ภาพรวม
F.E.A.R. 2: Project Origin คือภาคต่อของเกมยิงสยองขวัญมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (First-person horror shooter) ระดับตำนานจากค่าย Monolith ที่วางจำหน่ายในปี 2009 โดยภาคนี้ได้ต่อยอดความมันส์จากภาคแรกในทุกมิติ คุณจะได้รับบทเป็น Sgt. Michael Becket เจ้าหน้าที่หน่วย Delta Force ที่ถูกส่งตัวไปจับกุม Genevieve Aristide ประธานบริษัท Armacham ในช่วงเวลาประมาณ 30 นาทีก่อนที่เหตุการณ์ในภาคแรกจะจบลง ภารกิจทางทหารที่ดูเหมือนจะเรียบง่ายกลับกลายเป็นฝันร้ายเมื่อพลังของ Alma Wade เริ่มทวีความรุนแรงจนเกินกว่าจะควบคุมได้
ตัวเกมได้ตัดเหตุการณ์จากภาคเสริมอย่าง Extraction Point และ Perseus Mandate ออกไป โดยยึดให้ F.E.A.R. ภาคแรกเป็นเนื้อเรื่องหลัก (Canonical) เพียงภาคเดียว การเลือกตัดเนื้อหาให้กระชับแบบนี้ช่วยให้เนื้อเรื่องโฟกัสได้ดีขึ้น และความสัมพันธ์ระหว่าง Becket กับ Alma ก็ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับเนื้อเรื่องในเชิงลึก ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวเอกนิรนามในภาคแรกทำไม่ได้

F.E.A.R. 2: Project Origin content image
เกมเพลย์และระบบการเล่น
ระบบการเล่นหลักแบบ First-person shooter ยังคงถอดแบบมาจากภาคแรก โดยมีระบบ Bullet-time (สโลว์โมชัน) เป็นหัวใจสำคัญที่ขาดไม่ได้ ปฏิกิริยาตอบสนองที่เหนือมนุษย์ของ Becket ช่วยให้ผู้เล่นเปลี่ยนฉากยิงกันธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาที่สวยงามราวกับจัดวาง ทั้งปลอกกระสุนที่กระเด็นว่อนและศัตรูที่ล้มลง ระบบนี้ยังคงยอดเยี่ยมเพราะ AI ของศัตรูมีการตอบโต้ที่สมจริง ทั้งการอ้อมหลัง (Flanking), การยิงกดดัน (Suppressive fire) และการใช้สภาพแวดล้อมเป็นที่กำบัง ทำให้การใช้สโลว์โมชันในจังหวะสำคัญรู้สึกคุ้มค่าและไม่ดูโกงจนเกินไป

F.E.A.R. 2: Project Origin content image
ระบบเด่นใน F.E.A.R. 2:
- การต่อสู้แบบสโลว์โมชัน Bullet-time
- ระบบ Grab-and-drag (ลากที่กำบังมาวาง)
- การเล็งแบบ Iron sight (เล็งผ่านศูนย์เล็ง)
- การขับหุ่นรบ Combat mech
- การโต้ตอบกับสภาพแวดล้อมเพื่อใช้เป็นที่กำบังทันที
สิ่งที่เพิ่มเข้ามาใหม่ทำให้เกมนี้ไม่ใช่แค่การนำของเก่ามาเล่าใหม่ การเล็งแบบ Iron sight ช่วยให้การยิงมีความแม่นยำขึ้น ระบบ Grab-and-drag ช่วยให้ผู้เล่นปรับเปลี่ยนสมรภูมิได้ตามสถานการณ์ และฉากขับหุ่นรบ Combat mech ก็ช่วยเปลี่ยนจังหวะการเล่นให้ตื่นเต้นด้วยสเกลที่ใหญ่ขึ้น สภาพแวดล้อมในภาคนี้เปิดกว้างและหลากหลายกว่าภาคแรกที่เน้นแต่ทางเดินแคบๆ โดยมีการผสมผสานระหว่างพื้นที่ในอาคารที่อึดอัดกับพื้นที่กลางแจ้งที่กว้างขวาง

F.E.A.R. 2: Project Origin content image
โลกและบรรยากาศในเกม
Alma Wade ยังคงเป็นหนึ่งในตัวร้ายที่น่าขนลุกที่สุดในวงการเกม และ F.E.A.R. 2 ก็จัดเต็มในจุดนี้ บรรยากาศเมืองที่พังพินาศเปิดโอกาสให้ Monolith สร้างความรู้สึกกดดันได้อย่างแท้จริง ไล่ตั้งแต่ซากอาคารสำนักงาน โรงงานใต้ดิน ไปจนถึงเศษซากย่านที่อยู่อาศัย ฉากสยองขวัญถูกถักทอเข้ากับแอ็กชันอย่างแนบเนียน ไม่ได้แยกเป็นช่วงๆ ทำให้ความตึงเครียดคงอยู่ตลอดเวลา

F.E.A.R. 2: Project Origin content image
เนื้อเรื่องของ Becket ยังมีความน่าสนใจตรงที่เขาเป็นเป้าหมายโดยตรงของ Alma ความรู้สึกถูกคุกคามเป็นการส่วนตัวนี้ช่วยยึดโยงความสยองขวัญเหนือธรรมชาติให้ดูสมจริงขึ้น และเกมก็นำจุดนี้ไปสู่บทสรุปที่น่าจดจำที่สุดบทหนึ่งของซีรีส์
โหมดผู้เล่นหลายคนและความคุ้มค่าในการเล่นซ้ำ
นอกจากโหมดแคมเปญแล้ว F.E.A.R. 2 ยังมีโหมดผู้เล่นหลายคน (Multiplayer) ที่เน้นความเร็วและปฏิกิริยาตอบสนอง อัปเดต Toy Soldier ที่ปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2009 ได้เพิ่มแผนที่ใหม่ 3 แผนที่พร้อมกิมมิคสุดเจ๋ง: ผู้เล่นจะตัวเล็กลงเหลือเพียงไม่กี่นิ้วและต้องสู้กันบนเครื่องพินบอลย้อนยุค (FullTilt), ห้องแล็บโรงพยาบาลที่เต็มไปด้วยเลือด (Cockroach) และสนามเด็กเล่น (Recess) การปีนขวดพิลล์หรือใช้ห้องนักบินของรถตักดินของเล่นเป็นที่กำบังนั้นโกลาหลสมชื่อ และแผนที่เหล่านี้ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นในโหมด Multiplayer
โหมดแคมเปญเล่นคนเดียวมอบประสบการณ์เกมยิงสยองขวัญที่ตรงไปตรงมาและมีจังหวะการเล่นที่ดีเยี่ยม ด้วยความหลากหลายของศัตรูและการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่ทำให้ผู้เล่นสนุกได้ตลอดทั้งเกม สำหรับใครที่อยากกลับมาเล่นฉากโปรดซ้ำหรือท้าทายตัวเองในระดับความยากที่สูงขึ้น ตัวเกมก็ออกแบบมาให้คุ้มค่ากับการเล่นซ้ำหลายรอบโดยไม่รู้สึกเบื่อเลย







