ภาพรวม
FlatOut 2 คือเกมแข่งรถสไตล์อาร์เคด (Arcade racing) ที่พัฒนาโดย Bugbear Entertainment และจัดจำหน่ายโดย Strategy First ซึ่งวางจำหน่ายครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2006 ตัวเกมต่อยอดความมันส์จากระบบฟิสิกส์สุดป่วนในภาคแรก โดยอัปเกรดความพินาศให้สะใจยิ่งขึ้น เพิ่มรถให้เลือกถึง 34 คัน และสนามแข่งที่มีให้เลือกเล่นถึง 60 รูปแบบในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ผลลัพธ์ที่ได้คือเกมแข่งรถที่เน้นระบบฟิสิกส์การชนเป็นหัวใจหลัก ไม่ใช่แค่ส่วนประกอบเสริม
โหมดอาชีพ (Career mode) จะพาผู้เล่นไต่เต้าผ่านอีเวนต์การแข่งที่ท้าทายขึ้นเรื่อยๆ โดยใช้เงินรางวัลที่ได้มาซื้อและอัปเกรดรถคู่ใจ สนามแข่งเต็มไปด้วยกองยาง รั้วไม้ ถังน้ำมัน และถังน้ำ ซึ่งทุกอย่างสามารถแตกกระจายและกระเด็นไปโดนรถคันอื่นได้เมื่อเกิดการปะทะ ตัวรถแต่ละคันมีชิ้นส่วนตัวถังที่ยุบตัวได้ถึง 40 จุด ทำให้สภาพความเสียหายที่เห็นบนหน้าจอสะท้อนถึงความโหดที่รถคันนั้นเจอมาตลอดการแข่งขันจริงๆ

FlatOut 2 content image
เกมเพลย์และระบบการเล่น
หัวใจหลักของ FlatOut 2 คือการแข่งรถที่ดุดันและเน้นการปะทะ การเบียดคู่แข่งให้กระเด็นไปชนสิ่งกีดขวาง การตัดโค้งผ่านฉากที่ทำลายได้ และการเอาตัวรอดจากอุบัติเหตุรถชนกันระนาบ (Pile-ups) ความเร็วสูงนั้นสำคัญพอๆ กับการเข้าโค้งแบบเป๊ะๆ ระบบฟิสิกส์ของเกมจัดการเรื่องเหล่านี้ได้สมจริงจนรู้สึกถึงน้ำหนักและผลกระทบ ทำให้การชนแต่ละครั้งรู้สึกสะใจและดูเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่แค่การเขียนสคริปต์ไว้ล่วงหน้า

FlatOut 2 content image
สรุปฟีเจอร์เด่น:
- รถแข่ง 34 คัน พร้อมชิ้นส่วนตัวถังที่ยุบตัวได้ 40 จุดต่อคัน
- วัตถุที่ทำลายได้มากกว่า 5,000 ชิ้นต่อสนาม
- สนามแข่ง 60 รูปแบบในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย
- มินิเกม Ragdoll 12 รูปแบบที่แยกออกมาจากการแข่งปกติ
- รองรับ LAN มัลติเพลเยอร์สูงสุด 8 คน
มินิเกม Ragdoll ถือเป็นไฮไลต์ที่ต้องพูดถึง โดยอีเวนต์เหล่านี้จะให้ผู้เล่นดีดตัวคนขับออกจากรถเพื่อทำคะแนนตามระยะทางหรือความแม่นยำในการเล็งเป้า ไม่ว่าจะเป็น High Jump, Darts หรือ Bowling ซึ่งใช้ระบบฟิสิกส์ของเกมมาสร้างความสนุกในแบบที่ไม่เกี่ยวกับการแข่งรถเลย และมันก็ฮามากจริงๆ ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศจากโหมดอาชีพที่ตึงเครียดให้สนุกและไม่น่าเบื่อ

FlatOut 2 content image
งานภาพและเสียง
FlatOut 2 วางจำหน่ายในปี 2006 งานภาพจึงมีความเป็นเอกลักษณ์ของยุคกลางปี 2000 แต่เอฟเฟกต์การทำลายล้างยังคงดูตื่นตาตื่นใจจนถึงทุกวันนี้ การได้เห็นรถพุ่งชนกองยางด้วยความเร็วเต็มสปีดในขณะที่คนขับกระเด็นทะลุกระจกหน้าออกมาแบบสโลว์โมชั่น ยังคงเป็นหนึ่งในภาพจำที่น่าประทับใจที่สุดของเกมนี้ ทั้งเอฟเฟกต์อนุภาค เศษซากที่กระจัดกระจาย และการยุบตัวของรถแบบเรียลไทม์ ทำให้ทุกการชนหนักๆ รู้สึกคุ้มค่ากับความพินาศที่เกิดขึ้น
เพลงประกอบเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ประสบการณ์การเล่นสมบูรณ์แบบ Bugbear ได้ลิขสิทธิ์เพลงจากศิลปินอย่าง Rob Zombie, Papa Roach, Fall Out Boy, Nickelback และ Wolfmother มาใส่ไว้ เพลย์ลิสต์แนวฮาร์ดร็อกและอัลเทอร์เนทีฟเมทัลเหล่านี้เข้ากับโทนของเกมได้อย่างไร้ที่ติ การได้ซิ่งในโหมด Demolition Derby พร้อมเพลง "Dragula" คลอไปด้วยนั้นให้ความรู้สึกที่มันส์กว่าการใช้เพลงอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปหลายเท่า
มัลติเพลเยอร์และการเล่นซ้ำ
FlatOut 2 ยังน่าเล่นอยู่ไหมในโหมดมัลติเพลเยอร์? ตัวเกมรองรับการเล่นผ่าน LAN ได้สูงสุด 8 คนในโหมดแข่งรถต่างๆ แม้จะไม่มีระบบออนไลน์แมตช์เมกิ้ง (Online matchmaking) ในตัวเกมหลัก แต่สำหรับการเล่นกับกลุ่มเพื่อนในวง LAN การผสมผสานระหว่างโหมดแข่งรถและมินิเกม Ragdoll ก็ให้ความหลากหลายที่มากพอจะสนุกกันได้ยาวๆ
ความคุ้มค่าในการกลับมาเล่นซ้ำ (Replayability) ในโหมดเล่นคนเดียวมาจากโครงสร้างการพัฒนาในโหมดอาชีพ ความท้าทายในการปลดล็อกรถให้ครบทั้ง 34 คัน และความหลากหลายของมินิเกม ด้วยความเป็นเกมอาร์เคดที่เน้นความสนุก ทำให้การแข่งแต่ละรอบไม่ยาวจนน่าเบื่อ และสภาพแวดล้อมที่ทำลายได้ทำให้ไม่มีการแข่งรอบไหนที่เหมือนกันเป๊ะๆ FlatOut 2 ยังคงเป็นหนึ่งในเกมแข่งรถอาร์เคดที่อัดแน่นไปด้วยคอนเทนต์ที่สุดในยุคนั้น และระบบฟิสิกส์การทำลายล้างก็ยังคงมอบความมันส์ได้ตามที่สัญญาไว้

FlatOut 2 content image

















