ภาพรวม
For Honor เปิดตัวครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2017 และยังคงรักษาฐานผู้เล่นที่เหนียวแน่นมาได้นานเกือบหนึ่งทศวรรษผ่านการอัปเดตคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง แนวคิดของเกมนั้นดูเรียบง่ายในเชิงทฤษฎี: เหล่านักรบจากฝ่าย Knights, Vikings, Samurai และ Wu Lin มาห้ำหั่นกันในสนามรบที่เต็มไปด้วยสงคราม ในโหมดที่หลากหลายตั้งแต่การดวล 1v1 ไปจนถึงการต่อสู้แบบทีม 4v4 แต่ในทางปฏิบัติแล้ว มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด Ubisoft Montreal ได้สร้างระบบการป้องกันตามทิศทางที่เรียกว่า Art of Battle ซึ่งเปลี่ยนการต่อสู้ระยะประชิดให้มีความลึกซึ้งใกล้เคียงกับเกมแนว Fighting มากกว่าเกมแอ็กชันเดินลุยทั่วไป
ระบบ Art of Battle ทำงานโดยการกำหนดทิศทางการโจมตีและการป้องกันไว้ที่อนาล็อกซ้ายหรือเมาส์ ซึ่งหมายความว่าทุกจังหวะการแลกเปลี่ยน คุณต้องอ่านท่าทางของคู่ต่อสู้ก่อนที่จะตัดสินใจลงมือ การทำ Feints (การหลอกโจมตี), Parries (การปัดป้อง), Guard breaks (การทำลายการป้องกัน) และ Unblockable attacks (การโจมตีที่ไม่สามารถป้องกันได้) ถูกนำมาเสริมบนพื้นฐานนี้ ทำให้การต่อสู้แต่ละครั้งต้องอาศัยทั้งความรู้เรื่อง Moveset (ชุดท่าโจมตี) ของฮีโร่แต่ละตัวพอๆ กับปฏิกิริยาตอบสนอง ผู้เล่นใหม่ในช่วงแรกอาจจะแพ้บ่อยหน่อย แต่ด้วยเพดานฝีมือ (Skill ceiling) ที่สูงมาก การจะเล่นฮีโร่สักตัวให้เชี่ยวชาญนั้นต้องอาศัยความทุ่มเทอย่างแท้จริง

FOR HONOR™ content image
ปัจจุบัน For Honor ก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 แล้ว โดย Ubisoft ยังคงเดินหน้าปล่อย Roadmap ประจำฤดูกาลที่มาพร้อมกับฮีโร่ใหม่ กิจกรรมจำกัดเวลา และการปรับสมดุลเกมอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ตัวเกมรองรับระบบ Cross-platform play (การเล่นข้ามแพลตฟอร์ม) ระหว่าง PC, Xbox และ PlayStation ซึ่งช่วยให้หาห้องเล่นได้รวดเร็วในทุกโหมด
ระบบเกมและกลไกการเล่น
รายชื่อฮีโร่ถูกแบ่งออกเป็น 4 สายหลัก:

FOR HONOR™ content image
- Assassin: รวดเร็ว เลือดน้อย ดาเมจสูง
- Heavy: เชื่องช้า เลือดเยอะ โจมตีหนักหน่วง
- Vanguard: ค่าสถานะสมดุล เล่นง่าย
- Hybrid: ผสมผสานความสามารถ มักมีรูปแบบการเล่นที่ซับซ้อน
ฮีโร่กว่า 30 ตัวมีสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนภายในสายอาชีพเหล่านั้น อย่าง Lawbringer กับ Conqueror แม้จะเป็นสาย Heavy ของฝ่าย Knight เหมือนกัน แต่กลับมีวิธีเล่นที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ความหลากหลายนี้เองที่ทำให้โหมด PvP ไม่น่าเบื่อ โหมดจัดอันดับ (Ranked) และทัวร์นาเมนต์ Duel เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสายแข่งขันได้ไต่แรงค์ ส่วนโหมดทั่วไปอย่าง Dominion (ยึดพื้นที่ 4v4) ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ผ่อนคลายกว่าสำหรับผู้เล่นสายชิลล์

FOR HONOR™ content image
โหมดเนื้อเรื่องมีอะไรให้เล่นบ้าง?
For Honor มีโหมดเนื้อเรื่องแบบเล่นคนเดียวที่พาผู้เล่นไปสัมผัสทั้ง 3 ฝ่ายดั้งเดิม มันทำหน้าที่เป็นบทสอนเล่น (Tutorial) แบบจัดเต็มพอๆ กับการเล่าเรื่อง โดยสอนกลไกเฉพาะของฮีโร่ผ่านการสู้กับบอสและการบุกปราสาท เนื้อเรื่องหลักจะเกี่ยวกับขุนศึกที่ชื่อ Apollyon ซึ่งคอยปั่นหัวฝ่ายต่างๆ ให้ทำสงครามกันไม่จบสิ้น แม้จะไม่ใช่จุดเด่นที่สุดของเกม แต่มันก็เป็นวิธีที่ดีในการฝึกฝนทักษะการต่อสู้ก่อนจะลงสนาม PvP จริง โดยภารกิจในแคมเปญรองรับทั้งการเล่นคนเดียวและ Co-op
มัลติเพลเยอร์และความลึกของคอนเทนต์
โหมดมัลติเพลเยอร์ครอบคลุมทั้ง Duel 1v1, Brawl 2v2 และโหมด 4v4 อีกหลายรูปแบบบนแผนที่กว่า 18 แห่ง กิจกรรมตามฤดูกาลจะหมุนเวียนไอเทมตกแต่งและโหมดพิเศษเข้ามา ทำให้ผู้เล่นเก่ามีเหตุผลให้กลับมาล็อกอินอยู่เสมอ ระบบ Gear (อุปกรณ์) ช่วยให้ผู้เล่นปรับแต่งฮีโร่ด้วยอาวุธและชุดเกราะนับพันชิ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพียงของตกแต่งในช่วงท้ายเกม ไม่ได้เน้นค่าสถานะที่โกงจนเกินไป ทำให้ความสมดุลในการแข่งขันยังคงอยู่
Ultimate Edition จะรวมฮีโร่เพิ่มอีก 12 ตัวจากตัวเกมหลัก และ Gold Edition จะรวมเพิ่มอีก 6 ตัว ทั้งสองเวอร์ชันถือว่าคุ้มค่าหากคุณเริ่มสนุกกับระบบ Art of Battle จนติดใจ ด้วยระบบ Cross-play ที่เปิดใช้งานอยู่และคอนเทนต์ปีที่ 10 ที่ยังคงอัปเดตอย่างต่อเนื่อง For Honor จึงยังคงเป็นหนึ่งในเกมต่อสู้ระยะประชิดที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั้งบน PC และคอนโซล

FOR HONOR™ content image







