ภาพรวม
Forza Horizon 3 จะพาคุณไปนั่งแท่นผู้จัดงาน Horizon Festival ท่ามกลางบรรยากาศของประเทศออสเตรเลียที่ถูกเนรมิตขึ้นมาอย่างกว้างขวาง ทีมงาน Playground Games ได้สร้าง 4 พื้นที่ (Biomes) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสำหรับเวอร์ชันปี 2016 นี้ ได้แก่ Outback ที่เต็มไปด้วยแสงแดด, ป่าฝนอันหนาทึบแถว Byron Bay, ความเป็นเมืองที่ขยายตัวของ Surfers Paradise และ Copper Canyons ที่เต็มไปด้วยดินแดง พื้นที่แต่ละแห่งให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และความหลากหลายทางภูมิศาสตร์นี้เองที่ทำให้เกมแนว Open-world Racing เกมนี้มีสเกลที่สมจริงจนหาตัวจับยาก
โครงสร้างของเทศกาลไม่ได้เป็นแค่การปูเนื้อเรื่องเท่านั้น แต่คุณต้องขยาย Horizon Festival ด้วยการเก็บแต้มแฟนคลับ (Fans) เพื่อปลดล็อก Outposts ใหม่ๆ ทั่วแผนที่ แต่ละ Outpost จะเปิดพื้นที่ใหม่พร้อมกับประเภทการแข่ง, ภารกิจ Bucket List และอีเวนต์ Showcase ของตัวเอง โดย Showcase คือไฮไลต์เด็ดที่ให้คุณนำรถไปแข่งกับโฮเวอร์คราฟต์, รถไฟ หรือฝูงเครื่องบินผาดโผน ในการแข่งแบบจัดเต็มที่ให้ความรู้สึกเหมือนดูหนังแอ็กชันโดยไม่ยืดเยื้อจนน่าเบื่อ
ระบบเกมและกลไก (Gameplay and mechanics)
Core loop ของ Forza Horizon 3 คือการให้รางวัลกับผู้เล่นที่อยากทำทุกอย่างในเกม โดยมีกลไกสำคัญดังนี้:

Forza Horizon 3 content image
- Drivatar AI ที่เรียนรู้จากพฤติกรรมการขับขี่ของผู้เล่นจริง
- Skill chains ที่ช่วยคูณ XP จากการทำสตันท์ต่อเนื่อง
- Blueprints สำหรับสร้างและแชร์อีเวนต์ที่คุณปรับแต่งเอง
- Barn Finds ที่ซ่อนรถคลาสสิกหายากไว้ทั่วแผนที่
- Horizon Blueprint สำหรับการรีมิกซ์เส้นทางการแข่งที่มีอยู่เดิม
ระบบการควบคุม (Handling) อยู่กึ่งกลางระหว่างความสมจริง (Simulation) กับความสนุกแบบเกมตู้ (Arcade) ซึ่งเน้นให้เข้าถึงง่ายโดยไม่ทิ้งความสมจริงของฟิสิกส์ไปเสียทีเดียว ตัวเลือกการปรับแต่งรถ (Tuning) นั้นลึกซึ้งสำหรับสายปรับจูน แต่เกมก็ไม่ได้บังคับให้ทุกคนต้องมานั่งปรับ ระบบ Rewind, ตัวช่วยขับขี่ (Assists) และการปรับระดับความยาก (Difficulty sliders) ช่วยให้คุณปรับความท้าทายให้เหมาะกับฝีมือของคุณได้เลย

Forza Horizon 3 content image
โหมด Co-op สนุกยังไง?
Forza Horizon 3 รองรับผู้เล่นสูงสุด 4 คนในโหมดออนไลน์ Co-op ซึ่งโครงสร้างของมันน่าสนใจมาก คุณสามารถจอยเข้าสู่โลกเทศกาลของเพื่อนและเก็บความคืบหน้าไปพร้อมกันได้ ทั้งการแข่ง, Showcase และอีเวนต์เก็บแต้มสกิล ทุกอย่างจะถูกนับรวมหมด ทำให้การเล่น Co-op รู้สึกเหมือนได้ทำภารกิจหลักจริงๆ ไม่ใช่แค่โหมดเสริมที่ใส่เข้ามาเฉยๆ นอกจากนี้ โลกเทศกาลที่แชร์กันยังหมายความว่าเพื่อนของคุณสามารถปลดล็อก Outpost ใหม่ในขณะที่คุณกำลังฟาร์ม (Grinding) แต้มแฟนคลับในอีกพื้นที่หนึ่ง และทั้งคู่ก็ได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน
โหมดออนไลน์มัลติเพลเยอร์ยังไปไกลกว่าแค่ Co-op เพราะมีโหมดแข่งขันโดยเฉพาะอย่าง Road Racing, Dirt Racing รวมถึงโหมดปาร์ตี้สุดป่วนอย่าง King และ Infected ซึ่งถือเป็นโหมดที่เล่นสนุกแก้เบื่อได้ดีเยี่ยม แม้ว่าโหมด Co-op ในเทศกาลจะเป็นจุดที่ทำให้ Horizon 3 แตกต่างจากเกมแข่งรถ Open-world ส่วนใหญ่ก็ตาม

Forza Horizon 3 content image
งานภาพและเสียง
Playground Games ใส่ใจกับงานเสียงมาก เพลงประกอบที่ได้รับลิขสิทธิ์มานั้นครอบคลุมถึง 6 สถานีวิทยุ ตั้งแต่ฮิปฮอปไปจนถึงอิเล็กทรอนิกส์, คลาสสิกร็อก และเพลงแดนซ์เบสหนักๆ แต่ละสถานีมีเอกลักษณ์ชัดเจน และการออกแบบเสียงของตัวรถเองก็ทำออกมาได้ยอดเยี่ยม เสียงเครื่องยนต์ที่เปลี่ยนไปตามรถแต่ละรุ่นที่มีให้เลือกขับกว่า 350 คันนั้นสมจริงมาก
ในด้านงานภาพ เกมนี้ยังคงดูดีมาก บรรยากาศของออสเตรเลียเปิดโอกาสให้ทีมอาร์ตได้เล่นกับสภาพแสงที่หลากหลาย ตั้งแต่แสงสีทองในช่วง Golden Hour ของ Outback ไปจนถึงความเขียวขจีของป่าฝน สภาพอากาศแบบไดนามิก (Dynamic weather) รวมถึงพายุฝนที่ทำให้น้ำท่วมขังบนถนน เปลี่ยนวิธีการขับขี่บนเส้นทางเดิมๆ และทำให้แผนที่ดูมีชีวิตชีวาตลอดเวลา

Forza Horizon 3 content image
คอนเทนต์และการเล่นซ้ำ (Replayability)
Forza Horizon 3 เปิดตัวพร้อมกับภาคเสริม (Expansion packs) ใหญ่ 2 ตัว ได้แก่ Blizzard Mountain ที่เพิ่มพื้นที่ภูเขาหิมะ และ Hot Wheels ที่เพิ่มสนามแข่งสีส้มยักษ์ลอยฟ้า ภาคเสริมทั้งสองตัวมีเนื้อหามากพอที่จะเป็นเกมแยกได้เลย และช่วยเพิ่มชั่วโมงการเล่นให้กับเกมหลักที่มีเนื้อหาเยอะอยู่แล้ว ระบบ Blueprint และความท้าทายตามฤดูกาลอย่าง Forzathon ยิ่งช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการกลับมาเล่นซ้ำ ทำให้การซิ่งในโลก Open-world ยังคงสดใหม่อยู่เสมอแม้จะผ่านช่วงแคมเปญหลักไปแล้วก็ตาม



