• หน้าหลัก
  • เกม
  • คู่มือ
  • ข่าวสาร
  • รีวิว
  • ภารกิจ
  • กล่องปริศนา
  • รายการ
Fire Emblem: Three Houses Banner
  1. เกม
  2. Fire Emblem: Three Houses
  3. ภาพรวม

Fire Emblem: Three Houses

เกี่ยวกับ Fire Emblem: Three Houses

สตูดิโอ

Intelligent Systems

เว็บไซต์

www.nintendo.com/games/detail/fire-emblem-three-houses-switch

วันวางจำหน่าย

July 26th 2019

Fire Emblem: Three Houses Logo
Fire Emblem: Three Houses
กลยุทธ์การผจญภัย

สัมผัสเกมวางแผน RPG ใน Fódlan รับบทอาจารย์ฝึกสอนนักเรียน สร้างความสัมพันธ์ และนำทัพสู่สมรภูมิเทิร์นเบสที่เข้มข้นผ่าน 3 เส้นทางเนื้อเรื่องสุดเร้าใจ!

ผู้พัฒนา

Intelligent Systems

วันวางจำหน่าย

July 26th 2019

แพลตฟอร์ม

บทนำ

Fire Emblem: Three Houses ให้คุณสวมบทบาทเป็นอาจารย์ในอารามที่อยู่ท่ามกลางสงคราม ผสมผสานการต่อสู้แบบวางแผน RPG เข้ากับการพัฒนาความสัมพันธ์ตัวละครอย่างลึกซึ้งที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน! การเลือกบ้านที่จะดูแลจะเปลี่ยนทิศทางของทุกการต่อสู้ ความสัมพันธ์ และเนื้อเรื่องทั้งหมด แม้จะเล่นจบถึง 3 รอบ คุณก็ยังค้นพบความลับใหม่ๆ ได้เสมอ

Fire Emblem: Three Houses Gallery 1
Fire Emblem: Three Houses Gallery 2
Fire Emblem: Three Houses Gallery 3
Fire Emblem: Three Houses Gallery 4
Fire Emblem: Three Houses Gallery 5
Fire Emblem: Three Houses Gallery 6
Fire Emblem: Three Houses Gallery 7
Fire Emblem: Three Houses Gallery 8
Fire Emblem: Three Houses Gallery 9
Fire Emblem: Three Houses Gallery 10

Overview

Fire Emblem: Three Houses วางจำหน่ายบน Nintendo Switch ในเดือนกรกฎาคม 2019 โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่าง Intelligent Systems และ Koei Tecmo ตัวเกมนำระบบการต่อสู้แบบวางแผนการรบ (Turn-based tactical combat) อันเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์มาผสมผสานเข้ากับระบบจำลองชีวิตในโรงเรียน โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็นอาจารย์ที่ต้องแบ่งเวลาครึ่งหนึ่งไปกับการวางแผนการสอนและสร้างความสัมพันธ์กับเหล่านักเรียน ก่อนจะนำพวกเขาออกไปลุยในสนามรบ ผลลัพธ์ที่ได้คือเกม Tactical RPG ที่ทำให้คุณผูกพันกับตัวละครทุกตัวก่อนที่จะต้องส่งพวกเขาไปเผชิญกับอันตรายเสียอีก

ทวีป Fódlan ถูกปกครองด้วยความสมดุลที่เปราะบางระหว่างสามขั้วอำนาจ ได้แก่ Adrestian Empire, Holy Kingdom of Faerghus และ Leicester Alliance แต่ละฝ่ายต่างส่งบุตรหลานชนชั้นสูงมาเข้าเรียนที่ Officer's Academy ณ Garreg Mach Monastery โดยแบ่งออกเป็นบ้าน Black Eagles, Blue Lions และ Golden Deer การเลือกบ้านตั้งแต่ต้นเกมจะทำให้คุณผูกติดกับกลุ่มตัวละครเฉพาะ เส้นเรื่องเฉพาะ และมุมมองต่อสงครามที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งสงครามนี้เองที่จะกลืนกินทวีป Fódlan ในเวลาต่อมา

เส้นเรื่องที่สี่อย่าง Crimson Flower จะปลดล็อกภายใต้เงื่อนไขเฉพาะในเส้นทางของ Black Eagles ทำให้จำนวนการเล่นที่แตกต่างกันทั้งหมดมีถึงสี่รูท แต่ละรูทจะช่วยให้เราเข้าใจเหตุการณ์ต่างๆ ในมุมมองที่ต่างออกไป ซึ่งนี่คือเหตุผลที่ทำให้ Three Houses ยังคงมีความคุ้มค่าในการกลับมาเล่นซ้ำ (Replayability) แม้เวลาจะผ่านไปหลายปีหลังวางจำหน่ายก็ตาม

Fire Emblem: Three Houses content image

Fire Emblem: Three Houses content image

Gameplay and mechanics

ลูปการเล่นหลักของเกมแบ่งออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน ในช่วงระหว่างการรบ ผู้เล่นจะต้องบริหารจัดการปฏิทินที่ Monastery ไม่ว่าจะเป็นการสอนนักเรียนเพื่อเพิ่ม Skill Level, การทานอาหารร่วมกันเพื่อเพิ่ม Support Rank, การสำรวจพื้นที่ และการทำภารกิจเสริม (Auxiliary missions) ช่วงเวลานี้จะส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการรบ เพราะนักเรียนจะสามารถ Master Class และเรียนรู้ Ability ต่างๆ ได้ก็ต่อเมื่อผ่านการฝึกฝนทักษะที่เกี่ยวข้องมาแล้วเท่านั้น

Fire Emblem: Three Houses content image

Fire Emblem: Three Houses content image

ระบบหลักที่สำคัญประกอบด้วย:

  • Gambits: การโจมตีแบบกลุ่ม (Battalion-based) ที่เป็นวงกว้าง ช่วยทำลายรูปขบวนของศัตรู
  • Divine Pulse: ระบบย้อนเวลาที่ช่วยให้คุณแก้ไขข้อผิดพลาดระหว่างการต่อสู้ได้
  • Class mastery: ตัวละครจะได้รับ Ability ใหม่จากการเก็บเลเวลใน Class นั้นๆ
  • Weapon durability: อาวุธมีค่าความทนทานและจะพังเมื่อใช้ไปนานๆ ทำให้ต้องบริหารจัดการคลังไอเทมให้ดี
  • Support conversations: ฉากความสัมพันธ์ที่จะปลดล็อกเมื่อค่าความสนิทสนมเพิ่มขึ้น

การต่อสู้แบบ Turn-based ใช้รูปแบบตาราง (Grid map) ที่แฟนเกม Fire Emblem คุ้นเคยกันดี แต่ระบบ Battalion เข้ามาเพิ่มมิติความลึกเชิงกลยุทธ์ ตัวละครแต่ละตัวจะคุมกองทหารที่ช่วยรับดาเมจและเปิดใช้งาน Gambits ซึ่งสามารถทำให้ศัตรูชะงักและทำลายการป้องกันได้ การจัดตำแหน่ง (Positioning) จึงสำคัญกว่าที่เคยเมื่อคุณต้องคำนึงถึงกองทหารในการวางแผนการรบ

Fire Emblem: Three Houses content image

Fire Emblem: Three Houses content image

World and setting

Fódlan เป็นหนึ่งในฉากหลังที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างประณีตที่สุดในซีรีส์ ทั้งสามประเทศมีวัฒนธรรม ความตึงเครียดทางการเมือง และประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกัน โดยมี Church of Seiros เป็นศูนย์กลางที่มีอิทธิพลต่อทุกเส้นเรื่อง ตัว Monastery เองทำหน้าที่เป็น Hub world ซึ่งการใช้เวลาที่นี่จะช่วยเปิดเผย Lore ผ่านคำอธิบายไอเทม บทสนทนาของ NPC และหนังสือในห้องสมุด ซึ่งผู้เล่นส่วนใหญ่อาจไม่สามารถเก็บรายละเอียดได้ครบในการเล่นเพียงรอบเดียว

เนื้อเรื่องครึ่งแรกในช่วงที่เป็นนักเรียนจะเน้นไปที่การพัฒนาตัวละครและความขัดแย้งที่ไม่รุนแรงนัก ส่วนครึ่งหลังที่เกิดขึ้นในอีก 5 ปีต่อมาในช่วงสงคราม จะเป็นการพลิกมุมมองของทุกสิ่งที่เคยปูมา ตัวละครที่เคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นกลับกลายเป็นศัตรู พันธมิตรเปลี่ยนขั้ว การเปลี่ยนโทนเรื่องระหว่างสองช่วงเวลานั้นชัดเจนมากจนเรียกได้ว่า Three Houses คือการบอกเล่าสองเรื่องราวที่เชื่อมโยงกันในเกมเดียว

Fire Emblem: Three Houses content image

Fire Emblem: Three Houses content image

Content and replayability

Three Houses มีคอนเทนต์หลังเกมที่จัดเต็มผ่าน DLC อย่าง Cindered Shadows ซึ่งเพิ่มเนื้อเรื่องเสริมที่เกิดขึ้นใต้ Monastery และแนะนำกลุ่ม Ashen Wolves ซึ่งเป็นบ้านลับที่สี่ พร้อมตัวละครที่เล่นได้อีก 4 คนที่คุณสามารถชวนมาร่วมทีมในเนื้อเรื่องหลักได้ นอกจากนี้ DLC ยังเพิ่ม Class และไอเทมใหม่ๆ ที่สามารถนำไปใช้ในเกมหลักได้อีกด้วย

Expansion Pass จะรวมเอา Cindered Shadows เข้ากับไอเทมตกแต่งและฟีเจอร์อำนวยความสะดวกต่างๆ แต่ตัวเนื้อเรื่องเสริมคือจุดเด่นที่สุด โดยมีความยาวประมาณ 4 ถึง 6 ชั่วโมง และนำเสนอการต่อสู้ที่ท้าทายที่สุดในเกมในรูปแบบที่กระชับ

สำหรับเกม Tactical RPG ที่มีหัวใจหลักคือกลยุทธ์แบบ Turn-based ด้วยเส้นเรื่องถึง 4 รูท ตัวละครที่ชวนมาร่วมทีมได้นับสิบ และโครงสร้าง Lore ที่ออกแบบมาเพื่อคุ้มค่าแก่การเล่นซ้ำ ทำให้ Three Houses เป็นเกมที่มีอายุยืนยาวและยังคงน่าเล่นอยู่เสมอ Monastery ยังคงมีความลับซ่อนอยู่มากมายที่การเล่นเพียงรอบเดียวไม่มีทางค้นพบได้หมด และนั่นคือสิ่งที่ผู้พัฒนาตั้งใจไว้