ภาพรวม
Gears of War คือเกมแนว third-person tactical shooter ที่พัฒนาโดย Epic Games และจัดจำหน่ายโดย Microsoft Game Studios วางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2006 แบบเอ็กซ์คลูซีฟบน Xbox ตัวเกมดำเนินเรื่องบนดาว Sera โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Marcus Fenix และ Delta Squad ที่ต้องต่อสู้กับ Locust Horde ศัตรูจากใต้ดินที่เกือบจะกวาดล้างมนุษยชาติจนสิ้นซาก บรรยากาศของเกมมีความดุดันและกดดันสุดๆ แถมยังมีระบบ cover system ที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมแนวนี้ในยุคนั้นเลยทีเดียว
ด้วยขุมพลัง Unreal Engine 3 ทำให้เกมนี้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของงานภาพในปี 2006 โมเดลตัวละครมีความสมจริงและรายละเอียดสูง สภาพแวดล้อมพังทลายได้ตามแรงปะทะ และงานแสงเงาที่ทำให้ทุกทางเดินใต้ดินดูอึดอัดและกดดันอย่างแท้จริง งานอาร์ตไดเรกชันเน้นไปที่โทนสีน้ำตาลและเทา ซึ่งแม้จะเคยถูกวิจารณ์บ้าง แต่ก็ถ่ายทอดโลกที่เต็มไปด้วยสงครามออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เกมเพลย์และระบบต่างๆ
ระบบ cover system คือหัวใจหลักของทุกอย่างใน Gears of War การเข้าที่กำบัง การยิงแบบ blind-fire (ยิงโดยไม่เล็ง) และการกะจังหวะเคลื่อนที่ระหว่างจุดต่างๆ คือลูปหลักของการต่อสู้ แม้จะไม่ใช่เกมแรกที่มีระบบนี้ แต่ Gears of War คือเกมแรกที่ทำให้การเข้าที่กำบังรู้สึกสมจริงและมีผลต่อการเล่นอย่างเห็นได้ชัด

ระบบสำคัญที่ทำให้เกมนี้โดดเด่น:
- ระบบ Active Reload สำหรับโบนัสความแรงเมื่อกดรีโหลดได้ถูกจังหวะ
- การใช้เลื่อยไฟฟ้า (Chainsaw bayonet) สังหารศัตรูด้วยปืน Lancer
- การ Roadie Run เพื่อเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วในท่าหมอบ
- สถานะ DBNO (Down But Not Out) หรือสถานะล้มแต่ยังไม่ตายก่อนถูกกำจัดทิ้ง
- การ Curb stomp และท่าปิดฉากระยะประชิดอื่นๆ

ระบบ Active Reload ถือว่าน่าสนใจมาก การกดปุ่มให้ถูกจังหวะตอนรีโหลดจะช่วยเพิ่มดาเมจและทำให้รีโหลดไวขึ้น แต่ถ้ากดพลาดปืนก็จะขัดลำกล้อง ฟังดูเหมือนง่ายแต่ช่วยสร้างจังหวะ (rhythm) ในการยิงให้สนุกและตื่นเต้นแม้จะเป็นการปะทะทั่วไปก็ตาม
โหมด Co-op และ Multiplayer
Epic ออกแบบด่านในโหมดแคมเปญมาเพื่อเล่น Co-op สองคนตั้งแต่ต้น ไม่ใช่แค่ใส่มาให้มี คู่หู AI อย่าง Dom Santiago มีพฤติกรรมที่ฉลาดและช่วยคอยระวังหลังให้ในแบบที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่แค่เขียนสคริปต์มา และเมื่อมีผู้เล่นจริงมาเล่นด้วยกัน ความสนุกจะเปลี่ยนไปทันที โดยเฉพาะการสื่อสารที่จะเป็นตัวตัดสินว่ารอบนั้นจะผ่านไปแบบสวยๆ หรือจะวุ่นวายจนต้องถอยหนี

โหมดออนไลน์ Multiplayer บน Xbox Live มีทั้งโหมดแข่งขันและโหมดแคมเปญ Co-op ระบบจับคู่ (matchmaking) การเก็บสถิติผู้เล่น และการปลดล็อก Achievement ถือว่าทำออกมาได้ดีมากสำหรับมาตรฐานปี 2006 นอกจากนี้ยังมีระบบสั่งการด้วยเสียง (Voice recognition) ที่ช่วยให้ผู้เล่นออกคำสั่งได้โดยไม่ต้องกดปุ่มอีกด้วย

โลกและเนื้อเรื่อง
Sera คือดาวที่ล่มสลายไปแล้ว สงครามกับ Locust Horde หรือที่รู้จักกันในชื่อ Emergence Day เกิดขึ้นก่อนเนื้อเรื่องหลักหลายปีจนอารยธรรมไม่เหลือชิ้นดี Marcus Fenix เริ่มต้นเรื่องในฐานะนักโทษที่ถูกดึงตัวออกมาเพราะ COG (Coalition of Ordered Governments) กำลังสิ้นหวังจนต้องยอมรับใครก็ได้เข้ามาร่วมรบ บริบทนี้สะท้อนผ่านตึกร้างและถนนที่ว่างเปล่าในเกมได้เป็นอย่างดี
Locust Horde ไม่ใช่แค่ศัตรูที่โผล่มาให้ยิงเล่น แต่ศัตรูแต่ละประเภทต้องใช้กลยุทธ์รับมือที่ต่างกัน ตั้งแต่ Boomers ตัวยักษ์ที่ถือเครื่องยิงระเบิด ไปจนถึง Wretches ที่เคลื่อนที่ไวและรุมเข้ามาเป็นฝูง การทำความเข้าใจศัตรูแต่ละประเภทคือส่วนหนึ่งของการเป็นเซียนเกมนี้
อิทธิพลและตำนาน
Gears of War ได้เปลี่ยนโฉมหน้าเกมแนว third-person shooter ไปตลอดกาล ลูปการต่อสู้แบบเน้นที่กำบังที่เกมนี้ทำให้โด่งดังได้กลายเป็นต้นแบบให้เกมจำนวนมหาศาลในยุคต่อมา เลื่อยไฟฟ้าบนปืน Lancer กลายเป็นหนึ่งในอาวุธที่จดจำได้มากที่สุดในวงการเกม และระบบ Active Reload ก็ถูกนำไปปรับใช้ในหลายๆ แฟรนไชส์
สำหรับเกมที่ออกมาในปี 2006 โหมดแคมเปญยังคงความสนุก กระชับ และมีจังหวะการเล่นที่ยอดเยี่ยม พร้อมโครงสร้าง Co-op ที่ให้รางวัลแก่การประสานงานอย่างแท้จริง การเผชิญหน้ากับ Locust Horde มีความยากที่ไต่ระดับอย่างเป็นธรรมชาติ และองก์สุดท้ายก็ส่งมอบความตื่นเต้นที่บิลด์อารมณ์มาตลอดทั้งเกม ในฐานะจุดเริ่มต้นของแฟรนไชส์ระดับตำนาน เกมนี้ยังคงเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดว่าซีรีส์นี้ทำอะไรได้ดีที่สุด






