ภาพรวม
Flower เป็นเกมแนว Casual Simulation และ Exploration ที่พัฒนาโดย thatgamecompany และจัดจำหน่ายโดย Annapurna Interactive เดิมทีเกมนี้วางจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม PlayStation ก่อนจะพอร์ตลง PC ผ่านทาง Steam และ Epic Games Store เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2019 คอนเซปต์ของเกมนั้นเรียบง่ายสุดๆ: คุณจะได้รับบทเป็นสายลมที่คอยนำทางกลีบดอกไม้ไปตามสภาพแวดล้อมอันกว้างใหญ่ พร้อมกับเก็บรวบรวมกลีบดอกไม้เพิ่มไประหว่างทาง ในแต่ละด่าน โลกที่เคยแห้งแล้งและหม่นหมองจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นโลกที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและสีสันตามเส้นทางที่คุณบินผ่าน
ตัวเกมฉีกกฎการออกแบบเกมแบบเดิมๆ อย่างชัดเจน เพราะไม่มีระบบ Fail State (สถานะแพ้), ไม่มีตัวจับเวลา และไม่มีหลอดเลือด สิ่งที่คุณจะได้พบคือฉากทัศน์ที่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของคุณ เปลี่ยนจากสีเทาที่แห้งเหี่ยวให้กลายเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวขจีและดอกไม้บานสะพรั่งเพียงแค่คุณบินผ่านกลุ่มดอกไม้เหล่านั้น ระบบ Responsive World Design (การออกแบบโลกที่ตอบสนองต่อผู้เล่น) นี้คือหัวใจหลักของเกมที่มอบประสบการณ์สุดชิลตลอดทั้ง 6 ด่าน

Flower content image
เกมเพลย์และระบบการเล่น
การควบคุมใน Flower เน้นไปที่การเคลื่อนไหว (Motion) บน PlayStation คุณสามารถเอียงจอยคอนโทรลเลอร์ SIXAXIS เพื่อบังคับทิศทางของกลีบดอกไม้ ส่วนบน PC ผู้เล่นสามารถใช้จอยเกม (Gamepad) หรือคีย์บอร์ดเพื่อบังคับทิศทางไปตามทุ่งกว้าง การกดปุ่มใดๆ จะเป็นการสร้างกระแสลมเพื่อส่งกลีบดอกไม้หลักให้พุ่งไปข้างหน้า และเมื่อสัมผัสกับดอกไม้ ก็จะทำให้มีกลีบดอกไม้เพิ่มเข้ามาในแถวที่ตามหลังคุณมาเรื่อยๆ

Flower content image
สรุปกลไกหลักของเกม:
- ควบคุมทิศทางการบินด้วยการเอียงจอยหรือใช้ Analog Input
- การเก็บกลุ่มดอกไม้จะช่วยขยายแถวกลีบดอกไม้ของคุณให้ยาวขึ้น
- มี Environmental Triggers (จุดกระตุ้นสภาพแวดล้อม) เพื่อปลดล็อกพื้นที่ใหม่ๆ ในแต่ละด่าน
- จังหวะการเล่นขึ้นอยู่กับผู้เล่นทั้งหมด
- ไม่มีการตาย ไม่มีคะแนน และไม่มีการจำกัดเวลา
แต่ละด่านจะมีจังหวะ (Rhythm) ของตัวเอง บางด่านจะให้ความรู้สึกช้าๆ สบายๆ ชวนให้คุณล่องลอยไปตามเนินเขาที่อาบไปด้วยแสงแดด ในขณะที่บางด่านจะเพิ่มความตึงเครียดผ่านสภาพแวดล้อมที่ดูมืดหม่นและเป็นแนวอุตสาหกรรมมากขึ้น ซึ่งความแตกต่างระหว่างความเสื่อมโทรมกับการเบ่งบานคือจุดสำคัญของเกม เกมไม่ได้บอกคุณว่าต้องทำอะไรในจังหวะเหล่านั้น แต่เพียงแค่สร้างพื้นที่ขึ้นมาแล้วปล่อยให้ผู้เล่นตัดสินใจเองว่าจะเคลื่อนที่ผ่านมันไปอย่างไร

Flower content image
งานภาพและเสียง
เอกลักษณ์ทางภาพของ Flower สร้างขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ทุ่งหญ้าจะไหวเอนแบบ Real-time เมื่อแถวกลีบดอกไม้ของคุณเคลื่อนผ่าน และโทนสีของเกมจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนในแต่ละด่าน งานภาพการเรนเดอร์หญ้าที่ทำออกมาได้สมจริง แม้จะผ่านไปหลายปีหลังวางจำหน่าย ก็ยังคงสร้างความรู้สึกถึงพื้นที่และกระแสลมที่จับต้องได้จริง
ดนตรีประกอบที่ประพันธ์โดย Vincent Diamante จะปรับเปลี่ยนไปตามการกระทำของผู้เล่นแบบ Dynamic การเก็บกลีบดอกไม้จะช่วยเพิ่มเลเยอร์ของดนตรี ทำให้เกิดเป็น Generative Soundtrack ที่จะค่อยๆ ไพเราะและสมบูรณ์ขึ้นเมื่อสภาพแวดล้อมเริ่มกลับมามีชีวิต ผลลัพธ์ที่ได้คือการที่งานภาพและเสียงทำงานสอดประสานกันอย่างลงตัว คุณจะได้ยินเสียงโลกที่กำลังตื่นขึ้นในขณะที่คุณกำลังเฝ้ามองมันเกิดขึ้นตรงหน้า
อิทธิพลและตำนานของเกม
Flower ได้รับการยอมรับในฐานะงานศิลปะชิ้นหนึ่งของวงการเกม โดยถูกนำไปจัดแสดงในคอลเลกชันถาวรของ Smithsonian และได้รับรางวัลจากเวที BAFTA และ Game Developers Choice Awards ในด้านดนตรี งานศิลป์ และนวัตกรรม บน PlayStation Store เกมนี้ได้รับคะแนนเฉลี่ยสูงถึง 4.66 จากการรีวิวของผู้เล่นกว่า 60,000 คน ซึ่งถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จที่น่าประทับใจสำหรับเกมที่ดูเงียบสงบและไม่เร่งรีบเช่นนี้
ตัวเกมวางจำหน่ายแล้วบน PlayStation และร้านค้าบน PC โดยใช้เวลาเล่นจนจบประมาณ 90 นาทีถึงสองชั่วโมง แม้ว่าธรรมชาติของเกมที่เปิดกว้างจะเชิญชวนให้คุณค่อยๆ สำรวจไปเรื่อยๆ ก็ตาม สำหรับใครที่ชื่นชอบเกมแนวผ่อนคลาย, การจำลองธรรมชาติ หรือดีไซน์การเล่นที่เน้นการทำสมาธิซึ่งเป็นลายเซ็นของ thatgamecompany แล้ว Flower ยังคงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าเกมสามารถทำอะไรได้บ้างเมื่อมันไม่พยายามจะเป็นทุกอย่างในเวลาเดียวกัน

Flower content image







