้งครับ

Fable III content image



