ภาพรวม
Far Cry® New Dawn คือภาคต่อโดยตรงของ Far Cry 5 ที่พัฒนาโดย Ubisoft Montreal และวางจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 ตัวเกมจะพาคุณไปสัมผัสกับ Hope County ที่เปลี่ยนไปหลังจากเหตุการณ์นิวเคลียร์ล้างโลกผ่านไป 17 ปี ซึ่งฤดูหนาวนิวเคลียร์ได้ถูกแทนที่ด้วยปรากฏการณ์ superbloom ที่คาดไม่ถึง พืชพรรณสีชมพูและส้มสดใสปกคลุมซากปรักหักพังของ Montana และเหล่าผู้รอดชีวิตที่พยายามสร้างบ้านเมืองใหม่ต้องเผชิญกับภัยคุกคามครั้งใหม่ นั่นคือ Highwaymen แก๊งสุดโหดที่นำโดยสองพี่น้องฝาแฝด Mickey และ Lou ซึ่งกำลังไล่กวาดทรัพยากรทุกอย่างในพื้นที่ไปจนหมดสิ้น
การเปลี่ยนโทนของเกมจาก Far Cry 5 นั้นชัดเจนและตั้งใจมาตั้งแต่ต้น หากภาคก่อนเน้นไปที่ความคลั่งไคล้ของลัทธิสุดโต่ง New Dawn ก็เปลี่ยนมาเป็นบรรยากาศโลกหลังหายนะสไตล์นีออนที่ให้ความรู้สึกกึ่งๆ Mad Max ผสมกับความฝันอันเพ้อเจ้อ โลกในเกมให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปอย่างแท้จริงแม้จะใช้โครงสร้างทางภูมิศาสตร์เดิม และพาเลตต์สีแบบ superbloom ก็ทำให้เกมมีเอกลักษณ์ทางภาพที่โดดเด่นจนแยกตัวออกมาจากเกมยิงแนว post-apocalyptic อื่นๆ ที่มักจะเน้นโทนสีหม่นๆ ในตลาด
เกมเพลย์และระบบต่างๆ
Core loop หรือระบบการเล่นหลักของ New Dawn จะให้ความรู้สึกคุ้นเคยสำหรับใครที่เคยเล่น Far Cry 5 มาก่อน แต่ตัวเกมได้เพิ่มระบบต่างๆ เข้ามาเพื่อเปลี่ยนวิธีการเล่นในโลก Open World ของคุณ สิ่งที่เพิ่มเข้ามาสำคัญที่สุดคือระบบ Crafting ที่แบ่งเป็นระดับ (Tiered crafting) ซึ่งเน้นไปที่การ Scavenge หรือการหาเศษซากทรัพยากรจากสิ่งแวดล้อมและการทำภารกิจ Expeditions

Far Cry® New Dawn content image
ระบบเกมเพลย์ที่สำคัญประกอบด้วย:
- การอัปเกรด Homebase ผ่านการรับสมัคร Specialists
- การคราฟต์อาวุธระดับต่างๆ จากวัสดุที่เก็บรวบรวมมา
- การยึด Outpost ในโหมด Turf War ที่ความยากจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
- ภารกิจ Expeditions ไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วสหรัฐอเมริกา
- ระบบคู่หู Guns and Fangs for Hire
ตอนนี้ Outpost มีระบบ Reset: เมื่อคุณเคลียร์พื้นที่ได้แล้ว คุณสามารถเลือกที่จะ Scavenge เพื่อหาทรัพยากรเพิ่มเติมได้ แต่การทำเช่นนั้นจะเพิ่มความยากขึ้นเมื่อพวก Highwaymen กลับมายึดคืน ซึ่งเป็นลูปที่ฉลาดมากและช่วยให้ช่วงกลางเกมไม่น่าเบื่อจนเกินไป

Far Cry® New Dawn content image
โหมด Co-op Survival สองผู้เล่น
แคมเปญทั้งหมดรองรับการเล่นแบบ Co-op ออนไลน์สองคน ซึ่งเป็นจุดที่ New Dawn โดดเด่นที่สุด การประสานงานในการบุกยึด Turf War กับเพื่อนช่วยเปลี่ยนการเคลียร์ Outpost ที่อาจจะดูซ้ำซากให้กลายเป็นสิ่งที่น่าเล่นซ้ำ โดยเฉพาะในระดับความยากที่สูงขึ้นซึ่งพวก Highwaymen จะโต้กลับอย่างหนักหน่วง ส่วนภารกิจ Expeditions ที่ส่งผู้เล่นไปยังสถานที่แปลกใหม่ทั่วสหรัฐฯ เช่น หนองน้ำใน Louisiana หรือเรือบรรทุกเครื่องบินที่เกยตื้น ก็ถูกออกแบบมาเพื่อความมันส์ในโหมด Co-op โดยเฉพาะ

Far Cry® New Dawn content image
อะไรที่ทำให้ Highwaymen แตกต่างจากวายร้ายตัวอื่น?
Mickey และ Lou ถือเป็นการฉีกแนวจากรูปแบบผู้นำลัทธิที่เป็นดั่งพระเจ้าที่ Far Cry เคยใช้มาตลอด สองฝาแฝดนี้ดำเนินงานในฐานะผู้ฉวยโอกาสที่เน้นผลประโยชน์มากกว่าจะเป็นพวกอุดมการณ์ พวกเขาไม่ได้พยายามจะช่วยใครหรือสร้างสรวงสวรรค์ แต่ต้องการทรัพยากร และพร้อมจะกำจัดทุกคนที่ขวางหน้า ความโหดเหี้ยมแบบตรงไปตรงมานี้ทำให้เนื้อเรื่องมีจังหวะที่แตกต่างออกไป มีการพูดจาปรัชญาที่น้อยลงและเน้นการเผชิญหน้ากันโดยตรง ซึ่งช่วยให้การดำเนินเรื่องกระชับกว่าเนื้อเรื่องหลักที่ยาวเหยียดของ Far Cry 5

Far Cry® New Dawn content image
นอกจากนี้ เกมยังนำ Joseph Seed จาก Far Cry 5 กลับมาในบทบาทสมทบที่เชื่อมโยงเรื่องราวทั้งสองภาคเข้าด้วยกัน ผู้เล่นที่จบภาคก่อนหน้าจะอินกับฉากเหล่านี้มากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้น New Dawn ก็ไม่ได้บังคับว่าต้องรู้เนื้อเรื่องมาก่อนถึงจะเล่นรู้เรื่อง
เนื้อหาและการเล่นซ้ำ
New Dawn ถูกออกแบบมาให้สั้นกว่าเกมหลักของซีรีส์ Far Cry โดยมีสเกลใกล้เคียงกับภาคเสริมแบบ Standalone ซึ่งนี่ไม่ใช่คำวิจารณ์ในเชิงลบ แต่เป็นความคาดหวังที่เหมาะสม ภารกิจ Expeditions เพิ่มความหลากหลายที่คุ้มค่าเกินกว่าแค่ใน Hope County ระบบ Turf War ที่ยากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การฟาร์ม Outpost มีเหตุผลให้เล่นต่อ และสายการอัปเกรด Specialists ก็ทำให้มีเป้าหมายในการอัปเกรดฐานอยู่เสมอ สำหรับแฟนเกมยิงแนว post-apocalyptic ที่ต้องการประสบการณ์ที่กระชับและเน้นย้ำมากกว่าการต้องมานั่งฟาร์มในโลก Open World นานถึง 60 ชั่วโมง เกมนี้มอบความสนุกที่เต็มอิ่มโดยไม่ทำให้รู้สึกเบื่อไปเสียก่อน







