ภาพรวม
FIFA Soccer 13 คือเกมฟุตบอลจำลองที่พัฒนาโดย EA Canada และจัดจำหน่ายโดย Electronic Arts วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2012 บนแพลตฟอร์ม PlayStation, Xbox และ Windows ตัวเกมเน้นไปที่การจำลองความสมจริงและความคาดเดาไม่ได้ของฟุตบอลในโลกแห่งความเป็นจริง โดยมีการอัปเกรดระบบเกมเพลย์หลัก 5 ด้านที่มุ่งเน้นไปที่ AI, กลไกการเลี้ยงบอล (Dribbling), การควบคุมบอล และการปะทะ (Physical play) ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่การปรับแต่งกราฟิกทั่วไป แต่ทุกการเปลี่ยนแปลงส่งผลต่อการแย่งชิงบอลทั่วทั้งสนามอย่างแท้จริง
ไฮไลท์สำคัญคือการยกเครื่องระบบ First-touch ใหม่ทั้งหมด ในภาคก่อนๆ ผู้เล่นสามารถควบคุมบอลได้อย่างแม่นยำราวกับจับวางไม่ว่าลูกส่งจะมาในรูปแบบไหน แต่ FIFA 13 เปลี่ยนไปแล้ว! การส่งบอลพลาด บอลกระดอนผิดจังหวะ หรือสถานการณ์ที่โดนกดดันหนัก จะทำให้การจับบอลจังหวะแรก (First-touch) ไม่สมบูรณ์แบบ ซึ่งเปิดช่องให้ฝ่ายรับได้เปรียบและบีบให้ฝ่ายรุกต้องตัดสินใจให้ไวขึ้น ฟังดูเหมือนเป็นการปรับเล็กน้อย แต่จริงๆ แล้วมันเปลี่ยนวิธีการเล่นในพื้นที่สุดท้าย (Final third) ไปอย่างสิ้นเชิง
ในส่วนของการปะทะ (Physical play) ก็ได้รับการปรับปรุงเช่นกัน ระบบ Tactical Defending ที่เปิดตัวใน FIFA 12 ถูกนำมาต่อยอดด้วยฟิสิกส์การปะทะที่ละเอียดขึ้นและการเบียดแย่งตำแหน่ง ทั้งการใช้ไหล่กระแทก การบังบอล และการโหม่งแย่งบอลกลางอากาศ ทุกอย่างให้ความรู้สึกที่หนักแน่นและสมจริงกว่าภาคก่อนๆ ในเวอร์ชันปี 2012 นี้

FIFA Soccer 13 content image
เกมเพลย์และกลไกของเกม
นวัตกรรมเกมเพลย์หลักของ FIFA 13 ครอบคลุม 5 ส่วนสำคัญ:
- Attacking intelligence: การวิ่งทำทางที่จังหวะดีขึ้นและมีการยืนตำแหน่งที่ฉลาดขึ้น
- First-touch control: การจับบอลที่อาจพลาดได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของลูกส่ง
- Dribbling: การปรับจังหวะการสัมผัสบอลที่ละเอียดขึ้นในแต่ละก้าว
- Physicality: การบังบอลและการปะทะที่สมจริงยิ่งขึ้น
- Complete dribbling: การเคลื่อนที่พร้อมบอลแบบ 360 องศา

FIFA Soccer 13 content image
ระบบ Complete dribbling ถือเป็นจุดเด่นที่ต้องพูดถึง ผู้เล่นสามารถปรับจังหวะก้าวและเปลี่ยนทิศทางบอลได้ทุกทิศทาง ทำให้สามารถตัดเข้าในหรือสร้างสรรค์การเคลื่อนที่ในพื้นที่แคบๆ ได้อย่างเหนือชั้น เมื่อรวมกับ AI ฝ่ายรุกที่ฉลาดขึ้นในการวิ่งทำทาง (Off-ball runs) ทำให้ FIFA 13 สร้างจังหวะบุกที่ดูเป็นธรรมชาติและตอบสนองต่อสถานการณ์จริง ไม่ใช่แค่การเล่นตามสคริปต์
AI ของผู้รักษาประตู (Goalkeeper AI) ก็ได้รับการอัปเดตเช่นกัน โดยมีการตัดสินใจเรื่องตำแหน่งและการออกมาตัดบอลลูกครอสที่ดีขึ้น แม้การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะดูเล็กน้อย แต่จะเห็นผลชัดเจนตลอดทั้งแมตช์ เมื่อโกลยืนตำแหน่งได้ถูกต้องหรือเลือกชกบอลแทนที่จะรับพลาดจนเข้าประตูตัวเอง
EA SPORTS Football Club และฟีเจอร์ออนไลน์
EA SPORTS Football Club ทำหน้าที่เป็นหัวใจสำคัญทางสังคมของ FIFA 13 ระบบนี้เชื่อมโยงผู้เล่นเข้ากับเหตุการณ์ฟุตบอลจริง โดยมอบ XP ตามผลงานของสโมสรโปรดในแมตช์จริง การเก็บเลเวลจะช่วยปลดล็อกไอเทมตกแต่งและโบนัสในเกม สร้างลูปการพัฒนาตัวละครที่ต่อเนื่องไปไกลกว่าแค่การเล่นแต่ละแมตช์

FIFA Soccer 13 content image
โหมดออนไลน์รวมถึง Ultimate Team ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในประสบการณ์การสะสมการ์ดนักเตะที่ได้รับความนิยมสูงสุด การสร้างทีมจากนักเตะที่เทรดกันได้ การจัดการ Chemistry ระหว่างนักเตะในลีกหรือสัญชาติเดียวกัน และการแข่งขันใน Online seasons ทำให้ FIFA 13 มีความลึกที่การเล่นแบบกระชับมิตรทั่วไปให้ไม่ได้ โหมดนี้มีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นอยู่แล้วในตอนนั้น และเวอร์ชันปี 2012 นี้ก็ได้ขยายคอนเทนต์ให้มากขึ้นพร้อมระบบ Matchmaking ที่แม่นยำกว่าเดิม
Kinect และฟีเจอร์เฉพาะของแต่ละแพลตฟอร์ม
FIFA 13 บน Xbox ที่รองรับ Kinect เพิ่มฟังก์ชันสั่งการด้วยเสียง ช่วยให้ผู้เล่นปรับแท็กติกและแผนการเล่นได้ทันทีระหว่างแมตช์โดยไม่ต้องกดหยุดเกม การตะโกนสั่งการในโหมด Be A Pro และการโต้ตอบกับกรรมการผ่านเสียงช่วยเพิ่มความสมจริง (Immersion) ให้กับผู้เล่นที่มีอุปกรณ์นี้ แม้จะเป็นฟีเจอร์เฉพาะกลุ่ม แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของ EA Canada ที่มีต่อแต่ละแพลตฟอร์ม

FIFA Soccer 13 content image
ในทุกแพลตฟอร์ม FIFA 13 ถือเป็นหนึ่งในภาคที่สมบูรณ์แบบที่สุดในแง่ของกลไกเกมจนถึงช่วงเวลานั้น การผสมผสานระหว่างฟิสิกส์บอลที่พัฒนาขึ้น AI ที่ฉลาดขึ้น และระบบนิเวศออนไลน์ผ่าน EA SPORTS Football Club ทำให้เกมนี้ยังคงความน่าเล่นแม้จะผ่านช่วงเปิดตัวไปแล้ว ระบบ First-touch เพียงอย่างเดียวก็เปลี่ยนวิธีการทำเกมบุกของผู้เล่นไปอย่างสิ้นเชิง และการเปลี่ยนแปลงในการออกแบบเกมฟุตบอลจำลองนี้ก็ได้ส่งผลต่อเนื่องไปยังภาคต่อๆ มาของแฟรนไชส์นี้อีกด้วย







